
Digital Citizen
- 17 มิ.ย. 69
-
15
-
เมื่อโลกออนไลน์ไม่มีปุ่มลบ: Cyber Bullying กับรอยแผลที่อยู่ได้นานกว่าที่คิด
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกๆ เช้า คนไทยหลายสิบล้านคนตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟน เปิดหน้าจอเช็กข้อความ ตอบแชต เลื่อนดูข่าว ดูคลิป หรือโพสต์เรื่องราวของตัวเองลงบนโซเชียลมีเดีย โลกดิจิทัลในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมืออีกต่อไป แต่มันกลายเป็นพื้นที่ชีวิต อีกใบที่เราใช้เวลาอยู่กับมันแทบตลอดทั้งวัน จากรายงาน Digital 2026: Thailand โดย DataReportal ร่วมกับ We Are Social และ Meltwater ระบุว่า คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึง 94.7% และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยเกือบ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือเกือบหนึ่งในสามของชีวิตในแต่ละวัน
แต่ในขณะที่เทคโนโลยีทำให้ผู้คนเชื่อมต่อกันง่ายขึ้น โลกออนไลน์ก็กลายเป็นพื้นที่ที่ความรุนแรง สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะ Cyber Bullying หรือการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของเด็กในโรงเรียนอีกต่อไป แต่กำลังเกิดขึ้นกับคนทุกวัย ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงคนทำงาน คนดัง หรือแม้แต่บุคคลสาธารณะ เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ Cyber Bullying มันไม่ได้จบลงเมื่อเราปิดหน้าจอ เพราะในโลกดิจิทัล ไม่มีเสียงระฆังเลิกเรียน ไม่มีพื้นที่ปลอดภัยให้เดินหนี และไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนระหว่าง “โลกส่วนตัว” กับ “โลกสาธารณะ” ข้อความหนึ่งข้อความ รูปภาพหนึ่งรูป หรือคอมเมนต์เพียงประโยคเดียว สามารถถูกแชร์ซ้ำ กระจายต่อ และอยู่บนอินเทอร์เน็ตได้นานกว่าที่เจ้าของโพสต์ตั้งใจ
นี่คือสิ่งที่นักวิชาการเรียกว่า Digital Permanence หรือ ความคงทนของข้อมูลดิจิทัล แม้ต้นทางจะลบโพสต์ไปแล้ว แต่ภาพแคปหน้าจอหรือการแชร์ต่อ ทำให้เหยื่อยังคงถูกทำร้ายซ้ำๆ ได้ตลอดเวลา รอยแผลบนโลกออนไลน์จึงไม่ได้หายไปง่ายเหมือนคำพูดในชีวิตจริง แต่มันอาจกลายเป็นบาดแผลทางใจที่ติดอยู่กับใครบางคนไปอีกนาน ที่สำคัญ โลกออนไลน์ยังทำให้ผู้คนลืมความเป็นมนุษย์ของกันและกันได้ง่ายขึ้น เพราะผู้กระทำไม่จำเป็นต้องเห็นน้ำตา สีหน้า หรือความเจ็บปวดของคนที่ถูกทำร้าย นักจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Online Disinhibition Effect หรือ ภาวะที่ผู้คนลดความยับยั้งชั่งใจเมื่ออยู่หลังหน้าจอ ความห่างไกลนี้ทำให้หลายคนกล้าพูดในสิ่งที่อาจไม่กล้าพูดต่อหน้า และบางครั้งก็ทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว
ในยุคที่ทุกคนมีตัวตนดิจิทัล คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง เราเป็นใคร แต่คือ เราเป็นใครในสายตาของคนที่ได้รับผลจากสิ่งที่เราทำ เพราะ Digital Identity หรืออัตลักษณ์ดิจิทัล ไม่ได้หมายถึงแค่รูปโปรไฟล์สวยๆ หรือจำนวนผู้ติดตาม แต่มันคือทุกสิ่งที่สะท้อนความเป็นเราในโลกออนไลน์ ตั้งแต่สิ่งที่โพสต์ สิ่งที่แชร์ วิธีการสื่อสาร ไปจนถึงวิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้อื่น ทุกครั้งที่เราพิมพ์ข้อความ แสดงความคิดเห็น หรือกดแชร์อะไรบางอย่าง เรากำลังสร้างตัวตนดิจิทัล ของตัวเองขึ้นทีละน้อย หลายครั้งผู้คนอาจคิดว่า แค่พิมพ์เล่นๆ หรือ แค่แซวขำๆ แต่สำหรับอีกคนหนึ่ง สิ่งนั้นอาจกลายเป็นคำพูดที่สร้างความอับอาย ความกดดัน หรือบาดแผลทางใจอย่างรุนแรง โลกออนไลน์จึงไม่ใช่พื้นที่ที่เราจะทำอะไรก็ได้โดยไม่มีผลกระทบ เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนทิ้งร่องรอยไว้เสมอ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Cyber Bullying ไม่ได้เกิดจากผู้กระทำเพียงคนเดียว แต่ยังเกิดจากคนดู หรือผู้ที่มีส่วนร่วมโดยไม่รู้ตัวด้วย นักจิตวิทยาเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Bystander หรือ ผู้นิ่งเฉย ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นแต่ไม่พูดอะไร และคนที่ร่วมสนุกผ่านการกดไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์ซ้ำเติม แม้จะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก แต่การมีส่วนร่วมเหล่านี้กลับกลายเป็นแรงสนับสนุนให้ความรุนแรงดำเนินต่อไป
ในทางกลับกัน หากมีใครสักคนเลือกจะยืนหยัดในฐานะ Upstander หรือ ผู้ที่ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ด้วยการบอกว่า นี่ไม่โอเค กดรายงานโพสต์ หรือส่งข้อความให้กำลังใจเหยื่อ การกระทำเล็กๆ เหล่านี้อาจช่วยหยุดวงจรความรุนแรง และช่วยให้ใครบางคนรู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกออนไลน์
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA หน่วยงานกำกับดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่มีอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยทุกกลุ่มเกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและรู้เท่าทัน ยังคงเดินหน้าให้ความสำคัญกับการสร้าง “พลเมืองดิจิทัล” ผ่านหลักสูตร ETDA Digital Citizen Plus หรือ EDC Plus ซึ่งไม่ได้สอนแค่เรื่องเทคโนโลยีหรือการใช้งานอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่เน้นการสร้างทักษะชีวิตบนโลกดิจิทัล เพื่อให้คนไทยสามารถอยู่บนออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ และเคารพผู้อื่น
หัวใจสำคัญของ EDC Plus คือแนวคิดที่ว่า การเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดี ไม่ใช่แค่ ใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ต้องใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมด้วย หลักสูตรจึงให้ความสำคัญกับเรื่อง Digital Identity และ Digital Communication อย่างมาก โดยเฉพาะการตระหนักว่า ทุกสิ่งที่เราทำบนออนไลน์ล้วนสร้างผลกระทบต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น โดยหลักสูตร EDC Plus พยายามทำให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Digital Identity ที่ดี ไม่ใช่ตัวตนที่สมบูรณ์แบบ หรือมีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่คือตัวตนที่ไม่ทำร้ายใคร และสามารถใช้โลกออนไลน์เพื่อสร้างคุณค่าเชิงบวกให้กับสังคม หลักสูตรจึงเน้นการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การคิดก่อนพิมพ์ ก่อนแชร์ และการเคารพความแตกต่างของผู้อื่น

นอกจากนี้ EDC Plus ยังเสนอกรอบการรับมือ Cyber Bullying ผ่านแนวคิด “Stop • Tell • Del(ete) • Strong” ซึ่งเป็นแนวทางที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยมีเนื้อหาสำคัญที่น่าสนใจคือ
- Stop” คือการหยุดตอบโต้ เพราะหลายครั้งการตอบกลับด้วยอารมณ์จะยิ่งทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น การหยุดไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แต่คือการไม่ปล่อยให้ผู้กระทำควบคุมอารมณ์ของเรา
- Tell” คือการบอกหรือขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครู เพื่อน หรือผู้บังคับบัญชา เพราะการเก็บความเจ็บปวดไว้คนเดียวมักทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น
- Del(ete)” คือการแจ้งลบหรือรายงานเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการเก็บหลักฐานไว้ดำเนินการตามกฎหมายหากจำเป็น เพราะเนื้อหาที่สร้างความรุนแรงไม่ควรถูกปล่อยให้อยู่บนโลกออนไลน์ต่อไป
- และ “Strong” คือการเข้มแข็ง ไม่ปล่อยให้คำพูดของคนอื่นมากำหนดคุณค่าของตัวเอง พร้อมใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแรงผลักดันในการเติบโต
นอกจากการรับมือเมื่อเกิดปัญหา EDC Plus ยังให้ความสำคัญกับแนวคิด Digital Resilience หรือภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในโลกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ทั้งหมด หลักสูตรจึงมุ่งสร้างทั้งทักษะการใช้งานดิจิทัล การคิดวิเคราะห์ และความยืดหยุ่นทางใจ เพื่อให้คนสามารถรับมือกับปัญหาบนออนไลน์ได้อย่างเหมาะสม
โดย ETDA เชื่อว่า การป้องกัน Cyber Bullying ที่ดีที่สุด ไม่ใช่เพียงการมีกฎหมายหรือเทคโนโลยีคอยควบคุม แต่คือการสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล ที่ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบของคำพูดและการกระทำของตัวเอง เพราะแม้กฎหมายจะช่วยลงโทษผู้กระทำได้ แต่สิ่งที่จะทำให้โลกออนไลน์น่าอยู่จริงๆ คือ จิตสำนึกของ
ผู้คนในสังคม เพราะท้ายที่สุดไม่ว่า โลกออนไลน์จะเป็นพื้นที่แบบไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกของคนทุกคนในทุกวัน ว่าเราจะใช้คำพูดเพื่อทำร้าย หรือใช้มันเพื่อสร้างกำลังใจ จะเลือกเป็นผู้ซ้ำเติม หรือเลือกเป็นคนที่ยืนหยัดเพื่อปกป้องผู้อื่น เพราะ Digital Identity ที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ตัวตนที่มีคนติดตามมากที่สุด แต่คือตัวตนที่เมื่อใครนึกถึงแล้ว เขารู้สึกถึงความปลอดภัย ความเคารพ และความเป็นมนุษย์ร่วมกัน-สำหรับใครที่สนใจหลักสูตร EDC Plus สามารถศึกษาเนื้อหาและเข้าร่วมอบรมทางออนไลน์ ได้ที่ https://onlinetraining.dsd.go.th/courseinfo.php?category=2&course=192701
รายการอ้างอิง