the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 19.01.2018 (2 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 19.11.2019 | อ่าน 3084

ไม่ตกเทรนด์ขายดีบนอีมาร์เก็ตเพลส เสริมสร้างยอดขายได้หลักล้าน


หากคุณอยากเริ่ม และรวย บนตลาดออนไลน์ทันยุคดิจิทัล 4.0 ฟังจุดขายของอีมาร์เก็ตเพลสชั้นนำแต่ละเจ้า รู้จักพฤติกรรมคนซื้อ พร้อมแนะเทคนิคให้คุณรวย

 

Thailand e-Commerce Week 2017 โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่อยากให้คุณตกเทรนด์อีมาร์เก็ตเพลส จึงเชิญผู้บริการอีมาร์เก็ตเพลสชั้นนำ เข้ามาแชร์กันบนเวที "อย่าตกเทรนด์ในยุคนี้ต้องขายผ่าน e-Marketplace เพื่อเสริมสร้างยอดขายหลักล้าน” ได้แก่

  • ธนิดา ซุยวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินละการบัญชี บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด (www.lazada.co.th)
  • ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด (www.tarad.com
  • ณัฐวิทย์ ผลวัฒนสุข Managing Director & Co-Founder บริษัท แอลเอ็นดับเบิ้ลยูช็อป จำกัด (www.lnwshop.com)
  • Eric Bui, Head of Operation, Shopee Thailand บริษัท ช้อปปี้(ประเทศไทย) จำกัด (www.shopee.co.th)
  • Haejin Pyun, General Manager, Marketing Strategy, 11street Thailand บริษัท อีเลฟเว่นสตรีท (ประเทศไทย) จำกัด (www.11street.co.th)
  • ธนานันท์ อรุณรักษ์ติชัย Assistant Director บริษัท แอสเซนด์คอมเมิร์ซ จำกัด (weloveshopping.com และ www.wemall.com)

โดยมี ภริษา ยาคอปเซ่น เป็นผู้สัมภาษณ์ผู้บริหารทั้ง 6

อีมาร์เก็ตเพลสของคุณเป็นอย่างไร และโดดเด่นต่างจากเจ้าอื่นอย่างไร

ลาซาด้า กับจุดแข็ง 3 ด้าน

ธนิดา กล่าวว่า "ลาซาด้า” มีจุดแข็ง 3 ด้านด้วยกันคือ

  1. "การตลาด" มีการทำการตลาดทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ เพื่อให้เกิดทราฟฟิกเข้ามาในแพลตฟอร์ม การมีทราฟฟิกจะช่วยสร้างโอกาสให้คนมาเห็นและโอกาสที่ขายของได้ ซึ่งลาซาด้ามีทราฟฟิกติด Top10 ของประเทศไทย ส่วนโมบายแอปก็ดาวน์โหลดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ทั้ง iOS และแอนดรอยด์ ดังนั้นในเรื่องของทราฟฟิก ร้านค้าจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อสร้างทราฟฟิกเลย
  2. "การดูแลลูกค้า" จากการที่ลาซาด้าอยู่ในตลาดค่อนข้างหลายปี จึงมีการลงทุนเรื่อง "Customer Experience" ค่อนข้างมาก ทำให้ลูกค้าใช้งานได้ง่ายตั้งแต่เข้ามาในแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะหาของ จ่ายเงิน ทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบสามารถเสร็จได้ใน 5 นาที โดยมีทุกอย่างที่ตอบโจทย์ลูกค้า สั่งของเสร็จก็บริหารโลจิสติกส์ให้ ลูกค้าสามารถแทร็กสินค้าว่าอยู่ในจุดไหนแล้ว สามารถรับของได้ในวันไหน และมีบริการหลังการขายให้ด้วย
  3. "การดูแลร้านค้า" ตั้งแต่มอบเทคนิคต่าง ๆ ที่เป็นความรู้ know how ให้กับร้านค้า โดยมี Lazada University ที่เข้ามาเรียนรู้ได้ตลอดเวลา มีข้อมูลที่ให้กับร้านค้า ว่าแต่ละวันลูกค้าเข้ามาดูสินค้าอะไรของเรา สินค้าที่อยู่ในความสนใจคืออะไร สินค้าที่ขายได้คืออะไร เพื่อให้นำไปวางแผนได้ดีขึ้น 

lnwshop เปิดร้านทันใจ ได้เว็บของตัวเอง

ณัฐวิทย์ กล่าวว่า เทพช็อป แตกต่างจากอีมาร์เก็ตเพลสเจ้าอื่น เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการร้านค้าออนไลน์ คือ ให้ผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ที่เป็นพื้นที่ของตนเอง ขณะที่เจ้าอื่นเหมือนเป็นห้าง โดยให้คนไปฝากร้านอยู่บนห้างนั้น แต่ เทพช็อป เหมือนไปสร้างตึกแถวหรือมีตลาด ให้คนทำร้าน สามารถรับลูกค้าของตัวเองได้ โดยทำให้ผู้ประกอบการสามารถมีเว็บได้อย่างรวดเร็ว สะดวก

"ถ้าเล่นเฟซบุ๊กเป็น เข้ามาที่เว็บไซต์เทพช็อป กดเปิดร้านค้า แป๊บเดียว ได้เว็บของตัวเองแล้ว"

ขณะเดียวกันก็ไม่ได้แข่งโดยตรงกับผู้ให้บริการทุกเจ้า โดยมีการเชื่อมกับทาง 11Street และกำลังจะร่วมมือกับทางลาซาด้า และ Shopee ซึ่งถ้าผู้ประกอบการลงสินค้ากับร้านค้าในเทพช็อป ก็สามารถเชื่อมต่อสินค้านั้นไปยังมาร์เก็ตเพลสอื่น ๆ ได้ และยังมีมาร์เก็ตเพลสอื่น ๆ ที่เชื่อมอยู่ เช่น Priceza หรือ LnwMall  (เทพมอลล์) ของตัวเอง คือลงขายสินค้าที่เดี่ยว สามารถเพิ่มช่องทางการขายไปยังช่องทางอื่น ๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องไปกรอกข้อมูลเพิ่มให้ยุ่งยาก

ช้อปปี้ มีดีอยู่ 3 ด้าน

Bui กล่าวว่า Shopee เริ่มมาแค่ 2 ปี ในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน รวมประมาณ 7 ตลาด โดยมีความโดดเด่น 3 ด้านคือ

  1. "Chat" โดยอนุญาตให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้คุยกันโดยตรง เหมือนลูกค้าเข้าร้านค้าทั่วไปก็อยากคุณกับเจ้าของร้านหรือคนขาย
  2. "การประกันราคาต่ำสุด" ซึ่งการจัดการให้ผู้ขาย จะทำให้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม และค่าขนส่งก็อุดหนุนโดย Shopee เพื่อให้ราคาสินค้าใน Shopee ต่ำที่สุด
  3. "การประกันเรื่องความปลอดภัย" จนกว่าลูกค้าจะได้รับสินค้า ถึงอนุมัติการจ่ายเงินให้ผู้ขาย  

อีเลฟเว่นสตรีท ให้ความสำคัญกับ "Trust"

Pyun กล่าวว่า 11street ให้ความสำคัญกับเรื่อง “Trust” มากที่สุด โดยคัดทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งอีมาร์เก็ตเพลสโดยปกติอาจจะใส่ใจแต่ผู้ซื้ออย่างเดียว แต่ 11street ดูแลผู้ขายด้วย เช่น จัดแคมปัสผู้ขาย เพื่ออบรมให้เป็นมืออาชีพด้านอีคอมเมิร์ซฟรี ซึ่งผู้ขายที่ดีย่อมนำมาซึ่งผู้ซื้อที่ดี และผู้ซื้อที่ดีจะนำผู้ขายที่ดีมาด้วยเป็นวงจรไป 

WeMall ดูสินค้าแบรนด์ WeLoveShopping เน้น SMEs

ธนานันท์ กล่าวว่า จากการที่มองว่าตลาดในเมืองไทยเป็น Fragment ความต้องการของผู้บริโภคก็แตกต่างกันไป โดยไม่สามารถสร้างอีคอมเมิร์ซได้เว็บไซต์เดียวที่ตอบโจทย์ทั้งร้านค้าและผู้ซื้อได้ทั้งหมด เป็นเหตุผลให้สร้าง WeLoveShopping กับ WeMall

  • WeMall โฟกัสตรงผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์ (Branded Product) จากผู้ผลิตที่มีแบรนด์ หรือ Authorized Distributer ในการมาขายบน WeMall โดยให้บริการเหมือนค้าปลีก Key Success ของ WeMall คือ เป็นอีมาร์เก็ตเพลสเดียวในเมืองไทยที่สามารถขายไอโฟนได้ เพราะสามารถพิสูจน์ให้ทาง Apple เห็นว่า อีมาร์เก็ตเพลสนี้เป็น Branded เท่านั้น
  • WeLoveShopping โฟกัสกลุ่ม SMEs เพราะต้องการช่วยร้านค้าในเมืองไทย ซึ่งไม่ได้มีแค่ Entrepreneur หรือผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่ขายของออนไลน์ แต่มีผู้ค้าในต่างจังหวัด สินค้าโอทอปเต็มไปหมดเลย โดยได้เริ่มคุยกับหน่วยงานรัฐไป 2-3 หน่วยงานในการเตรียมความพร้อม เพื่อช่วยเหลือร้านค้าท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งจะเห็น WeLoveShopping ช่วยผู้ประกอบการต่างจังหวัดมากขึ้น 

 

ตลาดดอทคอม กำลังปรับ Positioning

ภาวุธ กล่าวว่า เนื่องจากเกมการแข่งขันบนอีมาร์เก็ตเพลสดุเดือดขึ้นมาก ทาง tarad.com จะยังคงอีมาร์เก็ตเพลสอยู่ แต่คงไม่ได้ไปแข่งขันกับหลาย ๆ เจ้า โดยต้องสร้าง Positioning ใหม่ แต่จะมีบริการอื่นเพิ่มขึ้นมา เพื่อตอบสนองเจ้าของธุรกิจและคนไทยได้มากขึ้น

เมื่อพวกเขา เม้าท์ลูกค้า

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน จากมุมมองของผู้ประกอบการแต่ละรายมีอะไรบ้าง

มั่นใจในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น

ธนิดา กล่าวว่า ลูกค้ามีความมั่นใจในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น ขณะที่การสำรวจการซื้อของออนไลน์จากเป็นอันดับ 8 ตอนนี้ก็เป็นอันดับ 5 แล้ว ที่เห็นชัดเจนคือสมัยก่อนคนมาซื้อของออนไลน์ ส่วนมากจะซื้อพวกโทรศัพท์มือถือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ว่าพฤติกรรมนั้นเปลี่ยนไป คือเห็นการซื้อ Everyday Item เป็นการซื้อทุกอย่าง ทุก Category ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผงซักฟอก ยางรถยนต์ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ ทุกอย่างขายได้หมด ถ้ามีขายก็มีคนซื้อ 

ยิ่งสะดวก ยิ่งชอบ

ณัฐวิทย์ กล่าวว่า ผู้ซื้อเริ่มไม่อยากกรอกข้อมูลเยอะในเว็บ เช่น อยากขอซื้อของในเฟซบุ๊ก ในไลน์ ขอเข้าในไลน์ก่อน ไม่เข้าเว็บ จะเข้าไปดูในเว็บแค่ว่ามีของอะไรบ้าง แต่เวลาจะซื้อไม่กรอก ไม่ใส่ ไม่คลิก คุยว่ากรอกให้หน่อย ส่งมาที่อยู่นี้ ร้านค้าก็พยายามบอกให้ไปกรอกในเว็บ เมื่อเห็นข้อมูลตรงนี้ จึงได้ทำบริการที่เรียกว่า Chat Commerce ขึ้นมา เพื่อให้ร้านค้าเป็นผู้สร้างออร์เดอร์เอง นำข้อมูลจาก Chat มาใส่ในระบบ ให้สามารถทำงานต่อไปได้ เช่น การตัดสต็อก การจัดส่งสินค้าที่ถูกต้อง เนื่องจากลูกค้าอยากสะดวกนั่นเอง

Bui เสริมว่า ทาง Shopee นั้น ตั้งใจเป็น Mobile Commerce อยู่แล้ว จึงเน้นความสะดวกในการใช้ Mobile มากที่สุด โดยสร้าง Option ในการ Chat ขึ้นมา เพื่อหวังสร้าง Community ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

ภาวุธ ปิดท้ายว่า อีมาร์เก็ตเพลสบางส่วนก็สูญเสียให้ Social Commerce เพราะความง่าย เคยลองให้คนมาซื้อของผ่านอีมาร์เก็ตเพลส สมัครสมาชิกไป 10 นาทียังไม่เสร็จ กดสั่งซื้อเจอบัตรเครดิต ก็ช็อกไปอีก ต้อง First Activate ต้องมี OTP แต่ซื้อของ Social Commerce คุยไปมาแค่ 5 นาทีจบแล้ว พฤติกรรมของคนก็ไป Social Commerce มากขึ้น  

ใช้ Credit Card ได้ ใช้เงินง่าย 

ในเรื่องนี้ Pyun อธิบายว่า จากการวางแผนก่อนมาลงตลาดที่ไทย ทราบมาว่าการจ่ายเงิน 50% จะมาจาก COD (Cash on Delivery) หรือจ่ายปลายทาง แต่ปรากฏว่าเมื่อทำตลาดจริง การจ่ายเงิน 70% มาจากบัตรเครดิต ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่คนใช้บัตรเครดิตแสดงว่า คนใช้เงินง่ายขึ้น อีมาร์เก็ตเพลสจึงน่าจะทำงานร่วมกันในการผลักดันให้คนใช้บัตรเครดิตมากขึ้น และการที่คนมักไม่มั่นใจในการกรอกเลขบัตร ทุก ๆ เว็บไซต์จึงควรให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

คาดหวังสูง

ธนานันท์ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ผู้บริโภคคาดหวังกับการใช้บริการอีมาร์เก็ตเพลสค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา (ที่ต้องถูก) คุณภาพ และบริการหลังการขาย เช่น ของพังไป ของมีประกัน ไม่มีประกัน อย่างน้อยของต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคคาดหวังค่อนข้างสูง พอคาดหวังกันตรงนี้ เวลาที่มีใครไปถามบนเฟซบุ๊ก "วันนี้ฉันอยากจะซื้ออันนี้แนะนำหน่อยสิ" ก็จะเห็นคอมเมนต์แย่ ๆ เต็มไปหมด ก่อนจะบอกว่าเว็บไหนดี ก็บอกเว็บนี้มีปัญหา ส่งช้า ต้องดูลูกค้า ร้านค้าดี ๆ

"คือพฤติกรรมนักชอปในเมืองไทยมีความคาดหวังค่อนข้างสูง เราในฐานะผู้ประกอบการต้องจัดการความคาดหวังให้ดี ไม่งั้นก็แน่นอนครับไป pantip"

อ่อนไหวกับราคา

ภาวุธ กล่าวในเรื่อง Price Sensitive ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันเรื่องคูปอง การลดราคา ขณะที่ความจงรักภักดีต่ออีมาร์เก็ตเพลสหรือ Loyalty ของลูกค้าก็ไม่สูงมากนัก ที่ไหนราคาต่ำกว่า ทุกคนก็พร้อมเปลี่ยน 

Tips for Sellers

สำหรับเคล็ดลับและเทคนิคดี ๆ สำหรับผู้ขาย เจ้าตลาดอีมาร์เก็ตเพลส ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้

เป็นนักวางแผนที่ดี

ธนิดา กล่าวว่า ผู้ขายต้องมีการวางแผนที่ดี เช่น หากมีสินค้าขายดีแล้วไม่ติดตาม ไม่ดูข้อมูล (Data) ก็จะไม่มีการวางแผนในการซื้อสต็อก ซื้อสินค้า ที่เป็นที่สนใจมา ต้องเลือก Selection ที่ถูกต้อง เช่น ยางรถยนต์ขายดี ถ้าเกิดว่า ไม่ลองขายออนไลน์ก็อาจจะคิดว่าขายไม่ได้ พอมาลองขาย ปรากฏว่าขายดีมาก เพราะว่าต่างจังหวัดไม่ได้มี Selection เยอะ ยางรถยนต์มีแค่ไม่กี่ประเภท เขาก็เลือกที่จะซื้อออนไลน์ แล้วไปจ่ายค่าติดตั้งที่ราคาถูกกว่า

"คือต้องวางแผนให้ดี ดูจาก data ที่ผ่านมา ว่าคนชอบอะไร ซื้ออะไร และวางแผนซื้อสต็อกเข้ามาในเดือนถัดไป" 

รู้เขา รู้เรา

“รู้เขา รู้เรา โปรโมต 100 ครั้ง ก็ขายได้ 100 ครั้ง"  ณัฐวิทย์  เกริ่นนำ ก่อนขยายความว่า 

  • “รู้เขา” สำคัญเป็นอันดับแรก เราต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้า กลุ่มผู้ซื้อ กลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร เพราะถ้าไม่เข้าใจเขาจริง ๆ เราจะตอบโจทย์เขาไม่ได้ ในด้านของการขายสินค้า การบริการ หรืออะไรก็แล้วแต่
  • “รู้เรา” เราต้องเข้าใจว่า เราชอบอะไร พยายามขายของที่เราชอบ เพราะว่าเราจะมีความหลงใหลกับมัน มีความรู้ไปทุกเรื่องกับสินค้านั้น เวลาลูกค้าถามเรื่องนี้ เราก็ตอบได้ เราสามารถนำเสนอสินค้าอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ด้วย บางทีลูกค้าอาจจะไม่รู้ว่าต้องการอะไร เราก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร 

เปิดใจ

Bui กล่าวว่า บางครั้งการเข้าไปขายในอีมาร์เก็ตเพลส แล้วเราเปิดร้านของเราไว้เฉย ๆ โดยไม่ทดลองใช้เครื่องมือที่เขาแนะนำ หรือร่วมแคมเปญกับเขา ก็ทำให้พลาดโอกาสไปได้ จึงอยากให้เปิดใจและลองร่วมแคมเปญดู เพื่อลองทดลองดูว่าอะไรเหมาะสำหรับเรา

ทำรีวิวดี ๆ

Pyun แนะนำว่า รายละเอียดสินค้าและการถ่ายภาพสินค้า เป็นสิ่งที่สำคัญ ที่มักพบคือภาพถ่ายแบบ Low Quality ที่นี่จึงมีคอร์สสอน และหากไม่มีกล้องถ่ายภาพดี ๆ ที่นี่ก็รับถ่ายภาพสินค้าให้ได้โดยมืออาชีพแบบฟรี ๆ อีกเคล็ดลับจากประสบการณ์ที่เกาหลีคือ คนจะตัดสินใจซื้อจากรีวิว บางที่ผู้ขายพยายามทำให้เกิดรีวิวที่ดี โดยมอบของขวัญให้คนรีวิว ก็จะทำให้เกิดรีวิวที่ดีและคนซื้อก็เกิดความเชื่อมั่น 

 

ต้องมีวินัย

ธนานันท์ ยกตัวอย่างเช่น คอนเทนต์หรือข้อมูลสินค้า บางทีก็มีทั้งหน้า บางทีก็ 5 บรรทัด ทั้ง ๆ ที่ร้านเดียวกัน นั่นสะท้อนถึงวินัยของร้านค้า ร้านค้าจะต้องทำให้ดีอย่างสม่ำเสมอ หรือสิ่งที่ตกลงกับลูกค้าไป เช่น WeLoveShopping มีให้กรอกว่า หลังจากลูกค้าจ่ายเงิน คุณจะส่งของภายในกี่วัน นั่นคือวินัย ถ้าบอกลูกค้าว่า ภายใน 3 วัน ก็ต้องทำให้ได้ภายใน 3 วัน โดยเสริมว่า ร้านค้าที่ประสบความสำเร็จนั้นสามารถทำตาม SLA (Services Level Agreement – ข้อตกลงระดับการให้บริการ) ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ตามที่ตกลงกับลูกค้า

คอนโทรลทราฟฟิกให้ได้

ภาวุธ แจงรายละเอียดว่า ถ้าควบคุมทราฟฟิกได้ ก็สามารถควบคุมยอดขายได้ ดังนั้นผู้ขายต้องรู้จัก Conversion Rate ทำอย่างให้ที่จะเปลี่ยนคนที่เข้ามาเป็นผู้ซื้อให้ได้ หากทราบ Conversion Rate ก็จะควบคุมธุรกิจตัวเองได้  

"่เช่น เดือนนี้ต้องการยอดขายสัก 10 ล้านบาท พอรู้ Conversion Rate ทุกอย่างถอดออกมาได้หมด ว่าคุณต้องทำอะไร เท่าไร อย่างไร สามารถสร้างยอดขายได้เท่าไร ต้องทำบริการให้ดี ทำหน้าเว็บไซต์ให้สวย รีวิว สุดท้ายต้องอยู่ที่ Conversion Rate ว่าคนเข้ามาแล้ว convert มากหรือเปล่า ถ้าคนเข้ามาแล้วไม่ convert ค่า Conversion rate แค่ 0.5% หรือ 0.1 คุณต้องกลับมาดูที่ว่า มันเกิดจาก Factor ไหน ที่คนเข้ามาแล้วไม่ซื้อ"

ทิ้งท้ายด้วย 4 ข้อสำคัญ Price-Content-Promotion-Trust

ภาวุธ ปิดท้ายว่า ปัญหาที่คนเข้ามาแล้วไม่ซื้อนั้นมีอยู่ 4 ปัจจัยคือ

  1. ราคาสำคัญที่สุด
  2. ข้อมูลหรือ Content น่าสนใจหรือไม่ ปัญหาของผู้ประกอบการไทยคือ หลายคนคิดว่าการทำอีคอมเมิร์ซคือการเอาภาพเข้าไปใส่ มีราคา แล้วเขียนอยู่ 3 บรรทัด ซึ่งคิดว่าขายได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ คุณภาพของ Content จึงสำคัญมาก "เข้ามาปุ๊บ อ่านดูเรื่องราว มีคนรีวิว เปิดนู่น แกะนี่ อ่านยาว ๆ มันต้องทุ่มเทหน่อยกับการทำ Content ขึ้นมาสักตัว ซึ่งผู้ประกอบการไทย บางทีคือเอาง่าย บางคนมีสินค้าร้อยชิ้น ลงไปร้อยชิ้น แปะไป แล้วรอ เมื่อไรจะมียอดขาย ซึ่งไม่มีหรอก เพราะข้อมูล เราเข้าไปดู เห็นราคาเท่านี้ เขียนอยู่ 3 บรรทัด ใครจะไปซื้อ มันต้องค่อย ๆ ใส่ข้อมูล ใส่ Content เข้าไป optimize เข้าไปเรื่อย ๆ ว่าบางตัวเราทำไปแล้ว คนเข้ามา 10 คน มีออร์เดอร์เท่าไร"
  3. โปรโมชัน สำคัญมาก ซึ่งหลาย ๆ เจ้าก็ทุ่มเทโปรโมชัน 
  4. Trust สำคัญมาก บางทีทุกอย่างดูดีหมด จะซื้อแล้ว สุดท้ายแล้วมาคิด เว็บนี้คือใคร ไม่รู้จัก พอไม่มี Conversion Rate ก็ไม่เกิด 

ชมย้อนหลังการพูดคุยครั้งนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=L9dAczwr7nI​