เกี่ยวกับ สพธอ.
เกี่ยวกับ สพธอ.

นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้อง

         การจัดทำนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์นั้น ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ที่ประเทศไทยได้ประกาศใช้นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศฉบับแรก (IT 2000) โดยในช่วงระยะเวลา 5 ปีแรกภายใต้นโยบายดังกล่าว คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติได้ดำเนินการในการส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศ โดยเน้นที่การสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ การเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ และการบริหารงานภาครัฐ ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ได้มีการกำหนดกรอบการพัฒนาเพื่อให้ประเทศไทยมีทิศทางการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความชัดเจน นั่นคือ การจัดทำ นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย หรือ IT2010 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
          
          โดยนโยบายดังกล่าวได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ซึ่งได้มาเป็นกรอบในการจัดทำ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2545-2549 เพื่อให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม และรัฐวิสาหกิจ ใช้เป็นแนวทางในการจัดทำหรือปรับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงานให้มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2550 ให้ขยายระยะเวลาในการบังคับใช้แผนแม่บทดังกล่าว ออกไปจนถึง พ.ศ. 2551 จนกระทั่งในปัจจุบัน ได้มีการจัดทำ แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556 ขึ้น ที่มุ่งเน้นการสานต่อนโยบายจาก IT 2010 และแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2545-2549 ควบคู่ไปการกำหนดนโยบายใหม่เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเศรษฐกิจและสังคมพร้อมกันนี้ได้มีการพัฒนา กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ. 2554-2563 ของประเทศไทย หรือ ICT 2020 ที่ใช้แนวคิดกระแสหลักของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่คำนึงในมิติสำคัญ ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และการมุ่งเน้นให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น

         สำหรับในบริบทของการพัฒนา สนับสนุนและส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยในปัจจุบันนั้น นอกจากการคำนึงถึงแผนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังต้องคำนึงถึงแนวทางการพัฒนาตามร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 เป็นแผนหนึ่งที่สำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางในภาพรวม ซึ่งแผนดังกล่าวนี้ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคธุรกิจ สถาบันวิชาการ ภาคเกษตร ชุมชน ครอบครัว รวมถึงประชาชน 

          พร้อมกันนี้ ในส่วนของการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสาร รัฐบาลยังได้ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญของการพัฒนาบริการบรอดแบนด์ ภายใต้กรอบนโยบาย ICT 2020 นำไปสู่การจัดทำ นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ
ตลอดจนช่วยส่งผลต่อการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสร้างความชัดเจนและใช้เป็นกรอบการดำเนินการและขับเคลื่อนการพัฒนาการบริการบรอดแบนด์ ที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยส่งผลให้มีการใช้บริการบรอดแบนด์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน รวมถึงส่งเสริมให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ โดยมีองค์กรกำกับดูแลที่เป็นอิสระตามกฎหมายทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

          ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานอกจากแผนหลักๆ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีแผนในส่วนอื่นๆ ที่จะช่วยพัฒนาการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้เจริญรุดหน้ามากขึ้น ทั้งในส่วนของแผนของคณะกรรมการระดับชาติ ได้แก่ แผนการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551-2554 ที่จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และคณะอนุกรรมการในด้านต่างๆ โดยครอบคลุมในทุกมิติที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย ภายใต้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551) นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2550-2554 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการบรรจุให้การพัฒนาโลจิสติกส์เป็นวาระแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2546 ด้วยเห็นว่าแนวโน้มการแข่งขันของโลกได้เข้าสู่การเปิดเสรีทางการค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องมีการยกระดับความสามารถในการดำเนินธุรกิจในทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ ทั้งการลดต้นทุนธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ๆ การบริหารจัดการกระบวนการนำส่งสินค้าและบริการจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคหรือการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ที่ได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญที่ผู้ประกอบการสามารถใช้เป็นแหล่งที่มาของความได้เปรียบในการแข่งขันของภาคธุรกิจได้

          จะเห็นได้ว่าการจัดทำแผนหรือนโยบายระดับชาติข้างต้นนั้น ล้วนมีประเด็นที่มีความเชื่อมโยงและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศในภาพรวม ซึ่งทาง สพธอ. ได้นำยุทธศาสตร์บางส่วนจากนโยบายและแผนดังกล่าวมาสู่การกำหนดเป็นแผนการดำเนินงานขององค์กร ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ สพธอ. ตามกฎหมาย เพื่อผลักดันให้ สพธอ. กลายเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศให้มีปริมาณและมูลค่าสูงขึ้น และมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

นโยบายและแผนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย

  1. นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ. 2544-2553 ของประเทศไทย หรือ IT 2010
  2. แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2545-2549
  3. แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556
  4. กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระยะ พ.ศ. 2554-2563 ของประเทศไทย หรือ ICT 2020 หรือ www.ict2020.in.th
  5. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2550-2554
  6. นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ
  7. แผนการดำเนินงานของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551-2554
วันที่เผยแพร่ 13 มีนาคม 2555
วันที่ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด 17 ธันวาคม 2556

Tag :