
Digital Citizen
- 22 มิ.ย. 69
-
40
-
คุณให้ AI ตัดสินใจแทนกี่ครั้งต่อวัน โดยไม่รู้ตัว? 10 สถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ AI แอบทำงานอยู่เงียบ ๆ
“AI ไม่ได้อยู่แค่ในหนัง Sci-Fi แต่แฝงอยู่ในทุกจังหวะของวัน ตั้งแต่ปลดล็อกมือถือด้วยใบหน้า เช็กอากาศก่อนออกจากบ้าน เปิดฟีดโซเชียล ทำธุรกรรมธนาคาร ไปจนถึงเลือกหนังก่อนนอน เราไม่ได้แค่ "ใช้" AI แต่กำลังแลกข้อมูล เวลา และการตัดสินใจบางส่วนของเราให้มันทุกวัน....คำถามคือ เรารู้ตัวไหม?”
เช้าวันธรรมดาของคนไทยคนหนึ่งอาจเริ่มต้นแบบเรียบง่ายมาก เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นจากมือถือ หน้าจอสว่างขึ้นมา แจ้งเตือนข่าว ฝนตก รถติด โปรโมชันกาแฟ และคลิปสั้นที่ถูกคัดสรรจากอัลกอริทึมที่คาดเดาว่า "คุณน่าจะชอบ" ทุกอย่างดูเป็น "กิจวัตรธรรมดา" แต่เบื้องหลังสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ หลายอย่างมีสิ่งที่เรียกว่า AI ทำงานอยู่เงียบ ๆ
ข้อมูลจาก OECD ระบุว่าในปี 2025 ผู้คนในประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มากกว่า 1 ใน 3 ใช้เครื่องมือ Generative AI แล้ว ขณะเดียวกันไทยเองก็มีกรอบการพัฒนา AI ระดับประเทศเพื่อผลักดันการใช้ AI ในบริการสาธารณะ สุขภาพ การศึกษา การเงิน ความปลอดภัย และเกษตรกรรม ต่อให้เราไม่ได้ "สรรหา AI มาใช้" AI ก็เข้ามาอยู่ในชีวิตเราอยู่ดี เพราะคนรอบตัว ธุรกิจ และแพลตฟอร์มต่าง ๆ ต่างนำมันมาใช้เพื่อให้บริการเร็วขึ้น แม่นขึ้น และสะดวกขึ้น
“แต่ก่อนจะไปต่อ มีคำถามหนึ่งที่ควรนึกถึงตลอดการอ่าน - ทุกครั้งที่ AI ช่วยเราได้ เราจ่ายด้วยอะไรบ้าง? บางครั้งเราไม่ได้จ่ายด้วยเงิน แต่จ่ายด้วยข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ ประวัติการค้นหา รูปภาพ ใบหน้า พฤติกรรมการซื้อของ หรือแม้แต่ข้อมูลสุขภาพที่สะท้อนชีวิตส่วนตัวของเรามากกว่าที่คิด ลองนึกถึงสิ่งที่เราเผลอกดยอมรับโดยไม่อ่าน เช่น อนุญาตให้แอปเข้าถึงตำแหน่งตลอดเวลา ไมโครโฟน กล้อง รายชื่อผู้ติดต่อ หรือพฤติกรรมการใช้งาน บางสิทธิ์จำเป็นต่อบริการจริง แต่บางสิทธิ์อาจมากเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่แอปฯ นั้นต้องทำ เช่น
· แอปแต่งรูปจำเป็นต้องรู้ตำแหน่งตลอดเวลาหรือไม่?
· แอปไฟฉายจำเป็นต้องเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อหรือเปล่า?
· แอปสุขภาพจำเป็นต้องแชร์ข้อมูลกับบุคคลที่สามมากแค่ไหน?
· แอปชอปปิงจำเป็นต้องติดตามพฤติกรรมข้ามเว็บไซต์เพื่อเสนอราคาที่แตกต่างกันหรือไม่?
นึกถึงคำถามเหล่านี้ไว้ในใจ แล้วค่อยตามดูใน 10 สถานการณ์ต่อไปนี้”
ลองตามติดชีวิตหนึ่งวัน แล้วดูว่า AI แอบเดินไปกับเรากี่ก้าว
1. ตื่นเช้า โทรศัพท์คือสิ่งที่พบหน้าเราก่อนคนในครอบครัว
ทันทีที่หยิบมือถือขึ้นมา หลายคนปลดล็อกด้วยใบหน้า นิ้วมือ หรือรหัส การสแกนใบหน้าอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องกับ AI และการเรียนรู้เชิงลึกที่ช่วยวิเคราะห์ลักษณะใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ระบบนี้เรียกว่า Facial Recognition โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) อธิบายว่าช่วยเพิ่มความสะดวกและความเร็วในการพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัล แต่ก็มีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ความเสี่ยงจากข้อมูลชีวมิติรั่วไหล การโจมตีแบบปลอมแปลง และประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวและความยินยอม
พูดให้ใกล้ตัวขึ้น ใบหน้าของเราไม่ได้เป็นแค่ "หน้าเรา" อีกต่อไป แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้เปิดมือถือ เข้าแอปฯ ทำธุรกรรม และยืนยันว่า "เราเป็นเรา" ความสะดวกนี้จึงควรมาพร้อมความระวังเสมอ
“ถ้าไม่มี Facial Recognition? เราก็ยังใช้โทรศัพท์ได้ด้วยการสแกนลายนิ้วมือหรือกดรหัส เพียงแต่สูญเสียความสะดวกในสถานการณ์ที่มือเปื้อนหรือเปียก”

2. เช็กอากาศก่อนออกจากบ้าน วันนี้ควรพกร่ม หรือควรเสี่ยงดวง?
ก่อนออกจากบ้าน หลายคนเปิดมือถือเช็กฝน เช็ก PM2.5 หรือดูพยากรณ์อากาศรายชั่วโมง ระบบพยากรณ์อากาศยุคใหม่ใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลจากดาวเทียม เรดาร์ เซนเซอร์ และแบบจำลองสภาพอากาศมาประมวลผลร่วมกัน เพื่อคาดการณ์แนวโน้มฝน ลม อุณหภูมิ หรือภัยพิบัติล่วงหน้า
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า AI มีศักยภาพในการช่วยเพิ่มความแม่นยำ การเข้าถึง และการกระจายคำเตือนด้านสภาพอากาศ ซึ่งระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยลดความสูญเสียจากภัยพิบัติได้ สำหรับคนทั่วไปอาจแปลว่า "วันนี้ควรพกร่มไหม" แต่ในระดับประเทศ อาจหมายถึงการเตือนชุมชนให้เตรียมรับมือน้ำท่วมหรือคลื่นความร้อนล่วงหน้า
“ถ้าไม่มี AI? เราก็ยังเช็กอากาศได้จากข่าวหรือมองท้องฟ้า แต่สูญเสียความแม่นยำระดับรายชั่วโมงและความเฉพาะพื้นที่ จากที่รู้ว่า "อีก 20 นาทีฝนตกแถวออฟฟิศ" ก็เหลือเพียง "วันนี้น่าจะมีฝน"
3. เดินทางไปทำงาน แผนที่ไม่ได้แค่บอกทาง แต่ช่วยเลือกทางให้เราด้วย
แอปฯ แผนที่หรือแอปฯ เรียกรถมักแนะนำเส้นทางที่เร็วกว่า เลี่ยงรถติด คาดการณ์เวลาถึงที่หมาย และคำนวณราคาโดยสารล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้เกิดจากการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ทั้งตำแหน่งรถ ความหนาแน่นของถนน อุบัติเหตุบนเส้นทาง และพฤติกรรมการใช้งานของผู้คน ในมุมผู้ใช้ เราแค่กด "ไปที่ทำงาน" แต่ในมุมของระบบ AI ไม่ใช่หุ่นยนต์พูดได้ แต่เป็นผู้ช่วยเงียบ ๆ ที่ทำให้เราตัดสินใจเร็วขึ้น
“ถ้าไม่มี AI? เราก็เดินทางได้ด้วยการจำทาง ดูป้าย หรือเปิดแผนที่กระดาษ แต่สูญเสียการคาดการณ์แบบเรียลไทม์ เช่น ถนนติดเพราะอุบัติเหตุหรือมีทางเลือกอื่นที่เร็วกว่าไหม”

4. สั่งกาแฟหรืออาหาร เมนูที่โผล่ขึ้นมาอาจไม่ได้บังเอิญ
เปิดดูแอปเดลิเวอรีแล้วเจอการแนะนำร้านเดิม เมนูใกล้เคียง หรือโปรโมชันที่ดูเหมือนรู้ใจ แท้จริงนี่คือระบบแนะนำที่เรียนรู้จากพฤติกรรมของเรา ทุกการคลิก ทุกการค้นหา แม้แต่เมนูที่ใส่ตะกร้าแล้วไม่จ่ายเงิน อาจกลายเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ระบบเข้าใจเรามากขึ้น
คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) สหรัฐฯ เคยเผยผลการศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับ "surveillance pricing" ว่าข้อมูลอย่างตำแหน่งที่อยู่ ประวัติการท่องเว็บ รูปแบบการชอปปิง หรือพฤติกรรมบนหน้าเว็บ อาจถูกใช้เพื่อกำหนดข้อเสนอหรือราคาที่แตกต่างกันสำหรับผู้บริโภคแต่ละคน ของที่ "ใช่" จึงอาจไม่ได้มาจากโชคชะตาอย่างเดียว แต่มาจากข้อมูลที่เราทิ้งไว้ระหว่างทาง
“ถ้าไม่มี AI? เราก็สั่งอาหารได้เหมือนเดิมด้วยการเดินไปร้านหรือโทรสั่ง เพียงแต่ไม่มีคำแนะนำเฉพาะตัว และราคาที่เห็นอาจเป็นราคาเดียวกันสำหรับทุกคน”
5. เปิดแอปธนาคาร ระบบช่วยจับความผิดปกติก่อนเงินจะหาย
เบื้องหลังการโอนเงินหรือจ่ายบิลผ่าน Mobile Banking ในไม่กี่วินาที มีระบบความปลอดภัยคอยตรวจจับความผิดปกติอยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่ามาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงินครอบคลุมการป้องกัน ตรวจจับ และรับมือ เช่น การยกระดับความปลอดภัยของแอปธนาคาร การจำกัดบัญชี Mobile Banking ต่ออุปกรณ์ และการใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังชี้ว่าระบบ AI อาจมีความเสี่ยงด้านข้อมูล หากข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ไม่ถูกต้อง ไม่หลากหลาย หรือระบบมีช่องโหว่จนข้อมูลสำคัญรั่วไหลได้
การมี AI คอยช่วยดูแลไม่ได้แปลว่าเราจะวางใจได้ทั้งหมด เพราะมิจฉาชีพเองก็ใช้เทคโนโลยีเก่งขึ้นเช่นกัน สุดท้ายเจ้าของบัญชียังต้องมีสติ ไม่กดลิงก์แปลก ไม่โอนเงินเพราะถูกเร่งเร้า เพราะ AI เป็นแค่ด่านหน้า แต่ด่านสุดท้ายยังต้องเป็น "สติ" ของเรานั่นเอง
“ถ้าไม่มี AI? เราก็ทำธุรกรรมได้ผ่านธนาคารหรือตู้ ATM แต่สูญเสียระบบเตือนธุรกรรมเสี่ยงแบบทันทีทันใดที่ช่วยดักจับความผิดปกติก่อนเงินจะหาย”

6. พักดูโซเชียล ฟีดที่ไหลไม่หยุดอาจกำลังเรียนรู้เราอยู่
แค่ดูคลิปทำอาหารหนึ่งคลิป ไม่นานฟีดก็เต็มไปด้วยสูตรอาหารและร้านวัตถุดิบใกล้บ้าน ระบบแนะนำคอนเทนต์ทำหน้าที่เหมือนบรรณาธิการส่วนตัวที่เลือกว่าจะให้เราเห็นอะไรเป็นลำดับต่อไป ความเสี่ยงคือเราอาจถูกพาเข้าไปอยู่ใน "ห้องสะท้อนเสียง (Echo Chamber)" เห็นแต่สิ่งที่คล้ายกับสิ่งที่เคยชอบหรือเคยเชื่อ
OECD ระบุหลักการ AI ที่น่าเชื่อถือว่าควรเคารพสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ หลักคิดนี้สำคัญมากในยุคที่อัลกอริทึมมีอิทธิพลต่อสิ่งที่เราเห็น คิด และตัดสินใจในแต่ละวัน หากพูดง่าย ๆ คือ อย่าให้ฟีดรู้จักเราดีกว่าที่เรารู้จักตัวเอง และสิ่งที่เห็นบ่อยไม่ได้แปลว่าจริงกว่าเสมอ
“ถ้าไม่มี AI? เราก็ใช้โซเชียลได้โดยเห็นโพสต์ตามลำดับเวลาและเลือกติดตามเพจเอง ฟีดอาจไม่ลื่นหรือรู้ใจ แต่เราอาจได้กลับมาเป็นคนเลือกเองว่าอยากเห็นอะไรและอยากเชื่ออะไร”
7. เรียนหรือหาข้อมูล เมื่อ AI กลายเป็นติวเตอร์ส่วนตัว
นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานหลายคนใช้ AI ช่วยแปลภาษา สรุปบทเรียน ร่างอีเมล หรือจัดไอเดียก่อนทำพรีเซนต์ แค่พิมพ์คำถามก็ได้คำตอบในไม่กี่วินาที องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้จัดทำกรอบสมรรถนะ AI สำหรับนักเรียน โดยเน้นให้ผู้เรียนเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบในยุค AI ไม่ใช่แค่ใช้เครื่องมือเป็น แต่ต้องเข้าใจจริยธรรม เทคนิค และการประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
คนที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่คนที่ลอกคำตอบจาก AI ได้เร็วที่สุด แต่เป็นคนที่ตั้งคำถามดี ตรวจสอบคำตอบเป็น และรู้ว่าเมื่อไรควรเชื่อ เมื่อไรควรสงสัย สิ่งที่ AI แทนไม่ได้ทั้งหมดคือ "ความเข้าใจจริง การคิดวิเคราะห์ และความรับผิดชอบ" ต่อสิ่งที่เรานำไปใช้
“ถ้าไม่มี AI? เราก็เรียนได้ด้วยการอ่านหนังสือ ค้นเว็บ หรือถามครู เพียงแต่ใช้เวลามากขึ้น AI ช่วยย่นเวลาและเปิดมุมคิดใหม่ แต่ความเข้าใจจริงยังต้องมาจากตัวเราเอง”

8. ใช้ทำงาน มนุษย์เปลี่ยนบทบาทจากผู้ใช้ AI สู่ผู้กำกับ AI
AI อาจช่วยสรุปรายงาน ถอดเทปประชุม ทำสไลด์ วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และเขียนโค้ดเบื้องต้น แต่การใช้งานต้องคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของข้อมูล และผลกระทบต่อพนักงานและสังคม ETDA อธิบายถึง Agentic AI หรือ AI เจนใหม่ที่คิด วิเคราะห์ วางแผน และลงมือทำเองได้มากขึ้น ซึ่งทำให้มนุษย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้สั่งงาน" ไปสู่ "ผู้กำกับ ตรวจสอบ และรับผิดชอบ" มากขึ้น
การมี AI ทำให้บางงานจากหลายชั่วโมงเหลือไม่กี่นาที คนทำงานจึงมีโอกาสนำเวลาไปใช้กับงานที่ต้องใช้มนุษย์มากกว่าเดิม เช่น การคิดกลยุทธ์ การตัดสินใจ และการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล AI จึงไม่ควรถูกมองเป็นเครื่องมือที่ทำให้มนุษย์หยุดคิด แต่เป็นผู้ช่วยที่ทำให้มนุษย์มีเวลาคิดเรื่องสำคัญมากขึ้น
“ถ้าไม่มี AI? เราก็ทำงานได้เหมือนเดิม เพียงแต่ใช้เวลามากขึ้นและต้องพึ่งทักษะของคนมากขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป”
9. ดูแลสุขภาพ AI อาจช่วยอ่านสัญญาณที่เรามองไม่เห็น
หลายคนออกกำลังกายพร้อมสมาร์ตวอตช์ นับก้าว วัดชีพจร ประเมินการนอน บางระบบใช้ AI จับรูปแบบข้อมูลสุขภาพที่เปลี่ยนไปและแจ้งเตือนให้สังเกตตัวเองมากขึ้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า AI ด้านสุขภาพมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะ Large Multi-Modal Models ที่รับข้อมูลได้หลายแบบ แต่การใช้ AI ในสุขภาพต้องมีจริยธรรม การกำกับดูแล ความโปร่งใส และการจัดการความเสี่ยงที่รอบคอบ
AI เข้ามาช่วยในฐานะ "ผู้ช่วยสังเกต" ที่จับสัญญาณบางอย่างได้เร็วขึ้น เช่น รูปแบบการนอนที่เปลี่ยนไปหรือชีพจรที่ผิดปกติ แต่ AI ไม่ควรเป็นคำตอบสุดท้ายแทนแพทย์ และไม่ลืมว่าข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนตัวที่ควรปกป้องอย่างจริงจัง
“ถ้าไม่มี AI? เราก็ดูแลสุขภาพได้ด้วยวิธีพื้นฐาน สังเกตร่างกาย ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยังสำคัญและจำเป็นเสมอ ไม่ว่าจะมี AI หรือไม่”

10. ก่อนเข้านอน AI ช่วยเลือกหนัง เพลง และคลิปสุดท้ายก่อนจบวัน
ก่อนเข้านอน ระบบแนะนำเรื่องถัดไป เพลงถัดไป หรือคลิปถัดไปทำให้เรารู้สึกว่า "อีกนิดเดียว" จนบางครั้งนิดเดียวกลายเป็นหนึ่งชั่วโมง AI ในรูปแบบนี้นุ่มนวลที่สุด เพราะมันค่อย ๆ เรียนรู้ว่าเราชอบจังหวะเพลงแบบไหน ดูซีรีส์แนวใด กดข้ามอะไร และหยุดดูอะไรนานเป็นพิเศษ AI จึงไม่ได้อยู่แค่ตอนเราทำงานหรือทำธุรกรรม แต่เดินตามเราจนถึงช่วงพักผ่อน และบางครั้งก็แอบยืมเวลานอนของเราไปด้วย
“ถ้าไม่มี AI? เราก็ดูหนังได้ด้วยการเลือกเอง ถามเพื่อน หรืออ่านรีวิว สิ่งที่หายไปคือความลื่นไหลของคำแนะนำที่ต่อเนื่อง แต่เราอาจได้นอนเร็วขึ้นด้วย”
ต้องอยู่กับ AI ให้เป็น ไม่ใช่แค่ใช้ AI ให้คล่อง
จากทั้ง 10 สถานการณ์ จะเห็นว่าหากไม่มี AI เราก็ยังใช้ชีวิตได้ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ AI ทำให้กิจกรรมเหล่านี้ "เร็วขึ้น ง่ายขึ้น แม่นยำขึ้น" จนหลายครั้งเราแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังพึ่งพาระบบอยู่
ดังนั้น ประเด็นสำคัญไม่ใช่การถามว่า "เราจะหนี AI ได้ไหม" แต่ต้องถามคำถามที่สำคัญกว่าคือ "เราจะอยู่กับ AI อย่างไรให้ปลอดภัย สมดุล และยังเป็นเจ้าของการตัดสินใจของตัวเอง" คำถามนี้ทำให้ Digital Literacy และ AI Literacy เป็นทักษะชีวิตของคนยุคนี้ ทุกคนควรรู้พื้นฐานว่า AI คืออะไร ใช้ข้อมูลแบบไหน อาจผิดพลาดตรงไหน มีอคติได้อย่างไร และเราควรตรวจสอบผลลัพธ์อย่างไร
จากรู้ว่า AI อยู่รอบตัว สู่รู้ทัน AI ในชีวิตจริง กับ EDC Plus
เมื่อ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ETDA จึงเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Digital Literacy และ AI Literacy ผ่านโครงการ ETDA Digital Citizen (EDC) ที่มุ่งสร้าง "พลเมืองดิจิทัล" ยกระดับความรู้ ความตระหนัก และทักษะการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ มั่นคง ปลอดภัย และรู้เท่าทันโลกออนไลน์
ต่อยอดจากแนวคิดดังกล่าว ETDA ได้พัฒนาหลักสูตร EDC Plus เพื่อให้คนไทยแม้ไม่มีพื้นฐานด้านดิจิทัลมาก่อน ก็สามารถเรียนรู้ทักษะการใช้ชีวิตในโลกยุคดิจิทัลได้ โดยครอบคลุมเนื้อหาทั้ง AI การดูแลข้อมูลส่วนบุคคล Digital ID มารยาทในโลกดิจิทัล และลิขสิทธิ์ออนไลน์ เพราะสุดท้ายแล้ว AI อาจอยู่รอบตัวเราในทุกจังหวะของวัน แต่คนที่ควรเป็นเจ้าของการตัดสินใจ เจ้าของข้อมูล และเจ้าของชีวิตดิจิทัลของตัวเอง ก็ยังควรเป็น "เรา" ไม่ใช่ระบบใดระบบหนึ่งที่ทำงานอยู่หลังหน้าจอ
“อยากรู้ทัน AI ในชีวิตจริงให้มากขึ้น? เรียนฟรีกับหลักสูตร EDC Plus จาก ETDA ได้เลยที่ etda.or.th/th/Our-Service/DigitalWorkforce/edc.aspx ”
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Organisation for Economic Co-operation and Development, "AI use by individuals surges across the OECD as adoption by firms continues to expand," January 28, 2026, accessed May 11, 2026, https://www.oecd.org/en/about/news/announcements/2026/01/ai-use-by-individuals-surges-across-the-oecd-as-adoption-by-firms-continues-to-expand.html
Digital Economy Promotion Agency, "นายกฯ แพทองธาร นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด AI แห่งชาตินัดแรก," May 1, 2025, accessed May 11, 2026, https://www.depa.or.th/th/article-view/20250501_01
Electronic Transactions Development Agency, "การใช้ระบบรู้จำใบหน้า (Facial Recognition) ตอบโจทย์การพิสูจน์และยืนยันตัวตนได้จริงไหม," September 19, 2025, accessed May 11, 2026, https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/did_track1_estonia-4.aspx
World Meteorological Organization, "World Meteorological Congress endorses actions to promote AI for forecasts and warnings," October 24, 2025, accessed May 11, 2026, https://wmo.int/news/media-centre/world-meteorological-congress-endorses-actions-promote-ai-forecasts-and-warnings
Federal Trade Commission, "FTC Surveillance Pricing Study Indicates Wide Range of Personal Data Used to Set Individualized Consumer Prices," January 17, 2025, accessed May 11, 2026, https://www.ftc.gov/news-events/news/press-releases/2025/01/ftc-surveillance-pricing-study-indicates-wide-range-personal-data-used-set-individualized-consumer
Bank of Thailand, "แบงก์ชาติกับการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน," n.d., accessed May 11, 2026, https://www.bot.or.th/th/fraud/fraud-measure-development.html
Bank of Thailand, "แนวนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง การบริหารจัดการความเสี่ยงของการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์," 2025, accessed May 11, 2026, https://www.bot.or.th/content/dam/bot/fipcs/documents/FOG/2568/ThaiPDF/25680178.pdf
Organisation for Economic Co-operation and Development, "OECD AI Principles overview," updated May 2024, accessed May 11, 2026, https://oecd.ai/en/ai-principles
UNESCO, "AI competency framework for students," August 8, 2024, accessed May 11, 2026, https://www.unesco.org/en/articles/ai-competency-framework-students
Electronic Transactions Development Agency, "ดีอี จับมือ ETDA ประกาศ Guideline ใหม่! “แนวทางประยุกต์ใช้ Generative AI อย่างมีธรรมาภิบาลสำหรับองค์กร”," October 30, 2024, accessed May 11, 2026, https://www.etda.or.th/th/pr-news/AI_Gov_Anual.aspx
Electronic Transactions Development Agency, "เจาะความล้ำ “AI เจนใหม่” คิดเอง ทำเองได้แบบไม่รอคำสั่ง โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร-ใครควบคุม?," April 25, 2025, accessed May 11, 2026, https://www.etda.or.th/th/Useful-Resource/Knowledge-Sharing/Articles/aigc/ai_new_gen.aspx
World Health Organization, "WHO releases AI ethics and governance guidance for large multi-modal models," January 18, 2024, accessed May 11, 2026, https://www.who.int/news/item/18-01-2024-who-releases-ai-ethics-and-governance-guidance-for-large-multi-modal-models
Electronic Transactions Development Agency, "ETDA DIGITAL CITIZEN (EDC)," n.d., accessed May 11, 2026, https://www.etda.or.th/th/Our-Service/DigitalWorkforce/edc.aspx
Electronic Transactions Development Agency, "ETDA เปิดตัวหลักสูตรใหม่ “EDC Plus” เพื่อคนไทยรู้เท่าทันโลกยุคดิจิทัลแบบสร้างสรรค์ เรียนรู้ฟรี! ผ่าน DSD Online Training," August 16, 2024, accessed May 11, 2026, https://www.etda.or.th/th/pr-news/EDC_Plus_Launch.aspx