the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 24.01.2018 (2 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 21.11.2019 | อ่าน 3243

ETDA โชว์โปรเจ็กต์ 5 หัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ


ETDA เปิดบ้านต้อนรับสื่อ โชว์ผลงานทะลุเป้า ดัน SMEs Go Oline เกือบ 20,000 ราย ปี’ 61 สานงานสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ด้านอีคอมเมิร์ซและ Cybersecurity มุ่งเพิ่มผู้ค้าออนไลน์อีก 5,000 ราย เดินหน้าเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ดันไทยเป็นฮับสร้างคน Cybersecurity ขณะที่งาน Thailand e-Commerce Week 2017 ประสบผลเกินคาด เกิด Business Matching กว่า 150 ล้านบาท เดินหน้าทำผลสำรวจ IUP และ e-Commerce Survey ต่อเนื่อง โชว์ความพร้อมโปรแกรม e-Tax Invoice by Email บนมือถือ

 

ส่วนปีหน้า 2562 พร้อมผลักดัน 5 โครงการยักษ์ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ Cybersecurity Park in EEC สู่ความเป็นฮับด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของอาเซียน - Digital Tourism ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างอาชีพ : รายได้ให้ท้องถิ่น เล็งต่อยอดสู่ตลาด e-Commerce - Durian Platform ทางเลือกใหม่เพื่อ Creator ไทย - Digital Content Association เตรียมตั้งเพื่อดูแลคอนเทนต์ไทยที่มีมูลค่าสูงกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และ National Digital ID เพื่อใช้ยืนยันตัวตนในการรับบริการต่าง ๆ ของรัฐและเอกชน

สุรางคณา  วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า จากผลสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซในไทย ซึ่งในปี 2559 มีมูลค่าทั้งสิ้น 2.56 ล้านล้านบาท หรือโตขึ้นจากปี 2558 ถึง 14.03% และคาดการณ์อัตราการเติบโตของมูลค่าอีคอมเมิร์ซปี 2560 เมื่อเทียบกับปี 2559 พบว่า มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีมูลค่าคาดการณ์รวมประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 9.86% สอดคล้องกับรายงานผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย (Thailand Internet User Profile 2017 หรือ IUP 2017) ซึ่งกิจกรรมที่คนนิยมทำบนอินเทอร์เน็ตในการสำรวจปี 2560 ที่ผ่านมานั้น แตกต่างจากปีก่อน ๆ ตรงที่การซื้อสินค้าออนไลน์ขึ้นมาติด 1 ใน 5 กิจกรรมยอดฮิตเป็นครั้งแรกนั้น

 

หลายโปรเจ็กต์ของ ETDA ก็เดินหน้า เพื่อผลักดันให้มูลค่าและปริมาณการทำอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเสริมฐานรากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อนำประเทศไทยสู่ Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การผลักดันผู้ประกอบการ SMEs Go Online ไปแล้วเกือบ 20,000 ราย ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ผลักดันให้เข้าสู่อีมาร์เก็ตเพลสชั้นนำ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการประมาณ 200 ล้านบาท พร้อมจัดงาน Thailand e-Commerce Week 2017 ที่ทำให้เกิด Business Matching กว่า 150 ล้านบาท การผลักดันโครงการ e-Tax Invoice by Email เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการจัดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ซึ่งมีการใช้ไปแล้ว 18,000 ฉบับ รวมทั้งการยกระดับงานด้าน Cybersecurity ซึ่งมีการติดตั้งระบบ Government Monitoring System เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยและบริการที่น่าเชื่อถือแก่ระบบไอทีหน่วยงานรัฐ ไปแล้ว 200 หน่วยงาน ฯลฯ

 

สุรางคณา เปิดเผยต่อไปว่า ETDA เตรียมดัน 5 โครงการใหญ่ หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยเรื่องแรกคือ โครงการ Cyberseucurity Park in EEC ซึ่งอยู่ภายใต้หมวกใบใหญ่ของโครงการ Digital Park Thailand หรือเมืองนวัตกรรมที่เทศบาลแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีเป็นศูนย์กลางการลงทุน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านดิจิทัล โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ Eastern Economic Corridor (ECC) หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของรัฐบาล ซึ่งโครงการ Digital Park Thailand นอกจากจะเป็นยุทธศาสตร์ทางด้านคมนาคมขนส่ง และนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางด้านการสื่อสารความเร็วสูงของไทย เนื่องจากเป็นที่ตั้งของสถานีดาวเทียม และสถานีเคเบิลใต้น้ำ ที่เป็นเส้นทางหลักของการเชื่อมไฟเบอร์ออปติคภายในประเทศกับต่างประเทศ

สำหรับเป้าหมายของโครงการ Cybersecurity Park คือ การพัฒนาระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ใน Digital Park Thailand ซึ่งนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมด้านนี้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการมีศูนย์บริการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Security Operation Center – SOC) ที่พร้อมให้บริการแก่หน่วยงานใน Digital Park Thailand ขณะเดียวกัน ยังมีความร่วมมือระหว่าง Cybersecurity Park กับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัย ในการทำวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่าง Cybersecurity Park กับสถาบันการศึกษาในการพัฒนาคนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของหน่วยงานใน Digital Park Thailand ด้วย

เพื่อเป็นการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้กับหน่วยงานใน Digital Park Thailand ควรมีการตั้ง Cybersecurity Park เป็นระบบนิเวศสำหรับอุตสาหกรรมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Industry) ซึ่งจะมีบทบาทในการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการที่มีอยู่ในปัจจุบันด้วยการร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัยสร้างนวัตกรรมขึ้นมาตอบสนองความต้องการของหน่วยงานใน Digital Park Thailand ก่อนขยายออกสู่ระดับประเทศ”                        

สำหรับเรื่องของ Digital Tourism นั้น ETDA ได้มีการหารือถึงความร่วมมือในระดับนโยบายกับทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ETDA จะทำเครื่องมือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอาจจะเป็นรูปแบบของ Mobile Application หรือ Digital Platform  โดยมีแนวทางการดำเนินงานดังนี้

  1. การทำ Big Data Analytic หรือวิเคราะห์ข้อมูลจากนักท่องเที่ยวตัวอย่างจำนวน 1 ล้านรายใน 3 เดือน เพื่อวัดผลและใช้กำหนดนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้
  2. Tourism Report เป็นช่องทางในรับแจ้งเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกิดจากการท่องเที่ยว และ
  3. Promotion เพื่อเป็นช่องทางส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยว เช่น ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการ ผ่านสื่อดิจิทัล (Digital Content และ Storytelling) ในแต่ละชุมชน (เนื้อหาจากหน่วยงานและชุมชน) รวมทั้งมีการแจ้งข่าว เหตุการณ์สำคัญ และโปรโมชันต่าง ๆ และสามารถต่อยอดขยายเป็น e-Marketplace สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการทางออนไลน์ผ่านช่องรับชำระเงินภายในประเทศด้วย

สุรางคณา กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยว มักจะกระจุกตัวเที่ยวอยู่ในเมืองหลักเท่านั้น ส่งผลให้ขาดการกระจายรายได้ รัฐบาลจึงได้พยายามส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด เมื่อ ETDA มีเครื่องมือนี้ นอกจากจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ขณะเดียวกันปัญหาเรื่องแหล่งเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวที่ทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากไป ก็มีการอัปเดตข้อมูลเรื่องการบำรุงรักษาแหล่งท่องเที่ยวเดิม และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ส่วนเรื่องการประชาสัมพันธ์ ที่ผ่านมา แหล่งท่องเที่ยวยังขาดการสร้าง Story และนำเสนอให้น่าสนใจ เมื่อส่วนของท้องถิ่นเข้ามาดูแล และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านเครื่องมือดิจิทัลซึ่งเป็นช่องทางการโปรโมตที่เข้าถึงนักท่องเที่ยว ก็จะนำไปสู่การเข้าถึงสินค้า และบริการในท้องถิ่นได้ด้วย สุดท้ายก็ส่งผลมาที่เรื่องของรายได้กลับสู่ท้องถิ่น เมื่อมีการเผยแพร่ออกไป ว่าเมืองรองเหล่านี้มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีของดีและบริการเด่นในชุมชนที่มีเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น ก็ต่อยอดไปถึงการขยายให้สามารถสั่งซื้อและชำระเงินได้ทางออนไลน์ นับว่าเป็นการสร้างรายได้และอาชีพเพิ่มขึ้นในท้องถิ่นด้วย

ด้านโครงการ Durian Platform คือ แพลตฟอร์มใหม่ที่รวบรวมคอนเทนต์วิดีโอไว้อย่างหลากหลาย รวมไปถึงเป็นช่องทางการถ่ายทอดสด สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลงาน หรือโปรโมตสินค้าของตัวเอง ผ่านทาง Durian โดยมีการควบคุมและจัดการโดยคนไทย มีการจดทะเบียนบริษัทและเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา และจะเปิดใช้ได้ประมาณเดือนพฤษภาคมของปีนี้ และจะเป็นแพลตฟอร์มทางเลือกให้ Creator ไทย หันกลับมานำคอนเทนต์ลงในแพลตฟอร์มภายในประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมออนไลน์ดิจิทัลภายในประเทศ  

ส่วนวัตถุประสงค์สำคัญของ Durian Platform นั้น นอกจากจะสามารถช่วยดูแลปัญหาวีดีโอและคลิปที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังสามารถรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้ได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแก่ผู้ประกอบการภายในประเทศให้สามารถแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างประเทศได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน การสร้างแพลตฟอร์มภายในประเทศให้แข็งแรง ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมออนไลน์ดิจิทัลภายในประเทศ และที่สำคัญช่วยให้ประเทศสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนด้วย

“หากถามว่า ทำไมต้องดู Durian เพราะที่ผ่านมา Video Content Hub ที่มีอยู่ ไม่สามารถควบคุมการนำเสนอที่ไม่เหมาะสมได้ Durian จึงเป็นช่องทางสำหรับวิดิโอคอนเทนต์ที่เหมาะสมของไทย อีกทั้งผู้รับชมก็ยังได้รับคะแนนสะสม สำหรับแลกรับเป็นส่วนลด หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากผู้สนับสนุนได้ด้วย”

อย่างไรก็ตาม ETDA ได้มีแนวทางดำเนินการตั้ง สมาคมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ในปี 2562 โดยร่วมมือกับภาคเอกชน มีหน้าที่ส่งเสริม และสนับสนุนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ เนื่องจากอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานใดทำหน้าที่ดูแล หรือกำหนดความเหมาะสมในเนื้อหาของคอนเทนต์ที่ได้เผยแพร่ออกไป ดังนั้นสมาคมนี้จะมาทำหน้าที่ร่วมกันกับภาครัฐและเอกชน ในการกำหนดและดูแลเนื้อหาให้มีความเหมาะสม โดยมีภารกิจหลัก ๆ คือ ส่งเสริมบ่มเพาะคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของไทยให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ มีการจัดทำผลสำรวจและวิเคราะห์มูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลให้กับผู้สร้างสรรค์ เพื่อวิเคราะห์โอกาสในธุรกิจ ดิจิทัลคอนเทนต์ และที่สำคัญคือสามารถกำหนดและดูแลเนื้อหาของคอนเทนต์ในประเทศไทย ในรูปแบบ Self-Regulation เป็นต้น

และสุดท้ายคือโครงการ National Digital ID ที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้การทำธุรกิจและการใช้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัลและ Thailand 4.0 รวดเร็วและมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสากล โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปีนี้ เพื่อทดลองใช้ภายในปี 2562

ดาวน์โหลดสไลด์ประกอบการพูดคุยได้ที่ https://www.etda.or.th/publishing-detail/thanks-press-party-presentation-on-23-january-2018.html