email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 29.05.2017 (7 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 12.12.2017 | อ่าน 3063

การตลาดออนไลน์ง่าย ๆ สไตล์ SMEs (ตอนที่ 2)


เมื่อกูรูเผย 3 เทคนิคการเขียนโฆษณาบนเฟซบุ๊ก เทคนิคการโพสต์พารวย เพิ่มคลิก เพิ่มยอดขาย และปิดท้ายด้วยเทคนิคการแฮก เพื่อเพิ่มยอด Like 

อ.ประสิทธิ์ วรฉัตราวณิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำการตลาดอีคอมเมิร์ซ และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวนำถึง การสร้างเนื้อหา หรือ Content บนโซเชียลมีเดีย ด้วยเทคนิคการเขียนที่เรียกว่า BAB, PAS และ FAB ซึ่งเป็น 3 ในหลายสิบเทคนิคการเขียนโฆษณาของเอเจนซีที่ใช้กันทั่วโลก และเป็นเทคนิคในการเขียนบนเฟซบุ๊กด้วย

 

BAB, PAS และ FAB สูตรเขียนโฆษณาบนโซเชียล

BAB คือ Before – ก่อนนี้หรือตอนนี้ลูกค้าเป็นอย่างไร After – หลังจากนี้ ลูกค้าจะได้อะไร โดยที่ Bridge – คือเราเป็นหนทางสู่คำตอบ เช่น B แรก ตอนนี้-พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ A หลังจากนี้-อยากเป็นไกด์ B ที่สอง ทำอย่างไร-ไป รร.สอนภาษา Pro-speak

(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view)

ตัวอย่างที่ 2 เรียกว่า PAS เริ่มต้นด้วย Problem - ปัญหาของลูกค้า แล้วก็ Agitate – ขยี้ให้ลูกค้ารู้สึกแย่ลงไปอีก จากปัญหานั้นก็  Solve - ให้ทางแก้ที่เป็นคำตอบ เช่น รอแท็กซี่เป็นชั่วโมงแล้วยังไม่มา นี่คือปัญหาที่ลูกค้าเจออยู่ พอเรียกได้ก็ไม่ไป แท็กซี่บอกต้องไปส่งรถ ฝนดันตกอีกต่างหาก นี่คือขยี้ให้รู้สึกแย่ไปอีก คำตอบก็คือ Grab Taxi App หรือ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ขยี้ไปอีกว่า ไร้อนาคต ไม่มีความมั่นใจ คำตอบคือ ไป รร.สอนภาษา Pro-speak

(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view)

FAB จะคุย 3 เรื่อง คือ Feature – คุณสมบัติคืออะไร Advantage – ข้อได้เปรียบหรือดีกว่าอย่างไร และ Benefit – คุณประโยชน์คืออะไร เช่น “แม้ถุงนอนของเราจะมีฉนวนกันความเย็นบางเพียง 1 นิ้ว” คือ Feature หรือคุณสมบัติของสินค้า “แต่มันช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายมากกว่าที่เคย” นี่คือข้อได้เปรียบจากที่เคยใช้หรือยี่ห้ออื่น คุณประโยชน์คือ “ให้คุณหลับสบายทั้งคืน และตื่นขึ้นมาสนุกกับกิจกรรมได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน” พร้อมภาพที่ทุกคนสนใจคือคนนอนหลับสบายในถุงนอน โดยสามารถเร่งรัดการตัดสินใจด้วยข้อความ “เฉพาะวันนี้ ลด 50%” 

(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view)

Facebook Marketing

วันนี้ เรานำเฟซบุ๊กมาสร้างแบรนด์ สร้างสาวก ลดค่าใช้จ่ายการตลาด ซึ่งถ้าทำการตลาดผ่านเฟซบุ๊กเป็นก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ และยังสามารถรีวิวเทคนิคการทำการตลาดของคู่แข่งได้

รูปแบบการโพสต์หลักบนเฟซบุ๊กมีอยู่ 3 แบบคือ

  1. สร้างแบรนด์ Awareness ทำให้คนรับรู้ถึงสินค้าและบริการ คือ Who am I? แบรนด์ของเราคือใคร
  2. สร้าง Engagement มี Content ให้คนสนใจตลอดเวลา คือ Why do you care? ทำไมลูกค้าต้องสนใจเรา
  3. ทำให้เกิด Conversion เปลี่ยนลูกค้าหรือผู้ชมเป็นยอดขายให้ได้ คือ Where to buy ลูกค้าจะหาซื้อได้ที่ไหน

เวลาทำโฆษณาบนเฟซบุ๊กต้องดูอะไรบ้าง


(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view, https://www.facebook.com/ipsy/)

  • ภาพ ต้องจัดวางสินค้าน่าสนใจ มีสไตล์ชัดเจน เห็นแล้วอยากได้
  • ข้อเสนอที่เชิญชวน ในตัวอย่างด้านบนคือ Try Before You Buy ซึ่งการทำออนไลน์เรามักจะลืมสั่งให้ลูกค้าทำสิ่งที่เราอยากให้เขาทำ เรียกว่า Call to Action อยากให้คลิกปุ่มก็ Click Here, Buy Now ถัดมาคือ ประหยัดคุ้มค่า มัดใจลูกค้าสาว ๆ Save up to 70% off  อันนี้ประหยัดถึง 70% ข้อความที่ 3 คือ พิสูจน์ทราบโดยลูกค้าคือ การมีสมาชิกกว่า 1.5 ล้านคนสมัครกับเว็บไซต์นี้ที่ให้บริการความงามสำหรับผู้หญิง
  • ข้อความด้านล่าง ทำหน้าที่เน้นย้ำแบรนด์นี้บริการความสวยงามแบบเฉพาะบุคคล คือเลือกชุดเครื่องสำอางให้ และสร้างความน่าเชื่อถือว่า ธุรกิจนี้ก่อตั้งโดย Michelle Phan แถมยังมีคุณค่าที่ลูกค้าได้รับ คือให้  Personalized ความงามส่วนบุคคล
  • CTA Button มีปุ่มกระตุ้นการตัดสินใจ
  • Like เท่ากับ Care คือเหมือนเขาสนใจ และ Share เท่ากับ Love คือ ถ้าเกิดการแชร์ แสดงว่ามันดีจริง

Hack เฟซ เพิ่มยอด Like

การแฮกเฟซบุ๊กในที่นี้ไม่ได้หมายถึง การไปทำให้เฟซบุ๊กเสียหาย แต่เป็นการทำให้เรามีโอกาสได้ Like เพิ่มขึ้นฟรี ๆ โดยไม่ต้องไปเสียเงิน กลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจก็คือ

  • กลุ่มที่มีความสนใจ Content ผลิตภัณฑ์ หรือบริการบางอย่างเหมือน ๆ กัน
  • กลุ่มที่ถูกใจหรือติดตามแฟนเพจของคู่แข่ง
  • กลุ่มที่เพิ่งปฏิสัมพันธ์กับสินค้า หรือบริการ/พนักงานขาย (Remarketing)
  • กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต เช่น วันเกิด วันเปิด/ปิดเทอม วันแต่งงาน วันปีใหม่ ฯลฯ
  • กลุ่มลูกค้าที่เรามีข้อมูล (Custom Audiences)
  • สร้างลูกค้าใหม่ที่คล้ายกลุ่มเป้าหมาย (Lookalike Audiences)

เทคนิคแรกคือ ดูว่าคนที่ติดตามเพจคู่แข่ง เขาชอบเพจอะไรบ้าง เพื่อจะได้เลือกกลุ่มเป้าหมายสำหรับคนที่สนใจเพจเหล่านี้ เราก็จะได้ลูกค้าเพิ่มขึ้น เวลาเราทำโฆษณาเพื่อ Target ต้องรู้ว่ากลุ่มที่สนใจเราชอบเพจอะไรบ้าง เพื่อจะได้ดึงให้เขาเห็นโฆษณาแล้วกลับมาหาเรา

ขั้นตอนคือคลิกที่ภาพโพรไฟล์ไอคอน เมื่อเปิดภาพใหญ่ขึ้นมาจะมีตัว URL ดูชุดตัวเลขสุดท้ายหลัง photos ก่อนจะปิดด้วย / ซึ่งเป็น Page ID ให้ Copy แล้วนำไปวางไว้ท้ายเบราว์เซอร์ https://www.facebook.com/pages/?frompageid=  แล้วคลิก Enter ก็จะพบว่าคนที่เป็นลูกเพจของแบรนด์นี้ตามเพจอะไรบ้าง 

(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view, https://www.facebook.com/namulifesnailwhite/?fref=ts)

เวลาทำ Content นั้นอย่าคิดเองอย่างเดียว เราต้องดูว่าตลาดหรือคู่แข่งเขาทำ Content ประเภทไหนบ้าง โพสต์อะไรแล้วคนดูเยอะ โดยเข้าหน้าเพจของเราเอง ให้เข้าไปที่ Insights หรือข้อมูลเชิงลึก จากนั้นขั้นตอนที่ 2 ตรง Overview หรือเรื่องทั่วไป ด้านล่างจะเขียนว่า เพิ่มเพจคู่แข่ง หรือ Add Pages แล้วเติมชื่อเพจที่ต้องการจะติดตามเขา ใส่เข้าไปเสร็จ พอคลิกดูทีละเพจที่เราใส่เข้าไป ก็จะเห็นว่า 10 อันดับโพสต์ของเพจที่เราตามที่มีคนดูเยอะที่สุด เราจะได้รู้ว่า คู่แข่งนำเสนอเรื่องไหนแล้วคนสนใจ เพื่อจะได้กลับมาหากลยุทธ์ของตัวเองว่า เราควรจะนำเสนอเรื่องไหนเพื่อให้คนสนใจ

(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view, https://www.facebook.com/teentechth/?fref=ts)

นอกจากนั้น ยังสามารถใช้ Insights ไปตามผู้นำอุตสาหกรรมได้ ไม่ได้ตามเพื่อสร้าง Content ไปสู้กับเขา แต่ตามเพื่อดึง Content ที่เป็นที่นิยมมาแชร์ในเพจของเรา หลายคนชอบเลือกแชร์ตามความชอบของเราเอง แต่จะดีกว่าถ้าเลือกแชร์ตามความชอบของคนส่วนใหญ่  

อีกวิธีหนึ่งคือ ดูเพจของเราว่าโพสต์ไหนมีคน Like มาก แล้วดูตำแหน่งที่มีชื่อคน Like ด้านข้างจะเห็นปุ่ม Invite คนเหล่านี้ เราสามารถคลิกเชิญมา Like เพจเราได้ ถ้าเห็นว่าน่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา เป็นการเปลี่ยนคน Like โพสต์ มา Like เพจ แต่กติกาคือเพจที่มี Like เกิน 1 แสนคนจะใช้ Feature และการ Invite มากเกินไป เฟซบุ๊กจะบล็อกไม่ให้เราใช้ เพราะถือว่าไปรบกวนกลุ่มเป้าหมายที่กำลังใช้เฟซบุ๊กอยู่ ซึ่งเราจะได้ Like เพิ่มขึ้นประมาน 10% 

(ที่มา: https://drive.google.com/file/d/0Bw2Icg6V1_BsdFRucV84LWlYbTg/view)

การดูว่าแฟนเพจมาเล่นเฟซบุ๊กช่วงไหน ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง โดยคลิกที่ Insights แล้วก็ดูที่ Posts แล้วเลือกเวลาที่เราจะโพสต์ก่อนหรือหลังเวลาที่มียอดสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามหลักการ แต่คนขายเย็นตาโฟตอนเช้า อาจจะต้องโพสต์ล่วงหน้าตอนกลางคืน เพื่อกระตุ้นให้คนอยากกินก่อน และตอนเช้ายิงอีกทีให้แฟนเพจเห็น ส่วนอีกที่คือจุดต่ำสุดของโค้ง ก็น่าลอง เพราะมีการแข่งขันน้อย เป็นอีกจุดที่เหมาะกับการ Invite คน

อีกเทคนิคคือ ชื่อเพจที่เป็นคีย์เวิร์ด มีโอกาสไปโผล่ในหน้าผลลัพธ์ของกูเกิ้ลได้สูงกว่าโดยเฉลี่ย เช่น ชื่อเพจ “ขายส่งของเล่นมือสองต่างประเทศ”

 

2 เทคนิคสุดท้ายที่ อ.ประสิทธิ์ แนะนำได้แก่ เพิ่ม Like ผ่านเพจชาวบ้าน โดยนำ Content จากเพจที่เราสนใจ มาโพสต์ในเพจของเรา และ Tag ไปหาเจ้าของเพจ เพื่อเจ้าของเพจจะได้ Notification ว่ามีคนนำ Content ของเขาไปแชร์ และถ้าเขาเข้ามาดู เขาก็อาจจะรู้สึกว่ามีคนชื่นชม เขาก็อาจจะกลับมา Like เรา ก็สร้างโอกาสให้เราไปโผล่ให้ลูกเพจเขาเห็นได้

และหากเพจเรามีคน Like น้อยมาก เราอาจจะนำ Content ของคนอื่นในแนวเดียวกันที่เป็นที่นิยมไปแชร์ว่า นี่คือ 3 สุดยอดเพจที่คุณต้อง Like (ซึ่ง Content ที่ดี ต้องขึ้นต้นด้วยตัวเลข) แล้วเราก็ Tag ไปหา 3 เพจนี้ 3 เพจนี้ก็จะรู้ว่า เรามีการอ้างถึงและเขียนชื่นชมเขา ซึ่งก็ต้องมีสักรายที่เห็นคำชมและอยากให้คนเห็นว่ามีคนชมเขา เขาก็เลยแชร์ Content นี้ของเรา

ย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 ได้ที่ https://www.etda.or.th/content/online-marketing-for-smes-ep-1.html​

ดาวน์โหลดสไลด์ประกอบการพูดคุยได้ที่ https://goo.gl/USd1UP ดูการพูดคุยทั้งหมดได้ที่