email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 23.03.2017 (9 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 13.12.2017 | อ่าน 1752

สร้างแบรนด์ในโลกออนไลน์ ใครว่ายาก


ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มหรือเพิ่งสร้างแบรนด์อย่าเพิ่งท้อ ทุกวันนี้ออนไลน์มีเครื่องมือให้หยิบใช้เยอะมาก

ทุกวันนี้ เทรนด์ของการตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะบนโทรศัพท์มือถือนั้นสำคัญมาก ๆ มิว-นันทิศา อัครเกษมพร ผู้ช่วยผู้จัดการธุรกิจ LINE@ LINE (Thailand) ให้ลองคิดเล่น ๆ ดูว่า ถ้าออกจากบ้าน หากลืมมือถือกับลืมกระเป๋าสตางค์ เราจะกลับไปเอาอะไร กระเป๋าสตางค์อาจจะไม่เป็นไรเพราะไปยืมเพื่อนที่ออฟฟิศได้ แต่ถ้าลืมมือถือ...เหมือนเราขาดใจ

จากวิสัยทัศน์ของ LINE ที่ต้องการจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนไทยในทุก ๆ ด้าน นำมาสู่บริการของ LINE ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแชตเท่านั้น ทั้งในแง่ธุรกิจ เช่น LINE@ และในแง่ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น LINE TV หรือ LINE Game

Mobile Trend กำลังมา

นันทิศา กล่าวว่า การเติบโตของอินเทอร์เน็ต 3G และ 4G ทำให้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้นด้วย จากสถิติที่ LINE รวบรวมมาในปี 2015 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ ประมาณ 40 ล้านคน แต่ปี 2016 ยังไม่ถึงสิ้นปี ตัวเลขนั้นขึ้นมาเป็น 50 ล้านคนแล้ว ทำให้เห็นว่า Mobile Trend กำลังมาในประเทศไทย และที่น่าสนใจคือ 83% ของผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ หรือประมาณ 33 ล้านคนใช้ LINE นับเป็นจำนวนคนใช้ LINE มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากญี่ปุ่น

จากสถิติโดย LINE คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยอยู่บนมือถือประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนความเร็วในการตอบกลับข้อความที่ได้รับผ่านโทรศัพท์อยู่ที่ 90 วินาที หมายความว่า เมื่อไรมีคน LINE ไลน์มา คนจะอดใจไม่หยิบมาตอบได้แค่ 90 วินาทีเท่านั้น และใน 4 ชั่วโมงที่คนไทยใช้มือถือ ประมาณ 70 นาที เป็นการใช้ในการแชตผ่านทาง LINE

เมื่อเทรนด์ในการใช้มือถือกับการใช้อินเทอร์เน็ตมาแรงมาก ๆ มีจำนวนผู้ใช้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เทรนด์ของอีคอมเมิร์ซ ก็เปลี่ยนเป็น Mobile Commerce เช่นกัน

Mobile Commerce หมายความว่า ถ้าเราอยากได้สินค้าอย่างหนึ่ง หรืออยากหาข้อมูลซื้อรองเท้าสักคู่หนึ่ง ซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือของแต่งบ้าน ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็ต้องรอแมกกาซีนส่งมาจากห้าง หรือไม่ก็ต้องดูโฆษณาในทีวี หรือต้องดูโฆษณาที่เป็นป้ายบิลบอร์ดใหญ่ ๆ เวลาขับรถผ่าน แต่ว่าทุกวันนี้ เวลาอยากได้ของสักอย่างหนึ่ง ส่วนมากเราจะหยิบมือถือขึ้นมา แล้ว search ว่าสินค้าตัวนี้ราคาเท่าไร มีขายที่ไหนบ้าง เช่น รีวิว cap screen ส่งให้เพื่อน ถามว่าเพื่อนเคยใช้ไหม มีสีอะไรที่สวยบ้าง จนบางทีเราสั่งซื้อออนไลน์และมีการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยซ้ำ ซึ่งเทรนด์เหล่านี้สูงขึ้นถึง 60% ถ้าเทียบกับในอดีต”

แบรนด์ในโลกออน LINE สร้างได้อย่างไร

ในฐานะที่ LINE เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งในการสื่อสาร ก็เลยได้พัฒนาอีกบริการหนึ่งที่เรียกว่า LINE@ ตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อให้ส่งข้อมูลข่าวสารหรือสามารถสร้างแบรนด์ออนไลน์ให้แก่สินค้าหรือบริการของตนเองได้ จากการที่ได้พบว่า ในประเทศไทยมีธุรกิจประเภทนี้ประมาณ 2.8 ล้านราย ซึ่ง 42% จาก 2.8 ล้านราย จะเป็นธุรกิจประเภทค้าปลีก และส่วนมาก คือ 2 ล้านจาก 2.8 ล้าน จะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีลูกจ้างหรือคนในองค์กรไม่ถึง 10 คน เพราะฉะนั้นธุรกิจเหล่านี้กำลังต้องการสร้างแบรนด์ตัวเองให้ใหญ่ขึ้น

คอนเซ็ปต์ของ LINE@ มีแค่ 3 ข้อคือ

  1. ดีไซน์ออกมาให้ใช้งานง่าย ซึ่งในที่นี้หมายความว่า การที่มีผู้ใช้ LINE อยู่แล้ว 33 ล้านคนในประเทศ ดังนั้นบริการที่พัฒนาต่อยอดมาจาก LINE ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นชินกันดี เพียงแค่โหลดและกรอกข้อมูลในแอป ก็สามารถใช้งานได้และใช้งานง่าย
  2. ความสบายใจ บางครั้งเวลาจะสร้างแบรนด์ เจ้าของแบรนด์จะคิดถึงเรื่องการออกแบบคูปอง การทำโบรชัวร์ การสร้างเว็บไซต์ ฯลฯ และรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายจะต้องบานปลาย ดังนั้นบริการของ LINE@ จึงมีให้เลือกหลากหลายแพ็กเกจ ขึ้นกับความต้องการแต่ละแบรนด์ จำนวนผู้ติดตาม หรือความต้องการในการส่งข้อความมากน้อยต่อเดือน
  3. ประสิทธิภาพของบริการ จากฐานผู้ใช้ LINE ที่มีถึง 33 ล้านคน ดังนั้น เวลามีการส่งข้อมูลข่าวสารก็จะเกิดการแชร์ต่อของผู้ใช้ LINE ทำให้มียอดผู้ติดตามหรือ Follower มากขึ้น แบรนด์ของผู้ประกอบการก็จะเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ฟีเจอร์ของ LINE@ ที่ช่วยในการโปรโมตหรือสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก นั้นต่างจาก LINE Chat ทั่วไป ที่เป็นการส่งข้อความ รูป หรือสติกเกอร์ เพราะเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยพัฒนาให้มีฟีเจอร์การส่งคูปองส่วนลดออนไลน์ การส่งแบบสอบถามออนไลน์ การส่งเป็นภาพ Rich Message ขนาดใหญ่ที่สามารถฝังลิงก์เข้าไปได้ หรือแม้กระทั่งบัตรสะสมแต้ม

“ใครชอบทานชานมไข่มุกไหมค่ะ เวลาไปทานเราได้บัตรสะสม บางทีเราสะสมครบ 9 ดวง บัตรหาย ขาดไป 1 ดวง บางครั้งลืมเอาบัตรมา กลับมาที่บ้าน เรามีบัตรเดียวกัน 10 ใบ สะสมไม่ครบสักที LINE ก็เลยแก้ปัญหา เอาบัตรสะสมแต้มมาอยู่ใน LINE ด้วย คือสามารถสแกน QR Code ปุ๊บ ขึ้นเป็นแต้มอยู่ในมือถือได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องบัตรหาย พวกนี้เป็นฟีเจอร์ของ LINE@ ที่ช่วยสร้างแบรนด์ให้ง่ายขึ้น”

สำหรับการตอบกลับลูกค้า LINE@ ได้เพิ่มแอดมินในการ Chat ได้สูงสุดอยู่ที่ 100 คน หมายความว่า หากมีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามา 100 ออร์เดอร์ แอดมินก็สามารถช่วยกันตอบได้เลย ทำให้ลูกค้าได้รับคำตอบที่เร็วขึ้น รวมทั้งยังมีฟังก์ชันที่เรียกว่า ระบบตอบกลับอัตโนมัติ ในช่วงที่เจ้าของแบรนด์กำลังพักผ่อนหรือไม่สะดวกที่จะตอบกลับ โดยสามารถเซ็ตคำตอบไว้ได้หากมีลูกค้าทักเข้ามา

 

แบรนด์แข็งแกร่ง เมื่อได้เครื่องมือตอบโจทย์

นันทิศา ยกตัวอย่างของธุรกิจที่มีการใช้ LINE@ แล้วประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ของตัวเองให้แข็งแรงขึ้น ในหลากหลายธุรกิจ ทั้งสินค้าและบริการ เช่น

  • ลิ้มเหล่าโหงว บิสโทร มีต้นกำเนิดจากร้านก๋วยเตี๋ยวในเยาวราช เปิดมา 80 ปีแล้ว โดยหลานรุ่นที่ 3 ได้ปรับแบรนด์ใหม่เป็นลิ้มเหล่าโหงว บิสโทร มาเปิดที่สยามสแคว์วัน คือทำให้วัยรุ่นมากขึ้นและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ในสถานที่ที่คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเลือกใช้ LINE@ เป็นเครื่องมือในการโปรโมต ฟีเจอร์ที่ใช้คือ E-Coupon

“พอเขาเปิดบัญชี LINE@ ขึ้น จะมีแผ่นตั้งหน้าร้านบอกว่า add LINE@ วันนี้ สามารถรับเกี๊ยวกรอบมาทานฟรีได้ คนก็จะเข้ามา add LINE@ ก็เกิดเป็น community ขึ้นมาในไลน์ของเขา หรือใช้คูปองชิงรางวัลแจกเย็นตาโฟหม้อไฟฟรี 10 หม้อ ส่งไปตอนหกโมงเย็น หกโมงห้านาที มีลูกค้าคนแรกเข้ามาแล้ว มารับเย็นตาโฟหม้อไฟ เพราะว่าทุกคนอยู่กับมือถือตลอดเวลา รถติด คนก็ส่งอะไรมาตอนหกโมง เพราะเขารู้ว่าคนกำลังรถติด หิว แล้วถ้าแถวสยาม มีคนอยู่แถวนั้นพอดี ได้คูปอง ก็มาที่ร้าน แล้ว 10 หม้อนั้นแจกหมดภายใน 3 ทุ่ม อันนี้เป็นตัวที่แสดงให้เห็นถึงความเร็วในการกระจายข้อมูลข่าวสารของ LINE”

  • Hamburger Studio เป็นแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นแนว Street Elegance เรียบง่ายแต่ chic ร้านแรกเปิดที่แพลตตินั่ม ประตูน้ำ และขายแต่ออฟไลน์อย่างเดียว แต่หลัง ๆ ลูกค้ารายย่อยหายากมาก ไม่ค่อยมีคนไปเดิน เพราะลูกค้าจะหาข้อมูลออนไลน์ ทางร้านเลยหันมาใช้ LINE@ สิ่งที่เลือกใช้คือ ภาพ Rich Message ขนาดใหญ่ เพื่อสื่อว่าแบรนด์นี้ Street Elegance จริง ๆ มีการคุมโทนสีของรูปภาพทุกอย่างให้ออกมาดูดี ทุกครั้งเวลาที่มีคอลเล็กชันเสื้อผ้าใหม่ ก็จะส่งผ่าน LINE@ ออกไป พอส่งออกไป ไม่ถึง 5 นาที มีคนแชตเข้ามา 100 กว่าคนเพื่อสั่งสินค้า
  • เจคิว ปูม้านึ่ง เป็นแบรนด์ซีฟู้ด ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่า สิ่งที่เน้นขายคือความสะดวกสบาย หมายถึงเวลาที่มีสินค้าหรือสินค้ามาใหม่ สิ่งที่เจ้าของร้านทำคือ จะบรอดแคสต์สินค้านั้นผ่าน LINE@ เช่น วันนี้มีน้ำยาปูอยู่ 50 ชุด บรอดแคสต์ผ่าน LINE@ ตอนหกโมง ยังไม่ทัน 2-3 ชั่วโมงเลย มีออร์เดอร์สั่งไปหมดแล้ว 50 ชุด โดยมีการเตรียมแอดมินมานั่งตอบลูกค้าให้พร้อมเพรียงกัน 5-6 คน เพื่อให้สามารถปิดการขายได้ทันที

การแชตหรือการปิดการขายช่องทางออนไลน์ ต้องเน้นความเร็วเป็นหลัก เพราะว่าคนสมัยนี้ถูกดึงความสนใจได้ง่าย ยกตัวอย่างสมมติเราเล่น LINE อยู่ ร้านอาหารนี้น่ากินจัง ปรากฏเพื่อนส่งอีกรูปหนึ่งเป็นรูปขนมหวาน เราก็จะเลิกดูร้านแรกไปทันที ไปดูร้านที่สอง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากในปัจจุบัน ดังนั้น หากเราตอบสนองลูกค้าได้เร็วเท่าไร ก็จะทำให้ปิดการขายได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

  • Post It BKK ขายน้ำผลไม้คั้นสด เป็นแบรนด์ที่ยังเล็กอยู่ ไปขายในห้างก็ได้สถานที่ตั้งที่ไม่ค่อยดี ทำให้ขายไม่ดีเท่าที่ควร เลยต้องเริ่มทำออนไลน์โดยใช้ LINE@ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ แต่ไม่ได้ใช้วิธีการ Hard Sell หรือขายสินค้าตรง ๆ สิ่งที่ทำคือจะโพสต์เป็นข้อความหรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ หรือประโยชน์ของผลไม้เป็นหลัก คือใช้เนื้อหาในการจูงใจ เพราะการสร้างแบรนด์บางครั้งก็ไม่ใช่การขายอย่างเดียว แต่จะทำอย่างไรให้คนรักในสินค้า น้ำผลไม้ของเขาจะขายดีได้ คนที่มาตามบัญชีของเขาต้องรักสุขภาพก่อน ต้องรู้ก่อนว่า ผลไม้แต่ละอย่างมีคุณประโยชน์หรือคุณค่าอย่างไร เป็นเทคนิคอีกอย่างหนี่งที่ทำให้คนเห็นถึงคุณค่าหรือจุดเด่นของสิ่งที่เราขายอยู่ แล้วทำให้เกิดยอดขายเป็นผลลัพธ์ทางอ้อมได้

“ทางแบรนด์ก็แชร์ให้ฟังว่า แต่ละวัน ส่งข้อมูลอะไร เช่น ส้มดีอย่างไร ใน 1 วันคุณต้องได้วิตามินอะไรบ้าง มีวันหนึ่ง เขาส่งประโยชน์ของบีทรูทไป ว่าทานแล้วเป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง ส่งไปปุ๊บ ไม่ถึง 5 นาทีก็มีคนส่งกลับมา ไม่ทราบที่ร้านมีน้ำบีทรูทขายไหม ขอสั่งหน่อย

  • Chaba Nail Spa ไม่ได้ขายสินค้า แต่เป็นการขายบริการ คือเป็นร้านทำเล็บ ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของคิว เพราะลูกค้ามักจะไปยืนออหน้าร้าน ดูแคตตาล็อกเลือกแบบ และตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะเลือกลายไหน ทำให้ร้านไม่สามารถถ่ายลูกค้าได้เร็ว เลยมาใช้ช่องทาง LINE@ รับจองในการทำเล็บ นอกจากนั้นใน LINE@ จะมี Timeline ที่โพสต์รูปแบบเล็บทุก ๆ วัน เหมือนแคตตาล็อกอยู่บน LINE ลูกค้าก็จะเลือกมาจากบ้านแล้ว พอมาถึงร้านก็แค่โชว์ว่าจะเอาลายนี้ แล้วก็เดินเข้าไปเลย แก้ปัญหาการมาออกันหน้าร้าน และการโพสต์บน Timeline สามารถดูได้ด้วยว่า ลูกค้าสนใจลายไหนเป็นพิเศษ ดูได้จากยอดกดไลค์ ลายที่ฮิตก็จะเอามาจัดเป็นโปรโมชัน ทำเป็น E-Coupon แจกผ่าน LINE

นันทิศา คาดหวังว่า กรณีศึกษาจากแบรนด์เหล่านี้ จะทำให้เจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มหรือเพิ่งสร้างแบรนด์ สามารถนำไปปรับใช้กับแบรนด์ตัวเองได้

ชมย้อนหลังการพูดคุยในหัวข้อ “Make it BRAND!!! สร้างแบรนด์ในโลกออนไลน์ ใครว่ายาก” กับ นันทิศา อัครเกษมพร ผู้ช่วยผู้จัดการธุรกิจ LINE@ LINE (Thailand) ใน Thailand e-Commerce Week 2016 ที่ https://goo.gl/8KKA19