email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 08.05.2017 (7 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 17.12.2017 | อ่าน 4018

เปิดเคล็ดลับ Click กลยุทธ์ Jump ยอดขาย (ตอนที่ 1)


มีเงิน 90,000 จะไปเปิดหน้าร้านที่ไหนได้ เซ้งร้าน ซื้อของเป็นไปไม่ได้เลย ง่ายสุดแล้วคือออนไลน์ 

รรินทร์ ทองมา (ต้า) เจ้าของแบรนด์ O&B แบรนด์รองเท้ายอดฮิตที่สร้างยอดขายกว่า 100 ล้านในเวลาเพียง 2 ปี แชร์ประสบการณ์กับ กมล พูนทรัพย์ (เฮียมั่นคง) และ อัฐพงษ์ เอี่ยมไพบูลย์ (มิสเตอร์เบียส) เจ้าของมั่นคงแก็ดเจ็ท ร้านขายหูฟังที่เติบโตจากออนไลน์ jump ยอดขายสู่ออนกราวน์ ถึง 7 สาขา และเป็นร้านค้าออนไลน์ที่สามารถสร้างรายได้ติด 1 ใน 10 ของร้านค้าออนไลน์ที่มียอดขายสูงสุดของไทย 4 ปีซ้อน 

เริ่มจากเงินเก้าหมื่น ง่ายสุดคือออนไลน์

รรินทร์ เคยจับธุรกิจเสื้อผ้าเด็กมาก่อน โดยที่ไม่รู้เรื่องเสื้อผ้าเด็กเลย แต่ทำด้วยความเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง สุดท้ายคือขาดทุนและมีปัญหากับซัพพลายเออร์ จึงได้หันมาจับสินค้าที่คุ้นเคยมากที่สุด เพราะเป็นคนชอบแต่งตัว โดยเริ่มที่ “กระเป๋า” ก่อนจะมาประสบความสำเร็จกับ “รองเท้า” ด้วยการทำงานทุกอย่างเองทั้งหมด ทั้งถ่ายรูป ทำเว็บไซต์ ตอบคำถามลูกค้า แพ็กสินค้า ฯลฯ

“เคยล้มเหลวมาก่อนก็คือขายเสื้อผ้าเด็กอ่อน คนเราต้องเปลี่ยนไปทำอะไรที่มันใกล้กับตัวเรา ที่บ้านไม่มีใครทำธุรกิจเลย เขาก็อยากให้เราทำงานประจำ แต่เราก็มองเหมือนหลาย ๆ คนตอนนี้ เป็นเด็กเจนวาย ความฝันคืออยากมีธุรกิจของตัวเอง ก็มุทะลุทำ ท้ายสุดก็มาลงเลยกับแบรนด์ O&B”

ข้อดีของออนไลน์คือ จากเงิน 90,000 บาท สามารถนำเงินประมาณ 70,000 บาทซื้อสต็อก แล้วนำส่วนที่เหลือมาใช้ทำออฟฟิศและอื่น ๆ ซึ่งใช้เงินน้อยมาก ประเด็นสำคัญคือ หากเป็นร้านจริง ด้วยเงินที่ซื้อสต็อกสินค้าได้เพียงเท่านี้ ถ้าโชว์ในร้านก็จะดูโหรงเหรง ไม่น่าซื้อ เพราะของไม่เต็มร้าน ไม่เหมือนกับการขายออนไลน์ ถ้ามีของ 10 แบบ แต่ละแบบอาจจะมีชิ้นเดียวก็ได้ จึงทำให้ใช้เงินลงทุนในการทำสต็อกสินค้าน้อยมาก

ในที่สุดจากเงิน 90,000 บาท ด้วยออนไลน์ก็สามารถทำให้ปัจจุบันยอดขายอยู่ที่ประมาณ 8 หลัก ซึ่งเคยทำสถิติยอดขายมากที่สุดในวันเดียวถึง 5,000,000 บาท โดยลูกค้าส่งออเดอร์มาจองด้วยช่องทางออนไลน์อย่างเดียว เป็นพรีออเดอร์ที่ลูกค้าต้องรอสินค้าประมาณ 1 เดือน

เมื่อคนขายโอ่งจับมือเซียน pantip

สำหรับ อัฐพงษ์ หลังรู้สึกล้มเหลวกับธุรกิจขายโอ่ง ขายเซรามิก ซึ่งต้องเดินทางไปเลือกชิ้นสินค้าด้วยมือตัวเองถึงลำปางเพื่อนำมาขายกรุงเทพฯ ด้วยการออกงานต่าง ๆ รวมทั้งตลาดนัด ก็ได้มาจับมือคนรู้จักคือ กมล ที่เป็นนักรีวิวที่เขียนรีวิวหูฟังจนมีผู้ติดตามมากมายตั้งแต่ปี 2549 ในฟอรัม pantip เมื่อมาร่วมทำธุรกิจขายหูฟังและแก็ดเจ็ตต่าง ๆ กมล จึงมีหน้าที่ในส่วนออนไลน์ และ อัฐพงษ์ จะดูแลในส่วนเปิดหน้าร้าน เนื่องจากการขายออนไลน์ในยุคก่อน คือต้องคิดว่าทำอย่างไรให้ลูกค้าเชื่อใจ จนนำมาสู่การเปิดหน้าร้าน

“ของผมกว่าคนจะโอนเงินให้นี่ยากเย็นมาก ไม่มีความเชื่อใจกัน เวลาผมไปส่งของที่รถไฟฟ้า ลูกค้าเดินมา เขาบอกว่าเงินมาแล้ว ของล่ะ แล้วก็แยกกันไป ยังกับหนัง ยื่นหมูยื่นแมว ออนไลน์ไทยต้องจับหัวใจให้ได้ คือทำอย่างไรให้เขาเชื่อให้ได้ ก็คุยกันว่า ควรมีร้านมากกว่า ผมเป็นคนคุมอยู่กับออนไลน์ คือดูทุกอย่าง content การรีเลชัน การรีวิวสินค้า ส่วนคุณเบียสก็จะอยู่ออฟไลน์ ก็ไปเปิดร้าน หน้าร้าน เช็ดกระจก เอาของเรียง เบสิกง่าย ๆ” กมล กล่าว

 

สร้างแบรนด์จากศูนย์อย่างไร...สู่ยอดขายนับล้าน

รรินทร์ กล่าวว่า จุดสำคัญที่สุดที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและน่าจะใช้ได้กับทุกคนคือ ความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากทุกคนเป็นผู้บริโภคกันอยู่แล้ว ง่ายที่สุดคือการนำตัวเองไปสวมว่า คนซื้อต้องการอะไร ซื้อในราคาเท่าไร อยากซื้อแบบไหน อยากเห็นภาพแบบไหน ทำให้การมองแบรนด์ของตัวเองเป็นการมองในมุม 360 องศา 

“พูดง่าย ๆ คือต้าใส่รองเท้ารุ่นนี้อยู่ เป็นกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว ก็รู้ว่าจะต้องทำการตลาดอย่างไร ออกสีอะไรบ้าง ขายราคาเท่าไร ห้ามขายแพงกว่านี้ ดาราคนไหนที่เราจะให้ถ่าย look แล้ว look จะออกมาเป็นแบบไหน วิธีการพูดกับลูกค้าต้องพูดอย่างไร ต้าว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่ทำให้เราขายได้ดี เพราะว่าเราเข้าใจ”

รรินทร์ ยกตัวอย่างว่า หลายแบรนด์ต่างประเทศที่มาทำตลาดในไทยใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทั้งหมด เพราะลักษณะเฉพาะของคนไทยก็ซื้อของต่างจากที่อื่น เช่นเดียวกันกับถ้าไปขายของที่ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นก็จะซื้อของอีกแบบหนึ่ง คนเกาหลีก็อีกแบบหนึ่ง คนยุโรปก็อีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นจุดสำคัญคือ ความเข้าใจว่าคนไทยต้องการอะไร โดยสรุปเป็นเคล็ดลับคือ (1) ต้องเข้าใจลูกค้าอย่างถ่องแท้ที่สุด (2) ไม่จำเป็นต้องขายให้ทุกคน แต่ขายเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เราเข้าใจเขาแล้ว ให้เขาซื้อให้ได้

“สิ่งที่คนชอบทำพลาดมากที่สุดคือพอถามว่าจะขายของให้ใคร ก็จะตอบว่าขายให้ทุกคน ใครก็ได้ ซึ่งตลาดแมสไม่มีจริง เพราะฉะนั้นประเด็นก็คือว่า เวลาคนส่ง message ไปให้คน มักจะส่งหว่าน แล้วมันสะเปะสะปะเพราะฉะนั้นหลักก็คือเราไม่จำเป็นต้องขายให้ทุกคน แต่ขายให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายเราที่ตรงกลุ่ม แล้วขายให้เขาซื้อแค่นั้นเอง”

สำหรับ O&B คือกลุ่มลูกค้าที่ซื้อรองเท้าคู่ละ 2,000 มีเงินเดือนประมาณ 30,000- 40,000 ขึ้นไปโดยเฉลี่ย ดูละครช่อง 3 ดังนั้นจึงต้องติดต่อให้ดาราช่อง 3 ใส่ ต้องรู้ถึงขนาดว่าคนกลุ่มนี้เรียนโรงเรียนไหน จบจากเมืองนอกหรือเมืองไทย เพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็จะต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อสามารถแยกรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายได้ ก็จะสามารถเข้าใจตัวตนของเขาได้ชัดเจน ทำให้สามารถทำการตลาดได้ตรงจุด และเลือกสิ่งที่ถูกต้องให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย สิ่งไหนที่ควรตัดออก สิ่งไหนที่ต้องเก็บไว้ ซึ่งทำให้ประหยัดงบประมาณในการทำการตลาดด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องทำแบบหว่าน แต่ขายแค่กลุ่มลูกค้าของตัวเอง และทำให้เกิดการซื้อซ้ำเรื่อย ๆ โดยสิ่งที่สื่อสารก็เป็นเรื่องเดียวกัน

“จะพูดแค่ว่า รองเท้า คุณจะไปซื้อรองเท้าอะไร ที่ไหน ไม่รู้ แต่รองเท้าบัลเลต์ต้องซื้อที่เราแค่นี้เอง ต้องที่นี่ O&B เท่านั้น”

สำหรับ มั่นคงแก็ดเจ็ท เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่น ช่วงอายุ 15 ปี ไปจนถึง 40 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย เพราะว่าหูฟังเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฟังเพลง แล้วผู้ชายส่วนใหญ่ฟังเพลงเยอะกว่าผู้หญิง ซึ่งโดยลักษณะคนเล่นหูฟังจะไม่เหมือนคนซื้อรองเท้าหรือมือถือ เพราะเวลาซื้อสินค้าจะต้องมั่นใจว่า ร้านลักษณะแบบนี้แนะนำสินค้าดีได้ มีสินค้าเดโมให้ทดลองก่อนได้ ดูแลหลังการขายดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะว่าบางทีคนที่ทำออนไลน์แค่มองว่าออนไลน์อะไรก็ได้แล้วขายได้ นอกจากนั้น คือการติดตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทัน

โลกมันไปเร็วมาก ทุกวันนี้ไม่ใช่ดูเดือนต่อเดือน ตอนนี้ผมปรับวิธีการเป็นวันต่อวันแล้ว พอถึงเดือนหน้าผมจะบอกทีมงานว่า ต้องดูเป็นรายชั่วโมงแล้วนะ เพราะฉะนั้น คนที่ค้าขายเดิมถ้าไม่ปรับวิธีการในการขายออนไลน์ ไม่มองตลาด ไม่มอง content ว่าเขาสร้างอย่างไร เขาพรีเซ็นต์สินค้าอย่างไร แม้กระทั่งรูป เมื่อกี้ผมดูรูปของคุณต้าโพสต์ การเรียงรองเท้าเป็นวง ไล่เฉดสี แบบนี้ คู่แข่งก็ตายเรียบแล้ว

คุณต้า บอสกำลังจะออกรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง ช่อง 3 ตอนนี้เลยค่า

คำว่า “ดี” ไม่ใช่ดีด้วยตัวมันเองอย่างเดียว แต่ว่า “แตกต่าง” จากคนอื่นด้วย

การมาถึงทุกวันนี้ได้ของ รรินทร์ เพราะเป็นตัวจริงที่ไม่ได้ทำสินค้าออกมาแค่กลวง ๆ  สามารถบอกลูกค้าได้ว่าสินค้าของตัวเองดีอย่างไร ซึ่งคำพูดปากต่อปาก (word of mouth) คือสิ่งที่ดีที่สุดของการทำการตลาด ลูกค้าซื้อไปคู่หนึ่งและพาเพื่อนอีก 5 คนมาซื้อได้ ดังนั้น หลักของธุรกิจก็คือ การมีผลิตภัณฑ์ที่ดี ซึ่งคำว่าดี ไม่ใช่ดีด้วยตัวของมันเองอย่างเดียว แต่ว่าแตกต่างจากคนอื่นด้วย

รรินทร์ ทำรองเท้าถึง 50 สี จากแรกสุดก็แค่ลองจาก 5 สี-10 สี-30 สี จนมาถึง 50 สี ซึ่งทำเยอะกว่านี้ไม่ได้แล้ว เพราะโรงงานไม่มีสีหนังให้แล้ว และแม้รองเท้าบัลเลต์จะมีของเจ้าอื่นขายเหมือนกัน แต่ความแตกต่างของสินค้าของเธอที่พูดถึงไม่จำเป็นที่จะต้องแตกต่างจากคนอื่นถึง 100% แต่แตกต่างแค่ 5% ก็ได้ นั่นคือ ใส่แล้วไม่กัดเท้า แค่นั้นเองก็ขายได้แล้ว

มีออนไลน์แล้วทำไมต้องมีหน้าร้าน

ทาง กมล ที่ขาย 2 ตลาดควบคู่กันทั้งออนไลน์ และออฟไลน์หรือออนกราวน์ มีชอปอยู่หลายสาขาตามศูนย์การค้าต่าง ๆ มองว่า สินค้าของมั่นคงแก็ดเจ็ท มีลักษณะเฉพาะ โดยมีเรื่องอารมณ์ในการซื้อขายที่ลูกค้าจะเห็นร้านและตัวสินค้าแล้วรู้สึกอยากซื้อ โดยมีข้อสังเกตว่าสินค้าที่ราคาสูงมาก ๆ คนยังไม่สามารถทำใจที่จะซื้อได้ 100% ทางออนไลน์ โดยเพดานที่ซื้อทางออนไลน์จะอยู่ที่ระดับ 2,000-5,000 บาท แต่สินค้าระดับเกินหมื่นนั้นขายได้ยาก ดังนั้น การมีหน้าร้านควบคู่ไปด้วยจึงเหมาะกับตัวเอง และถ้าใครมีเงินทุนที่สามารถทำหน้าร้านได้ด้วยก็เห็นว่าควรทำ เพราะคนไทยยังมีอารมณ์ชอบซื้อของนอกบ้านกันอยู่

ทางฝั่ง รรินทร์ ก็มีโชว์รูมไว้รองรับลูกค้าที่อยากจะเห็นของจริง 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม ช่องทางออนไลน์ของเธอก็เป็นตัวดึงลูกค้าให้มาที่หน้าร้าน เพราะหน้าร้านของเธอไม่ได้ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า คนที่จะมาคือคนที่ตั้งใจจะมาดูของแล้วซื้อจริง ๆ  

ทาง กมล ก็เห็นด้วยในข้อนี้ เพราะแม้ร้านมั่นคงฯ จะเปิดหลายสาขา แต่ไม่ได้รอให้ลูกค้ารู้จักจากการเดินเข้ามาในร้าน ลูกค้าจะรู้จักร้านจากการอ่านข้อมูล อ่านรีวิว หรือ content ที่ กมล เล่าถึงคุณสมบัติสินค้าว่าเป็นอย่างไรทางออนไลน์ แล้วทำให้ลูกค้าอยากมาดูที่หน้าร้าน

ขายอย่างมืออาชีพ จริงจัง และสม่ำเสมอ

เมื่อถามว่า เคยท้อไหมกับการขายออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงแรกที่เข้ามาสู่ช่องทางนี้ ซึ่งบางครั้งคนอาจจะสนใจน้อย กมล กล่าวว่า ไม่เคยท้อ เพราะเป็นคนทำอะไรทำจริงตลอด บางทีทำ forum เขียน content ไปเรื่อย แม้คนอ่านจะเหลือคนเดียวหรือไม่มีคนกดไลค์เลยก็จะเขียน ให้ทำอย่างมืออาชีพ เช่นเดียว รรินทร์ ที่มองว่า ต้องทำอย่างจริงจัง ให้มองว่าออนไลน์ก็เหมือนร้านค้าร้านหนึ่ง ซึ่งต้องเอาใจใส่ ต้องตกแต่งหน้าร้านตลอด และต้องใส่ใจลูกค้า

“คนมักจะคิดว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ การขายของคือแค่เปิดเพจขึ้นมา เสร็จแล้วก็เอารูปวางแปะไป ก็จะมีคนเข้ามาถามว่า นี่เปิดเพจมาเดือนสองเดือนแล้วขายไม่ได้เลย ไม่มีลูกค้าเลย ต้าถามว่าทำการตลาดอย่างไรบ้าง ลงโฆษณาไหม บอกไม่ค่ะ หนูก็เปิดไปอย่างนั้น แล้วก็มีลูกค้ามาไลค์แค่ 10 คน เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญคือพอเราไม่จริงจังกับมัน มันก็ไม่จริงจังกับเรา แล้วคนเราจะต้องมองว่าออนไลน์มันเหมือนร้านค้าหนึ่ง ต้องลงทุนทำร้าน เอาใจใส่ มีคนเฝ้าร้าน จัดตกแต่งหน้าร้านตลอดเวลา เรียกลูกค้าเข้าร้าน มีคนตอบตลอด”

เช่นเดียวกับ กมล ที่เขียน content อย่างสม่ำเสมอ รรินทร์ ก็ถ่ายรูปและโพสต์รูปอย่างสม่ำเสมอทุกวันเช่นกัน โดย กมล เห็นว่า ต้องสม่ำเสมอกับเรื่องพวกนี้ เพราะถ้าทำแล้วจะไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ลูกค้าก็จะรออ่านว่าใน feed มีอะไรใหม่ พูดคุยถึงเรื่องอะไร อัฐพงษ์ เสริมว่า หากคู่แข่งทำแล้ว และทำตลอดเวลา ดังนั้นทุกคนก็ต้องทำ

อีกเรื่องที่คู่แข่งทำ แล้ว กมล เห็นว่า ต้องทำเช่นเดียวกันคือ การซื้อโฆษณา ดังนั้นเวลาจะเปิดเพจ งบโฆษณาเป็นเรื่องที่สำคัญ แรก ๆ เวลาจ่าย boost โพสต์สักอัน ทุกคนจะทำใจไม่ค่อยได้ แต่เมื่อจ่ายแล้วทุกคนก็ไม่กล้าหยุดจ่ายและต้องเตรียมงบส่วนนี้ไว้

“จริง ๆ เวลาทำเฟซบุ๊ก ก็เหมือนเป็นค่ามาร์เก็ตติง เราไม่มีค่ามาร์เก็ตติงอย่างอื่น นอกจากค่าโฆษณาบนเฟซบุ๊กแค่นั้นเอง” รรินทร์ กล่าวเสริม

ทำเหมือนคนอื่น ก็ได้เท่ากับคนอื่น เพราะฉะนั้น จะต้องทำสิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอ

รรินทร์ กล่าวต่อในเรื่องการโพสต์รูปที่ทำอย่างสม่ำเสมอว่า ขอแค่ให้ดังรูปเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนได้ เช่นเดียวกับรองเท้า ที่มีรองเท้าแบบใหม่ ๆ ทุกอาทิตย์ แต่ไม่ใช่ทุกแบบที่จะขายได้ แต่ขอแค่ให้มีแบบเดียว รองเท้าแบบเดียวก็ทำให้รวยจนถึงทุกวันนี้

ล่าสุดแบรนด์ของเธอก็มีเซเลบริตีชื่อดังในสหรัฐฯ อย่างนิกกี้ ฮิลตัน ใส่ และลงไอจีของ ปารีส ฮิลตัน รวมทั้งดาราฮอลลีวู้ดอย่าง ลินซีย์ โลฮาน แล้วยังมีบล็อกเกอร์แฟชั่นระดับโลกกล่าวถึง โดยเดือนหน้ายังจะได้ร่วมมือกับ Fashion Influencer ระดับโลก ที่เดินแบบให้ Dolce & Gabbana ที่คนทั่วโลกรู้จักหมด ดังนั้น อีกหัวใจที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ คือ การไม่ทำอะไรเหมือนคนอื่น เพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำอะไรเหมือนคนอื่น ถ้าทำเหมือนคนอื่น ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเท่ากับคนอื่น เพราะฉะนั้น จะต้องทำสิ่งที่แตกต่างอยู่เสมอ

“ถ้าเราต้องการที่จะดังในโลกออนไลน์ ออนไลน์มีคุณลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งว่า เนื้อที่มีจำกัด แต่คนลงไม่จำกัด ทำอย่างไรให้คนมองฟีดของเรา เพราะฉะนั้น คนก็จะสนใจแต่เรื่องราวที่เขาไม่เคยเห็น หรือเรื่องราวที่มีความหวือหวา ลองนึกดูว่า content ที่เราหยุดดูคืออะไร อย่างของมั่นคงแก็ดเจ็ท ล่าสุดไม่ต้องทำอะไรมาก ก็คือแนะนำหูฟังราคา 2.4 ล้าน”

หูฟังที่แพงที่สุดในโลก Sennheiser HE-1 ราคา 2.4 ล้านบาท

โพสต์โดย มั่นคง munkonggadget บน 22 มีนาคม 2017

กมล เสริมว่า content ที่ว่าหูฟังแพงที่สุดในโลกมาถึงร้านแล้ว ได้ผลในเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า เพราะหลาย ๆ ร้านก็มีสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ที่นำเข้าคล้าย ๆ กัน แต่หมายถึงของมั่นคงฯ มีสินค้าบางตัวที่เลือกมาแบบสุดพิเศษมีจำหน่ายที่นี่ที่เดียว รวมทั้งการเสาะหาสินค้าใหม่ ๆ ที่ดีจริง ๆ เพื่อให้ลูกค้าซื้อไปใช้แล้วไม่ผิดหวัง โดยการเอาสินค้าลงในออนไลน์นั้น จะต้องมั่นใจว่าของตัวเองแข่งขันได้ มีจุดขายจริง ดีจริง แล้วทุกอย่างก็จะไปได้

ติดตาม “เปิดเคล็ดลับ Click กลยุทธ์ Jump ยอดขาย” ได้ต่อในตอนที่ 2 สัปดาห์หน้า รออ่านกันว่า เทคนิคที่จะทำให้ยอดขายทะลุหลักล้านบาทถึงร้อยล้านบาทนั้นเขาทำอย่างไร หากอดใจไม่ไหว ไปชมคลิปได้ที่