TOP

Sitemap

Sitemap Descriptions

เกี่ยวกับ สพธอ.

Knowledge Sharing

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech  ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

Digital Citizen
  • 08 มิ.ย. 69
  • 23

ในวันที่ AI กำลังสร้างบริบทใหม่ให้สังคม มนุษย์ยิ่งไม่ควรทิ้งทักษะ Low-Tech ชวนลับคม ‘ทักษะความเป็นมนุษย์’ ให้แข็งแรง เพื่ออยู่รอดและปลอดภัยในโลกยุค Hi-Tech

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 70 ปีที่แล้ว คำว่า “Artificial Intelligence” หรือ AI ได้ถือกำเนิดขึ้น และถูกบัญญัติให้เป็นหนึ่งในสาขาวิจัย จากวันนั้นถึงวันนี้ AI ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งใน “เครื่องมือ” ที่ทรงพลังแห่งยุค และเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งต่อการทำงาน การเรียนรู้ ไปจนถึงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก
            หากขยับไทม์ไลน์ย้อนกลับไปราว 15-20 ปีก่อน AI ในความเข้าใจของคนทั่วไปยังเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาให้ทำตามคำสั่งที่มนุษย์กำหนดขึ้น แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ Generative AI อย่างชัดเจน เทคโนโลยีนี้เกิดมาพร้อมสถานะ “เสมือนนักสร้างสรรค์” ที่เรียนรู้ข้อมูลต่าง ๆ จากโมเดลภาษาขนาดใหญ่ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตามที่มนุษย์ป้อนคำสั่ง (Prompt) โดยสามารถผลิตชิ้นงานได้รวดเร็วและหลากหลาย เช่น งานเขียนบทความ วาดรูป สร้างวิดีโอ สร้างเสียง หรือแม้กระทั่งการเขียนโค้ดโปรแกรม จนกลายเป็น “ผู้ช่วย” คนสำคัญของคนทำงานยุคใหม่
            แต่ผ่านไปพริบตาเดียว โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคถัดไปที่เป็นยุคของ Agentic AI ซึ่งเปรียบเสมือน “นักคิดและนักปฏิบัติ” ที่สามารถรับข้อมูล วิเคราะห์ วางแผน และดำเนินงานหลายขั้นตอนได้ต่อเนื่องมากขึ้น โดยไม่ต้องรอให้มนุษย์ป้อนคำสั่งทีละขั้นตอนเหมือน AI แบบเดิม ตัวอย่างที่เราเริ่มได้เห็นบ้างแล้ว คือ AI ที่ช่วยจองโรงแรม ทำหน้าที่ตั้งแต่ค้นหาโรงแรม เปรียบเทียบราคา และจัดการจองจนเสร็จสมบูรณ์
Pic-1_AI-Growth-Timeline.jpg

 
            เมื่อ AI เรียนรู้รูปแบบภาษาได้ดีและพัฒนาอย่างรวดเร็ว โลกจึงเข้าสู่บริบทใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
            จุดเด่นที่ทำให้ AI ดูราวกับมีเวทมนตร์คือความสามารถในการ “เรียนรู้รูปแบบภาษา” จากข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้ในการฝึกโมเดล ในขณะที่มนุษย์อาจใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังเรียนรู้ได้ไม่หมด มนุษย์จึงสามารถหยิบ AI เข้ามาช่วยงานที่ท้าทายหรือเคยดูแทบเป็นไปไม่ได้ ให้ประสบความสำเร็จ เช่น

  • ในปี 2023 นักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยถอดรหัสข้อความจากม้วนเอกสารโบราณอายุ 2,000 ปีที่ถูกเผาไหม้จากแรงระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส
  • AI สามารถอ่านและแปลภาษา Kalamang ซึ่งเป็นภาษาที่มีคนใช้น้อยกว่า 200 คน ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจภาษานี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

Pic-2_AI-Productivity-Growth.jpg

ความสามารถเหล่านี้ทำให้ AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เริ่มส่งผลต่อวิธีทำงาน วิธีเรียนรู้ และวิธีใช้ชีวิตของผู้คนในวงกว้าง ในด้านหนึ่งเราเห็น “โอกาส” ที่มาพร้อมกับการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) เพราะ AI โดยเฉพาะ Generative AI กลายเป็นเครื่องมือที่ผู้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพียงมีอุปกรณ์อย่างสมาร์ตโฟนหรือแล็ปท็อปที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถนำมาใช้ช่วยคิด ช่วยสร้างสรรค์ และช่วยจัดการงานบางประเภทได้รวดเร็วกว่าเดิม
            รายงาน “The economic potential of generative AI: The next productivity frontier” ของ McKinsey & Company (2023) ระบุว่า Generative AI มีศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจสร้างมูลค่าได้ราว 2.6-4.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และอาจช่วยหนุนการเติบโตของผลิตภาพแรงงานได้ประมาณ 0.1-0.6% ต่อปีจนถึงปี 2040 หากมีการนำเทคโนโลยีไปใช้ควบคู่กับการปรับรูปแบบการทำงาน การโยกย้ายเวลาแรงงานไปสู่กิจกรรมใหม่ และการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างเหมาะสม
            ขณะเดียวกัน เมื่อเทียบกับฐานการประเมินเดิมของเทคโนโลยี AI และระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่ใช่ Generative AI รายงานฉบับเดียวกันระบุว่า Generative AI อาจช่วยเพิ่มผลกระทบทางเศรษฐกิจของ AI โดยรวมได้อีกราว 15-40% โดยมูลค่าส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในกลุ่มงานการบริการลูกค้า การตลาดและการขาย การพัฒนาซอฟต์แวร์ และงานวิจัยพัฒนา
            จุดนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยงานเฉพาะทางอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจและรูปแบบการทำงานในวงกว้าง
            ในส่วนของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ได้เผยผลสำรวจ Thailand Digital Outlook ว่า ในปี 2025 ไทยมีสัดส่วนการใช้งาน AI สูงถึง 66.1% ในธุรกิจทุกขนาด โดยขนาดกลางใช้ AI อยู่ที่ 73.8% ส่วนขนาดใหญ่ใช้ 72.9%
            ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียง “กระแส” แต่กำลังกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างจริงจัง
            โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) โดย ศูนย์ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIGC ได้ระบุว่า ในหลาย ๆ ธุรกิจเริ่มมีการนำ Agentic AI มาใช้ในหลายภาคส่วน เช่น ในภาคการเงิน ใช้วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อพิจารณาปล่อยสินเชื่อ ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ในขณะที่ภาคธุรกิจการค้า ใช้ช่วยคาดการณ์ยอดขาย วางแผนการตลาด และบริหารสต็อกสินค้าแบบอัตโนมัติ รวมไปถึงภาคเทคโนโลยี ที่พัฒนา Agentic AI ให้เป็นผู้ช่วยด้านการเขียนโปรแกรม (Coding Assistant) ที่สามารถวางโครงสร้าง เขียนโค้ด ทดสอบฟังก์ชัน และรันระบบได้ในขั้นตอนเดียว
            แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีทรงพลังขึ้น “ความท้าทาย” ก็ยิ่งชัดขึ้นตามไปด้วย เราจึงเริ่มเห็นผลกระทบจากการใช้ AI ปรากฏชัดขึ้นในหลายด้าน เช่น กรณีที่มีรายงานข่าวว่า Oracle เลิกจ้างพนักงานกว่า 30,000 ราย ท่ามกลางการเร่งลงทุนด้าน AI
            การแพร่กระจายของข้อมูลปลอม และ Deepfakes ที่แยกแยะได้ยากขึ้น สอดคล้องกับ Global Risks Report 2024 ของ World Economic Forum (WEF) ที่ระบุว่า ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือน โดยเฉพาะเมื่อถูกขยายผลด้วยเทคโนโลยี AI เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญที่ทั่วโลกต้องเผชิญ ควบคู่กับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
            อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ระบุว่า ในปี 2025 ความเสียหายจากอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์ฯ และน่าตกใจที่ประเทศไทยติดอันดับ 9 ในฐานะเหยื่อของสแกมเมอร์ โดยสูญเสียเงินเฉลี่ย 37,000 บาทต่อคน
            นอกจากนี้ อาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือก็เกิดขึ้นจำนวนมากและแนบเนียนขึ้นตามความฉลาดของเทคโนโลยี โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มเปราะบางและเด็กเยาวชน ข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและมูลนิธิกระจกเงาระบุว่า ในปี 2568 มีเด็กอายุ 15–18 ปี อย่างน้อย 19 ราย ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยรูปแบบการหลอกลวงมักเริ่มต้นจากการชักชวนผ่านช่องทางออนไลน์

Pic-3_Cyber-Crime.jpg

หากไม่อยากตกขบวน ต้องลับคม “ทักษะความเป็นมนุษย์” (Soft Skills) ที่ AI เลียนแบบไม่ได้
            ท่ามกลางความล้ำสมัยของเทคโนโลยีที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายใหม่ แต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายที่ต้องระวัง คำถามสำคัญคือ “อะไรคือสิ่งที่จะทำให้เราอยู่รอดปลอดภัยในทุก ๆ สถานการณ์” และจะ “ไม่ถูกแทนที่โดย AI” อย่างสมบูรณ์
            คำตอบอาจไม่ใช่การไปแข่งประมวลผลข้อมูลกับระบบ หรือการงดใช้เทคโนโลยีไปเลย แต่เป็นการกลับมาพัฒนา “ทักษะพื้นฐานของมนุษย์” ที่ดูแสนจะธรรมดา ให้เป็น “สิ่งล้ำค่า” ที่สุดในยุคนี้

Pic-4_Human-Skills.jpg

รายงาน Future of Jobs Report 2025 ของ World Economic Forum (WEF) และบทความ 4 Important Human Skills AI Can’t Replace ของ Harvard Business School สะท้อนตรงกันว่า ยังมีทักษะสำคัญหลายด้านที่ AI ไม่อาจทดแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด ได้แก่
            1. ความฉลาดทางอารมณ์ รากฐานของภาวะผู้นำและการสร้างความเชื่อใจ
            มนุษย์มีความสามารถพิเศษในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นผ่านการสังเกตแววตา น้ำเสียง และท่าทาง ทักษะนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อพูดคุยทั่วไปเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่น ความเชื่อใจ รวมไปถึงการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมด้วย ซึ่งมีทักษะแยกย่อยอีก เช่น การเป็นผู้นำและการมีอิทธิพลต่อสังคม การตระหนักรู้ในตนเองและการสร้างแรงจูงใจ การบริหารจัดการคนเก่ง ความใส่ใจรายละเอียดและความสม่ำเสมอ เช่น เมื่อมีการพรีเซนต์งานในที่ประชุม ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานจะไม่ได้พูดตรง ๆ ว่ากังวล แต่คนที่สังเกตน้ำเสียง สีหน้า และบรรยากาศได้ดี มักรู้ว่าเมื่อไรควรรับฟัง เมื่อไรควรให้กำลังใจ และเมื่อไรควรช่วยคลี่คลายสถานการณ์
            2. การฟังอย่างตั้งใจ เพื่อเข้าถึงความหมายที่อยู่ “ระหว่างบรรทัด”
            ทักษะต่อมาคือการข้ามขีดจำกัดของตัวหนังสือไปสู่การฟังอย่างตั้งใจและการตีความหมาย มนุษย์เราเก่งมากในเรื่องการรับรู้ถึง “สิ่งที่ไม่ได้ถูกพูดออกมา” ไม่ว่าจะเป็นความกังวล ความลังเล หรือความคาดหวังลึก ๆ เมื่อฟังอย่างตั้งใจ จะพัฒนาสู่การมีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจผู้คนในระดับลึกซึ้ง รวมถึงสามารถทำงานบริการลูกค้าที่ต้องแก้ปัญหาตามแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีด้วย เช่น บางครั้งลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่คำตอบที่เร็วที่สุด แต่ต้องการคนที่ฟังอย่างใส่ใจ เข้าใจปัญหาจริง และตอบกลับอย่างตรงจุดมากกว่า
            3. การตัดสินใจในสภาวะคลุมเครือ โดยใช้วิจารณญาณใคร่ครวญ
            ในโลกที่ข้อมูลล้นมือแต่ความชัดเจนกลับน้อยลงนั้น ทักษะการตัดสินใจในสถานการณ์ที่คลุมเครือ คือตัววัดกึ๋นของมนุษย์ การตัดสินใจให้เฉียบคมที่สุด จึงต้องอาศัยทักษะอื่น ๆ ประกอบกัน เช่น การคิดเชิงวิเคราะห์ การคิดเชิงระบบ องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการทรัพยากร การควบคุมคุณภาพ ศีลธรรม จริยธรรม รวมถึงความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ เมื่อหลอมรวมทักษะเหล่านี้เข้าด้วยกัน จะช่วยให้มองภาพรวมและประเมินความเสี่ยงอย่างมีเหตุมีผล อีกทั้งการตัดสินใจในแต่ละครั้งจะเกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้ข้อจำกัดทางด้านข้อมูล
            อย่างในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น โรคระบาดหรือสงคราม ผู้คนอาจได้รับข้อมูลจากหลายแหล่งที่คลาดเคลื่อนกัน รวมถึงคำตอบจาก AI ที่ดูน่าเชื่อถือแต่ระบุแหล่งที่มาไม่ได้ และอาจมีความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือจริยธรรม คนที่ตัดสินใจได้ดีจะไม่รีบเชื่อทันที แต่จะตรวจสอบ เปรียบเทียบ และชั่งน้ำหนักก่อนนำข้อมูลไปใช้หรือเผยแพร่
            4. ความคิดสร้างสรรค์ พลังแห่งการท้าทายและสร้างสิ่งใหม่
            มนุษย์ถือเป็นนักจินตนาการ มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของศิลปะ แต่รวมถึงการสร้าง “นวัตกรรม” ใหม่ ๆ ที่ต้องอาศัยการใช้ความรู้ สัญชาตญาณ หลอมรวมกับประสบการณ์ส่วนตัว ความกระหายที่จะเรียนรู้นี้เองที่ทำให้มนุษย์กล้าที่จะตั้งคำถามกับความเชื่อเดิม ๆ และแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ทุกอุตสาหกรรมเติบโตและก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ การเกิดขึ้นของ AI เองก็เป็นผลลัพธ์จากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ เมื่อราว 70 ปีก่อน ที่มีคนกล้าตั้งคำถามว่า “เครื่องจักรจะเรียนรู้หรือคิดได้หรือไม่” และคำถามนั้นเองได้ค่อย ๆ พัฒนาไปสู่เทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโลกในวันนี้
            นั่นแปลว่า แม้ AI จะช่วยต่อยอดไอเดียได้รวดเร็ว แต่ต้นทางของนวัตกรรมใหญ่ ๆ ก็ยังเริ่มจากจินตนาการและคำถามใหม่ของมนุษย์เสมอ
            หากสามารถพัฒนา “ทักษะพื้นฐานของมนุษย์” ให้แข็งแกร่งและประยุกต์ใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ ก็จะเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่า “Smart Cyborg” หรือมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ในยุคเทคโนโลยีที่เก่งทั้งการจัดการอารมณ์ มีความรู้เฉพาะทาง และใช้เครื่องมือทันสมัยได้อย่างคล่องแคล่ว ท้ายที่สุดจะกลายเป็น “ผู้อยู่รอดที่แท้จริง” ทั้งในด้านการใช้ชีวิตให้ปลอดภัยจากภัยออนไลน์ และเป็นคนที่องค์กรต้องการตัว เพราะไม่อาจหา AI ใดมาทดแทนได้

Pic-5_Smart-Cyborg.jpg

            สร้างภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล เพื่อการก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน
            เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI จะพัฒนาไปไกลถึงจุดไหน หรือจะมีเทคโนโลยีใดมาเปลี่ยนโลกอีกครั้งหรือเปล่า ดังนั้นการพัฒนาทักษะความเป็นมนุษย์ จึงสำคัญพอ ๆ กับการมี “ทักษะ Digital / AI Literacy” เพราะเทคโนโลยีควรถูกใช้เพื่อยกระดับชีวิต ไม่ใช่ลดทอนความเป็นคน การสร้างสมดุลระหว่างโลก Hi-Tech กับทักษะ Low-Tech จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับ “อนาคตของคนรุ่นใหม่”

            ดังนั้น Digital / AI Literacy ไม่ควรเป็นความรู้เฉพาะของคนสายเทคฯ อีกต่อไป แต่ควรเป็นทักษะพื้นฐานของคนไทยทุกคนที่ใช้เทคโนโลยีและโลกออนไลน์ ด้วยเหตุนี้ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA จึงเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Digital / AI Literacy ให้เป็นภูมิคุ้มกันของคนไทย ผ่านโครงการ ETDA Digital Citizen หรือ EDC ที่มุ่งสร้าง “พลเมืองดิจิทัล” ยกระดับความรู้ ความตระหนัก และทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ มั่นคงปลอดภัย และรู้เท่าทันโลกออนไลน์ โดยต่อยอดการเรียนรู้ในรูปแบบ e-Learning ในชื่อ EDC Trainer และ EDC Plus เพื่อให้คนไทยเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ดูรายละเอียดหลักสูตร EDC Plus เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ ETDA และ Facebook: ETDA Thailand

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
                  Electronic Transactions Development Agency, "เจาะความล้ำ “AI เจนใหม่” คิดเอง ทำเองได้แบบไม่รอคำสั่ง โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร-ใครควบคุม?," April 25, 2025, accessed April 24, 2026, https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/Knowledge-Sharing/Articles/aigc/ai_new_gen.aspx
            Erik Pounds, “What Is Agentic AI?,” NVIDIA Blog, October 22, 2024, accessed April 24, 2026, https://blogs.nvidia.com/blog/what-is-agentic-ai/
            Spring News, “จาก Gen AI สู่ Agentic AI อะไรคือ AGI ปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ ฉลาดเท่าคน,” Spring News, May 11, 2025, accessed April 24, 2026, https://www.springnews.co.th/digital-tech/technology/857766
                  Spring News, “นักวิทยาศาสตร์ ใช้ AI ช่วยไขปริศนาม้วนกระดาษปาปิรุส 2,000 ปี จากวิสุเวียส,” Spring News, February 6, 2025, accessed April 24, 2026, https://www.springnews.co.th/digital-tech/technology/855867
                  Eline Visser, “Kalamang Dictionary Cite,” Dictionaria, accessed April 24, 2026, https://dictionaria.clld.org/contributions/kalamang
                  McKinsey & Company, “The economic potential of generative AI: The next productivity frontier,” June 14, 2023, accessed May 1, 2026, https://www.mckinsey.com/capabilities/tech-and-ai/our-insights/the-economic-potential-of-generative-ai-the-next-productivity-frontier
                  สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, “BDE ผลสำรวจการใช้งาน AI ในภาคธุรกิจไทย” Facebook, January 12, 2026, accessed April 24, 2026, https://www.facebook.com/share/p/1Ct74vKWP1/
            @KBenZ, “ไม่ทันตั้งตัว Oracle ปลดพนักงานนับหมื่น หันไปทุ่มงบลงทุน AI แทน,” Techhub, April 3, 2026, accessed April 24, 2026, https://www.techhub.in.th/oracle-has-laid-off-tens-of-thousands-of-employees-and-is-instead-investing-heavily-in-ai/
                  เดลินิวส์, “ที่ 9 โลก! ไทยติดอันดับเสียภัยไซเบอร์พุ่ง สกมช. เตือนปี 26 ระวัง ‘AI Deepfake’,” เดลินิวส์, February 19, 2026, accessed April 24, 2026, https://www.dailynews.co.th/news/5616700/
                  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, “เด็กทั่วโลกเผชิญภัยเสี่ยงออนไลน์ยุค AI สสส.-ภาคี จัด SIDTH 2026 เดินหน้าสร้างโลกออนไลน์ปลอดภัย รับมือมิจฉาชีพ ใช้ภาพ–เสียง–คลิป คุกคามเด็กและเยาวชน,” ThaiHealth, February 9, 2026, accessed April 24, 2026, https://www.thaihealth.or.th/เด็กทั่วโลกเผชิญภัยเสี/
                  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ร่วมเฝ้าระวังภัย ‘เด็กหาย’ และ ‘ถูกหลอกเข้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์’ เปิดสถิติเด็กหายพุ่งสูงขึ้น พร้อมแนะวันเด็กต้องป้องกันเด็กพลัดหลง,” Facebook, January 8, 2026, accessed April 24, 2026, https://www.facebook.com/share/p/18fy6w5juA/
                  World Economic Forum, The Future of Jobs Report 2025, January 7, 2025, accessed April 24, 2026, https://www.weforum.org/publications/the-future-of-jobs-report-2025/digest/
                  Tim Stobierski, “The Most Important Human Skills AI Can’t Replace,” HBS Online, February 3, 2026, accessed April 24, 2026, https://online.hbs.edu/blog/post/human-skills-ai-cant-replace
                  TDRI, “คิดยกกำลังสอง: 4 มนุษย์สายพันธุ์ใหม่…ยุคเอไอครองโลก,” Thailand Development Research Institute (TDRI), February 14, 2023, accessed April 24, 2026, https://tdri.or.th/2023/02/thinkx_485/      

 

 

 

Rating :
Avg: 5 (1 ratings)