TOP

Sitemap

Sitemap Descriptions

เกี่ยวกับ สพธอ.

การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลปี 2569 Documents

หลักเกณฑ์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลปี 2569

การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ สพธอ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ โดยยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) และเป็นไปตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ สพธอ. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีข้อบังคับคณะกรรมการกำกับ สพธอ. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2564 เป็นแนวทางในการดำเนินการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
1. การสรรหาและคัดเลือกพนักงาน

สพธอ. มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการสรรหา คัดเลือก และบรรจุแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง โดยมีการทดสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง หรือคัดเลือกด้วยวิธีการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ หรือดำเนินการทดสอบด้วยวิธีอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างรวมกัน โดยการสรรหาและคัดเลือกพนักงานเป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการกำกับ สพธอ. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2564 และระเบียบ สพธอ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสรรหา คัดเลือก และบรรจุแต่งตั้ง บุคคลเข้าเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง พ.ศ. 2554 โดยเมื่อผ่านกระบวนการสรรหาและคัดเลือกแล้ว ได้กำหนดให้พนักงานที่ผ่านเกณฑ์ได้เข้ามาทดลองปฏิบัติงานจริง ก่อนการบรรจุแต่งตั้งและประกาศภายในต่อไป

2. การบรรจุและแต่งตั้งบุคลากร

สพธอ. มีกระบวนการบรรจุและแต่งตั้งเป็นไปตามข้อบังคับคณะกรรมการกำกับ สพธอ. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2564 และระเบียบ สพธอ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การสรรหา คัดเลือก และบรรจุแต่งตั้ง บุคคลเข้าเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง พ.ศ. 2554 โดยกำหนดให้บุคคลที่ผ่านกระบวนการสรรหา หรือการคัดเลือก ให้เข้าเป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง จะต้องมีการทดลองปฏิบัติงาน และการประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน เพื่อให้ผู้อำนวยการพิจารณาว่าผู้นั้นมีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติงานต่อไปหรือไม่ ถ้าผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ให้ถือว่าสิ้นสุดสัญญาการปฏิบัติงาน เว้นแต่ผู้อำนวยการจะสั่งให้ขยายระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงานต่อไปอีกก็ได้ แต่รวมระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงานแล้วต้องไม่เกิน 1 ปี หากผลการประเมินยังต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้อีก ให้ถือว่าสิ้นสุดการปฏิบัติงาน

3. การพัฒนาบุคลากร

สพธอ. ตระหนักถึงการพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้ที่มีสมรรถนะพร้อมต่อการบรรลุเป้าหมายในทุกมิติด้านการกำกับดูแล การส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความน่าเชื่อถือ การวางนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงองค์ความรู้พื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงานภายในบริบทของสำนักงาน เพื่อพัฒนาบุคลากรให้สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อบังคับคณะกรรมการกำกับ สพธอ. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2564 และระเบียบสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการพัฒนาพนักงานและลูกจ้างด้วยการศึกษาและฝึกอบรม พ.ศ. 2565 โดยมีการกำหนดหลักเกณฑ์การพัฒนาบุคลากรที่สำคัญ ดังนี้

  1. ให้มีการปรับปรุงและทบทวนแผนพัฒนาบุคลากรเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินงาน เป้าหมาย และพันธกิจขององค์กรและจัดลำดับความสำคัญในประเด็นการพัฒนาบุคลากรมาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดหลักสูตร รูปแบบ วิธีการพัฒนาบุคลากร อันนำไปสู่การจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรประจำปี
  2. วิธีการในการพัฒนาบุคลากร มีหลักเกณฑ์รองรับให้สามารถดำเนินการได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
    • การให้ไปศึกษา ฝึกอบรม หรือดูงาน
    • การให้ไปปฏิบัติงาน วิจัย การสอน หรือการให้บริการทางวิชาการอื่น
    • การแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง
    • การสอนงาน
    • การอื่นใดตามที่จำเป็นและเหมาะสม
  3. กระบวนการติดตามและประเมินผลการพัฒนาความรู้และทักษะระหว่างผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอภายใต้หมวดการพัฒนาทักษะความรู้และเสริมสร้างสมรรถนะทั้งด้าน Functional Competency และด้าน  Soft Competency เพื่อให้พนักงานพร้อมขับเคลื่อนภารกิจองค์กรได้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ  จากนั้นจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยทีมบริหารงานบุคคลเพื่อใช้ประโยชน์ในการวางแผนกำลังคนและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารในการทำงานให้ตอบโจทย์ภารกิจ/โครงการของ สพธอ.

ทั้งนี้ สำนักงานได้สนับสนุนทุนศึกษาสำหรับพนักงาน สพธอ. เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงาน สพธอ. ให้มีศักยภาพสูง สามารถตอบโจทย์การขับเคลื่อน สพธอ. ทั้งมิติการกำกับดูแลตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ การส่งเสริมและยกระดับความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

4. การประเมินผลการปฏิบัติงาน

สพธอ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง ทั้งในระดับของการทดลองปฏิบัติงานและระดับการปฏิบัติงานประจำปีของบุคลากรทุกตำแหน่ง ตามระเบียบ สพธอ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการทำสัญญาจ้างปฏิบัติงาน การประเมินผลทดลองการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการบริหารผลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง สพธอ. พ.ศ. 2564 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ดังนี้

1. การประเมินผลการทดลองปฏิบัติงาน ประเมินโดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน ความรู้ความสามารถ และความประพฤติ ซึ่งสอดคล้องกับตำแหน่งงานและลักษณะงานที่ได้รับมอบหมาย โดยเป็นไปตามเกณฑ์คะแนน ดังนี้

  • คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 61 ขึ้นไป และมีเวลาการปฏิบัติงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาการประเมินผลทดลองการปฏิบัติงานในช่วงการทดลองปฏิบัติงาน จึงจะได้รับการพิจารณาให้ผ่าน การทดลองปฏิบัติงาน และมีสิทธิได้รับการพิจารณาต่อสัญญาจ้าง เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัยในการปฏิบัติงาน ให้ผู้บังคับบัญชาของพนักงานหรือลูกจ้างรายงานเหตุดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปตามลำดับจนถึงผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งและปฏิบัติงานกับสำนักงานเป็นรายกรณี
  • ​คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 51 แต่ไม่ถึงร้อยละ 61 หรือมีเวลาการปฏิบัติงานน้อยกว่าร้อยละ 90 ของระยะเวลาการประเมินผลทดลองการปฏิบัติงานในช่วงการทดลองปฏิบัติงาน ให้ขยายระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงานตามที่เห็นสมควร แต่เมื่อรวมระยะเวลาการทดลองการปฏิบัติงานทั้งหมดแล้วจะต้องไม่เกิน 1 ปี
  • คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 ไม่ผ่านการทดลองปฏิบัติงาน และให้ผู้อำนวยการสั่งให้ผู้นั้นออกจากงานเนื่องจากผลการประเมินการทดลองปฏิบัติงานไม่ผ่านตามมาตรฐานที่กำหนด โดยสำนักงานจะไม่จ่ายค่าชดเชยใด ๆ ทั้งสิ้
  • ในกรณีผลการประเมินการทดลองปฏิบัติงานของพนักงานหรือลูกจ้างที่ได้รับการขยายระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงานยังไม่ผ่านตามมาตรฐานที่กำหนดอีก ให้ผู้อำนวยการสั่งให้ผู้นั้นออกจากงานเนื่องจากผลการประเมินการทดลองปฏิบัติงานไม่ผ่านตามมาตรฐานที่กำหนด”
2. การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของบุคลากรทุกตำแหน่ง อย่างน้อยปีละ 2 รอบการประเมิน โดยให้มีการจัดทำตัวชี้วัดตามแบบที่ผ้อำนวยการกำหนด  โดยเป็นไปตามเกณฑ์คะแนน ดังนี้
  • คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 81 ขึ้นไป ให้ถือว่ามีผลการประเมินดีเยี่ยม
  • คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 71 แต่ไม่ถึงร้อยละ 81 ให้ถือว่ามีผลการประเมินที่สูงกว่ามาตรฐานมาก
  • คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 61 แต่ไม่ถึงร้อยละ 71 ให้ถือว่ามีผลการประเมินที่สูงกว่ามาตรฐาน
  • คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 51 แต่ไม่ถึงร้อยละ 61 ให้ถือว่ามีผลการประเมินที่เป็นไปตามมาตรฐาน
  • คะแนนตั้งแต่ร้อยละ 31 แต่ไม่ถึงร้อยละ 51 ให้ถือว่ามีผลการประเมินที่ควรปรับปรุง
  • คะแนนไม่ถึงร้อยละ 31 ให้ถือว่ามีผลการประเมินที่ไม่น่าพอใจ

5. หลักเกณฑ์การให้คุณให้โทษและการสร้างขวัญกำลังใจ

สพธอ. ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรมและความโปร่งใส บุคลากรของ สพธอ. ตามข้อบังคับคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยประมวลจริยธรรม กรรมการ ผู้อำนวยการ และผู้ปฏิบัติงานของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2555 บุคลากรจึงต้องรักษาวินัยตามที่กำหนดเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามโดยเคร่งครัด และหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจนำไปสู่มาตรการดำเนินการและบทลงโทษทางวินัยตามระเบียบและข้อบังคับที่สำนักงานกำหนด

ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่บุคลากรในการปฏิบัติงาน สพธอ. จึงมีการพิจารณาการจ่ายเงินรางวัลหรือค่าตอบแทนอื่น รวมถึงการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปี ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด อีกทั้งยังมีการให้รางวัลแก่พนักงานต้นแบบที่มีคุณลักษณะตามค่านิยมองค์กรด้วย

6. การย้าย การโอน หรือการเลื่อน

สพธอ. มีกระบวนการการเปลี่ยนแปลงระดับตำแหน่งของพนักงานหรือลูกจ้างเป็นไปตามระเบียบ สพธอ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการทำสัญญาจ้างปฏิบัติงาน การประเมินผลทดลองการปฏิบัติงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการบริหารผลการปฏิบัติงาน ของพนักงานและลูกจ้างสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2564 โดยกำหนดให้การเปลี่ยนแปลงระดับตำแหน่งหรือตำแหน่งของพนักงานหรือลูกจ้างให้กระทำได้ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ขอบเขตและปริมาณงาน ความสำคัญของตำแหน่งงาน และหน้าที่ความรับผิดชอบของงานนั้น หรือมีการปรับปรุงตำแหน่งใหม่ตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงโครงสร้างตำแหน่ง อัตรากำลัง ประโยชน์ขององค์กร ความรู้ ความสามารถ ความประพฤติ คุณภาพ ปริมาณงาน และผลการปฏิบัติงาน ความวิริยะ อุตสาหะ การรักษาวินัย และความเหมาะสมแก่ตำแหน่ง

โดยการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งมี 2 ลักษณะ ดังนี้
1. การเลื่อนระดับตำแหน่ง โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

  • ​​มีผลประเมินสมรรถนะ (Competency) ทั้ง Functional และ Soft Competency ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • มีประสบการณ์และระยะเวลาในการปฏิบัติงานให้สำนักงาน ตามที่สำนักงานกำหนด
  • มีผลการประเมินการปฏิบัติงานภาพรวมทั้งปีงบประมาณในระดับมาตรฐานขึ้นไป
  • เกณฑ์อื่น ๆ ที่ผู้อำนวยการกำหนด
2. การเปลี่ยนแปลงประเภทตำแหน่ง ระหว่างปฏิบัติการ (Generalist) และวิชาการ (Specialist) มีหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
  • มีผลการประเมินสมรรถนะ (Competency) ทั้ง Functional และ Soft Competency ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
  • ได้รับความเห็นชอบของผู้บังคับบัญชาในสายงานตำแหน่งเดิมและสายงานตำแหน่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับจนถึงผู้อำนวยการ