TOP

Sitemap

Sitemap Descriptions

เกี่ยวกับ สพธอ.

ข่าวประชาสัมพันธ์

ETDA เปิดผล SMEs GROWTH 2026   เชื่อม SMEs–เทคโนโลยีดิจิทัล สร้างมูลค่าผลกระทบกว่า 689 ล้านบาท พร้อมต่อยอด “SME Profile” หนุนธุรกิจเติบโตตรงจุด

Digital ID Documents
  • 09 ก.ย. 69
  • 7

ETDA เปิดผล SMEs GROWTH 2026 เชื่อม SMEs–เทคโนโลยีดิจิทัล สร้างมูลค่าผลกระทบกว่า 689 ล้านบาท พร้อมต่อยอด “SME Profile” หนุนธุรกิจเติบโตตรงจุด

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA สรุปผลสำเร็จโมเดล “SMEs GROWTH 2026 พลิก SMEs ไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” หลังจัดกิจกรรม Roadshow ครอบคลุม 4 ภาค 16 จังหวัด มี SMEs เข้าร่วม 1,697 ราย Digital Provider ร่วมออกบูธ 138 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจสำเร็จ 108 คู่ ช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวม 689.5 ล้านบาท พร้อมก้าวต่อปี 70 ลุยถอดสูตรความสำเร็จกลุ่มธุรกิจคาเฟ่  ร้านอาหาร ธุรกิจการผลิต และธุรกิจโรงแรม พัฒนาเป็น “SMEs Profile” แผนที่พัฒนาธุรกิจ ให้ SMEs ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สามารถวางแนวทางพัฒนาได้ตรงจุดและลดการลองผิดลองถูก
 
นายมีธรรม ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ ETDA ในฐานะผู้ที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนโมเดล SMEs Growth เพื่อเร่งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเชิงพื้นให้พร้อมสู่โอกาสใหม่และสร้างรายได้ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อน SMEs มีโจทย์สำคัญ 2 เรื่อง คือ ท่ามกลางหลายหน่วยงานที่ดำเนินงานส่งเสริม SMEs อยู่แล้ว ETDA จะสร้างความแตกต่างและเข้าไปช่วยผู้ประกอบการในจุดใด และจะสร้างความร่วมมือเพื่อขยายผลการดำเนินงานได้อย่างไร เพราะการทำให้ SMEs สามารถ Transform ธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการทำงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ดังนั้น จุดเน้นของ ETDA ภายใต้โมเดล SMEs Growth จึงอยู่ที่การ “ประเมินก่อนพัฒนา” โดยใช้เครื่องมือที่มีอย่าง ‘Digital Maturity Index หรือ DMI’ ประเมินความพร้อมด้านดิจิทัลของ SMEs เพื่อค้นหา Gap ของผู้ประกอบการแต่ละราย เนื่องจากแต่ละธุรกิจมีบริบท ปัญหา และระดับความพร้อมแตกต่างกัน การสนับสนุน SMEs จึงไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันทั้งหมด แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย
 
ดังนั้น โครงการ SMEs GROWTH 2026 จึงเดินหน้าออกแบบและจัดกิจกรรมความรู้ Roadshow ครอบคลุม 4 ภาค 16 จังหวัด มีผู้เข้าร่วมกลุ่ม SMEs รวม 1,697 ราย พร้อมด้วย Digital Provider เข้าร่วมออกบูธรวม 138 ราย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้รู้จัก เปรียบเทียบ และเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทและ Pain Point ของธุรกิจ ครอบคลุมโซลูชันสำคัญ เช่น โซลูชันด้านการขาย การบัญชี การบริหารจัดการ และการเกษตรดิจิทัล เป็นต้น เกิดการจับคู่ธุรกิจระหว่าง SMEs กับ Digital Provider จำนวน 108 คู่ ครอบคลุม SMEs 104 ราย และจากการติดตามพบว่ามีการนำไปใช้งานจริง สะท้อนว่า โครงการสามารถพาผู้ประกอบการก้าวจากการรับรู้และทำความเข้าใจเทคโนโลยี ไปสู่การเลือกใช้โซลูชันเพื่อพัฒนาธุรกิจได้จริง นอกจากนี้ โครงการยังสร้างมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวม 689.5 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าที่เกิดกับ SMEs 530.6 ล้านบาท หรือ 77% และ Digital Provider 158.9 ล้านบาท หรือ 23% สะท้อนผลลัพลอธ์ของการเชื่อมโยง SMEs กับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การมีส่วนร่วมลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
 
 
        สำหรับก้าวต่อไป ในปี 2570 ETDA เตรียมนำฐานข้อมูลทั้งจากเครื่องมือ DMI และการลงพื้นที่พัฒนา SMEs เชิงพื้นที่ มาถอดสูตรความสำเร็จ จัดทำ “SME Profile” หรือโปรไฟล์ที่เป็นแผนพัฒนาธุรกิจ ที่สะท้อนระดับความพร้อม Gap และความต้องการของผู้ประกอบการในแต่ละประเภทธุรกิจ โดยมุ่งถอดบทเรียนใน ธุรกิจคาเฟ่ ร้านอาหาร ธุรกิจการผลิต และธุรกิจโรงแรม เพื่อใช้เป็นจุดตั้งต้นในการวางแนวทางพัฒนา ทั้งการพิจารณาว่าธุรกิจควรเติมทักษะเรื่องใด ต้องการเทคโนโลยีประเภทใด หรือควรเชื่อมต่อกับหน่วยงานและ Digital Provider รายใด ซึ่ง SME Profile จะยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมข้อมูลและความร่วมมือกับ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสถาบันการเงิน ที่ต่างมองเห็นประโยชน์ของการมีข้อมูลความพร้อมและความต้องการของ SMEs ที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้แต่ละหน่วยงานสามารถนำเครื่องมือและความเชี่ยวชาญของตนเข้ามาร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ไทยได้ตรงจุดมากขึ้น
 
 
        นายมีธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีหน้า ETDA จะมุ่งต่อยอดจากการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และ Digital Provider ไปสู่การสนับสนุนที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการมากขึ้น โดยใช้ผลประเมิน DMI และ SME Profile เป็นจุดตั้งต้นในการออกแบบแนวทางสนับสนุนให้สอดคล้องกับระดับความพร้อมและ Gap ของ SMEs  ครอบคลุมทั้งการเติมทักษะและความรู้ที่ธุรกิจยังขาด การเชื่อมต่อกับ Digital Provider ที่มีโซลูชันตรงกับ Pain Point ตลอดจนการประสานหน่วยงานพันธมิตรที่มีเครื่องมือเหมาะกับความต้องการของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน จะเพิ่มสัดส่วน Workshop และกิจกรรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมจัดทำ Action Plan และวางระบบ Follow-up หลังจบกิจกรรม เพื่อติดตามว่า SMEs สามารถนำความรู้และโซลูชันจากการจับคู่ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ และสร้างผลลัพธ์ได้จริงมากน้อยเพียงใด
 
“สิ่งที่ ETDA ต้องการเห็นไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าร่วม หรือจำนวนการจับคู่ธุรกิจที่เกิดขึ้น แต่คือการที่ SMEs สามารถเลือกและนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมไปใช้แก้ปัญหาของธุรกิจได้จริง ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มช่องทางการขาย ไปจนถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยได้อย่างยั่งยืน” นายมีธรรม กล่าวทิ้งท้าย

Rating :
Avg: 0 (0 ratings)