
Digital Platform Service
- 19 มี.ค. 69
-
30
-
ETDA จับมือ กรมการขนส่งทางบก ย้ำ ดีเดย์ 31 มี.ค. 69 เริ่มกติกาใหม่ Ride Sharing แพลตฟอร์มคัดกรองเข้ม ‘รถ-ผู้ขับ’ ต้องจดทะเบียนก่อนให้บริการ พร้อมเร่งหาทางออก ‘ซีซีรถ-แพ็กเกจประกันภัย’
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเวที ETDA LIVE ไลฟ์กำลังดี EP.1 หัวข้อ “Ride Sharing ขับถูกกฎหมาย ไปได้ไกลกว่า” เร่งทำความเข้าใจก่อน ‘ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ’ หรือ ‘ประกาศ Ride Sharing’ เริ่มบังคับใช้วันที่ 31 มีนาคม 2569 ย้ำแพลตฟอร์มดิจิทัล ต้องคัดกรองเข้ม เตือนผู้ขับอย่ารอช้า เร่งจดทะเบียน รย.17/รย.18 กับ ขบ. ให้เรียบร้อยก่อนให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปฯ เผยเดินหน้าแก้ข้อจำกัด ‘ซีซีรถ-แพ็กเกจประกันภัย’ แล้ว พร้อมเปิดศูนย์ One Stop Service ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก (จตุจักร) ระหว่างวันที่ 2 – 31 มีนาคม 2569 ทุกวันไม่เว้นวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ในการจด รย.17/รย.18 แบบครบวงจรในจุดเดียว

นางสาวศุภจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ฝ่ายนโยบายและเกณฑ์การกำกับดูแล ETDA หนึ่งในวิทยากรที่ร่วมพูดคุยในเวทีนี้เปิดเผยว่า ‘ประกาศ คธอ. เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบริการรถโดยสารสาธารณะ’ หรือ ‘ประกาศ Ride Sharing’ เป็นการปรับกลไกการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยกำหนดหน้าที่โดยตรงต่อ “ธุรกิจผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภท Ride Sharing” ให้เข้ามามีบทบาทเป็นด่านหน้าร่วมกับภาครัฐในการตรวจสอบและกำกับดูแลการให้บริการรถโดยสารผ่านแอปฯ อาทิ การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขับขี่และยานพาหนะที่ผ่านการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง การแสดงข้อมูลการให้บริการอย่างโปร่งใส รวมถึงการจัดให้มีช่องทางช่วยเหลือผู้ใช้บริการและกลไกจัดการปัญหาที่เหมาะสม
ทั้งนี้ ภายใต้ประกาศดังกล่าว กำหนดหน้าที่โดยตรงต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ขับขี่จะไม่ได้เป็นผู้ถูกกำหนดหน้าที่โดยตรงตามประกาศ แต่จำเป็นต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และการนำรถเข้าจดทะเบียนเป็นรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หรือ รย. 17 และ รย.18) กับ ขบ. ให้ถูกต้อง เพื่อให้สามารถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง หากพบว่า ผู้ขับขี่หรือยานพาหนะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด แพลตฟอร์มในฐานะผู้ให้บริการจะต้องมีหน้าที่ระงับการให้บริการชั่วคราว หรือระงับการจัดสรรงานผ่านระบบ (ไม่ปล่อยออเดอร์) จนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง หากแพลตฟอร์มเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ตามระยะเวลาที่กำหนด อาจถูกสั่งระงับการประกอบธุรกิจ และอาจถูกถอนการรับแจ้งประกอบธุรกิจตามกฎหมาย โดยมาตรการดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติการให้บริการของผู้ขับขี่อย่างถาวร แต่เป็นการสร้างมาตรฐานร่วมกันทั้งระบบ และยกระดับความเชื่อมั่นของผู้โดยสารในการใช้บริการ


ขณะที่ ผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ คุณยุทธนา โม้วงษ์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 และคุณฐากูร แก้วใส นิติกรชำนาญการ รักษาการหัวหน้ากลุ่มกฎหมายและระเบียบ 1 สำนักกฎหมาย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมระหว่างการพูดคุยในเวทีนี้ โดยระบุว่า หากพ้นกำหนดวันที่ 31 มีนาคม 2569 แล้ว ผู้ขับขี่ยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง อาจมีความเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และถูกระงับการรับงานจากแพลตฟอร์ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง พร้อมยังชี้แจงถึงประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของผู้ขับ โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ ซึ่งปัจจุบันกำหนดไม่เกิน 125 ซีซี อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีในการขยายเพดานเป็น ไม่เกิน 250 ซีซี เพื่อให้ครอบคลุมการใช้งานจริง รวมถึงประเด็นต้นทุนประกันภัยสำหรับรถยนต์ประเภท รย.18 ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่มีความเหมาะสมไม่เป็นภาระแก่ผู้ขับรถต่อไป
.jpg.aspx)
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้เปิดให้บริการศูนย์ One Stop Service ณ อาคาร 4 กรมการขนส่งทางบก (จตุจักร) ระหว่างวันที่ 2 – 31 มีนาคม 2569 โดยเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ในการดำเนินการจดทะเบียน รย.17/รย.18 แบบเบ็ดเสร็จครบวงจรในจุดเดียว และแม้ทะเบียนบ้านอยู่คนละจังหวัดกับพื้นที่ให้บริการ แต่หากผู้ขับจะวิ่งรถในจังหวัดไหน ให้ย้ายรถมาจดทะเบียนในจังหวัดนั้นและต้องมีหลักฐานแสดงถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องการให้บริการ โดยการจดจะต้องใช้ เล่มทะเบียนตัวจริง หากรถติดไฟแนนซ์อยู่ ก็สามารถจดทะเบียนได้ แต่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจและสมุดเล่มทะเบียนรถตัวจริงจากบริษัทไฟแนนซ์ ประกอบการจด รย.17/รย.18 เป็นต้น
ETDA ย้ำว่า การเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เพียงเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ขับขี่ ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือในการประกอบอาชีพ การได้รับความคุ้มครองตามระบบประกันภัย และการสามารถใช้ข้อมูลรายได้จากแพลตฟอร์มเป็นหลักฐานในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว การเริ่มใช้กติกาใหม่ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบริการ Ride Sharing ของประเทศไทยให้มีมาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้บริการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
สำหรับใครที่พลาด ETDA LIVE ไลฟ์กำลังดี EP.1 หัวข้อ “Ride Sharing ขับถูกกฎหมาย ไปได้ไกลกว่า” สามารถชมย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=SABsxnEH5Kk&t=2992s สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่เพจ ETDA Thailand