email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 29.09.2017 (3 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 15.12.2017 | อ่าน 2190

คนไทยใช้เน็ตอย่างไร? ในปี 60


พฤติกรรมคนไทยกับการใช้อินเทอร์เน็ตและการชอปปิงออนไลน์ในปี 2560

คนไทยใช้เน็ตต่อวันมากน้อยแค่ไหน?

ผลสำรวจพบว่า คน Gen Y (อายุ 17-36 ปี) เป็นกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันสูงสุด โดยในช่วงวันทำงานหรือวันเรียนหนังสือใช้เฉลี่ยที่ 7.12 ชั่วโมง/วัน และมากถึง 7.36 ชั่วโมง/วันในช่วงวันหยุด ขณะที่ Gen X (อายุ 37-52 ปี) และ Gen Z (อายุน้อยกว่า 17 ปี) ใช้อินเทอร์เน็ตในวันทำงานและวันเรียนหนังสือ โดยเฉลี่ยเท่ากันที่ 5.48 ชั่วโมง/วัน แต่ในวันหยุด Gen Z กลับใช้เพิ่มขึ้นเป็น 7.12 ชั่วโมง/วัน สวนทางกับ Gen X ที่ใช้ลดลงที่ 5.18 ชั่วโมง/วัน โดยกลุ่ม Baby Boomer (อายุ 53-71 ปี) ใช้ 4.54 ชั่วโมง/วัน ในวันทำงาน และ 4.12 ชั่วโมง/วันในวันหยุด

การสำรวจพบว่า 61.1% จากผู้ตอบใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เฉลี่ย 3.06 ชั่วโมง/วัน 30.8% มีปริมาณการใช้เท่าเดิม และมีเพียง 8.1% ที่ใช้ลดลง เฉลี่ยที่ 2.24 ชั่วโมง/วัน

คนไทยชอบใช้อินเทอร์เน็ตที่ไหนกัน?

สำหรับสถานที่ที่นิยมใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดยังคงเป็นที่บ้าน คิดเป็น 85.6% รองลงมาคือ ที่ทำงาน 52.4% ตามมาด้วยการใช้ระหว่าง เดินทาง 24% เพิ่มขึ้นจาก 14% ในปีก่อน ขณะที่การใช้อินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาลดลงจาก 19.7% เป็น 17.5% ในปีนี้

พฤติกรรมการใช้เน็ตที่เปลี่ยนแปลงไป

ปีนี้ยังมีตัวเลขที่สะท้อนพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น 64.1% ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีการให้ประวัติส่วนตัวเท่าที่จำเป็น ระมัดระวังการพูด การโพสต์ รวมมั้งเลือกคนที่คุยด้วยทางออนไลน์มากขึ้น 63.5% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง ใช้ในทางสังคม และใช้เพื่อทำธุรกิจหรือซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น และ 59% หลีกเลี่ยงการเปิดอีเมลที่ไม่รู้จัก การเข้าเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และการคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก

กิจกรรมออนไลน์ฮอตฮิต

กิจกรรมที่นิยมทำเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ การใช้โซเชียลมีเดีย (86.9%) การค้นหาข้อมูล (86.5%) การรับส่งอีเมล (70.5%) การดูทีวีและฟังเพลงออนไลน์ (60.7%) และการซื้อสินค้าออนไลน์ (50.8%)

อีกทั้งยังพบว่า กิจกรรมที่คนนิยมทำบนอินเทอร์เน็ตในการสำรวจปีนี้ แตกต่างจากปีก่อน ๆ ตรงที่การซื้อสินค้าออนไลน์ขึ้นมาติด 1 ใน 5 กิจกรรมยอดฮิตเป็นครั้งแรก นั่นแสดงให้เห็นถึงการยอมรับในการทำอีคอมเมิร์ซมากขึ้นในสังคมไทย

ปัญหาน่าหงุดหงิดในการใช้เน็ต

ปัญหาน่าหงุดหงิดของคนใช้อินเทอร์เน็ตคือ คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาการถูกรบกวนจากโฆษณาออนไลน์มากที่สุด คิดเป็น 66.6% ตามด้วยความล่าช้าในการเชื่อมต่อและใช้งานอินเทอร์เน็ต 63.1% และอินเทอร์เน็ตหลุดบ่อย 43.7% โดยที่การประสบปัญหาจากการออนไลน์แล้วไม่รู้จะไปขอความช่วยเหลือจากใคร และการถูกรบกวนจากอีเมลขยะก็ยังเป็นปัญหาที่คนไทยให้ความสำคัญมากเช่นกัน โดยคิดเป็น 39.6% และ 34.2% ตามลำดับ

โซเชียลมีเดียครองใจคนไทย

สำหรับซเชียลมีเดียที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด ได้แก่ YouTube (97.1%), Facebook (96.6%), Line (95.8%), Instagram (56%), Pantip (54.7%), Twitter (27.6%) และ WhatsApp (12.1%) ซึ่งน่ายินดีที่มีโซเชียลมีเดียของไทยอย่าง Pantip ติดอยู่ใน Top 5

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไลฟ์สไตล์

การสำรวจยังชี้ให้เห็นว่าคนไทยมีไลฟ์สไตล์ดิจิทัลมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเปลี่ยนวิธีทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำในแบบออฟไลน์มาเป็นออนไลน์มากขึ้น เช่น การจองและซื้อตั๋วโดยสาร การจองห้องพักโรงแรม การฟังเพลง การดูภาพยนตร์ และการบริการรับส่งเอกสาร

อะไรทำให้คนไทยหันมาเข้าเว็บอีคอมเมิร์ซ?

สำหรับสิ่งที่ทำให้คนไทยหันมาเข้าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ พบว่า การตัดสินใจเกิดเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ขายของออนไลน์จากโฆษณาและสื่อออนไลน์ต่าง ๆ มากที่สุด คิดเป็น 55.9% โดยมีข้อมูลจากการรีวิวและคอมเมนต์ของผู้เคยใช้สินค้า, ส่วนลดและของแถมและอันดับของเว็บไซต์จากการค้นหาทาง Search Engine เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลรองลงมา คิดเป็น 54.9%, 47.5% และ 41.9%

คนไทยชอปออนไลน์กันบ่อยแค่ไหน?

จากการสำรวจยังพบว่า คนส่วนใหญ่ หรือ 40.7% ยังไม่ได้ซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์, 38.4% ซื้อเดือนละครั้ง, 17.7% ซื้อ 2-5 ครั้งต่อ เดือน และ 3.2% ซื้อมากกว่า 5 ครั้งต่อเดือน

อะไรคือสาเหตุ ที่ทำให้คนไม่ชอปออนไลน์?

สำหรับสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยปฏิเสธการซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์ เป็นเพราะกลัวโดนหลอก (51.1%), ไม่ได้สัมผัสหรือทดลองใช้สินค้าก่อน (39.9%), ไม่พบสินค้าที่ต้องการ (33.9%) และชอบเดินเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเอง (31.1%)

แล้วคนที่ชอปออนไลน์ ชอปเพราะอะไร?

ในทางกลับกัน ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์ของคนไทยมากที่สุด คือขั้นตอนการซื้อที่ง่าย (85%) โดยมีปัจจัยรอง ได้แก่ การได้รับสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว (53.4%), โปรโมชั่นที่ถูกใจผู้ซื้อ (51.4%) และราคาที่ถูกกว่าการซื้อผ่านหน้าร้าน (49.7%)

สินค้าสุดฮอต ที่คนไทยชอปออนไลน์กัน

สินค้าและบริการที่คนไทยนิยมซื้อออนไลน์มากที่สุด ประกอบด้วยสินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย (44%), สินค้าด้านสุภาพและความงาม (33.7%), อุปกรณ์ไอที (26.5%), เครื่องใช้ภายในบ้าน (19.5%), บริการสั่งอาหารออนไลน์ (18.7%), บริการเกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว (17.9%) เป็นต้น

เขาชอปอะไร แล้วบ่อยแค่ไหน?

หากsพิจารณาในเรื่องความถี่ในการซื้อสินค้าและใช้บริการ กลับพบว่าในระยะเวลา 3 เดือน บริการด้านการเงินและการลงทุนเป็นประเภทบริการที่คนไทยเลือกใช้ซ้ำมากที่สุดที่ 4.8 ครั้ง รองลงมาคือบริการดาวน์โหลด 4 ครั้ง สินค้าบริการด้านความบันเทิงและด้านการเดินทางและท่องเที่ยวเท่ากันที่ 2.5 ครั้ง ตามด้วยสินค้ากลุ่มแฟชั่นและบริการสั่งอาหาร เท่ากันที่ 2.4 ครั้ง

เขากล้าจ่ายค่าชอปทางออนไลน์กันเท่าไร?

ผลสำรวจยังระบุอีกว่าสินค้าและบริการในเกือบทุกกลุ่มที่คนไทยนิยมซื้อทางออนไลน์มากที่สุดจะอยู่ในช่วงราคาไม่เกิน 1,000 บาท ยกเว้นบริการด้านการเงินและการลงทุนที่ส่วนใหญ่จะเลือกซื้อที่มูลค่ามากกว่า 10,000 บาท

นักชอปทางออนไลน์ จ่ายเงินกันทางไหน?

ช่องทางการชำระเงินที่มีการใช้มากที่สุด คือบัตรเครดิต (35.1%) รองลงมาคือ การโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (31.9%), การโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม (27.1%), การโอนเงินผ่านเว็บไซต์ธนาคาร (22.6%)

ทำไมบางคนยังจ่ายค่าชอปแบบออฟไลน์?


นอกจากนี้ ยังมีความนิยมในการชำระเงินแบบออฟไลน์อยู่มาก โดย 69.1% ระบุว่าการชำระเงินแบบออฟไลน์สะดวกและสบายใจมากกว่าแบบออนไลน์, 51.4% ไม่มั่นใจในความปลอดภัย, 27.1% ชี้ว่าขั้นตอนการชำระเงินออนไลน์ยุ่งยาก, 22.9% กลัวไม่มีหลักฐานยืนยันการทำรายการ, 11.8% ไม่รู้จักหรือไม่รู้วิธีชำระเงินออนไลน์ และ 5.1% ไม่รู้ว่าใช้กับสินค้าหรือบริการใดได้บ้าง

ปัญหากวนใจนักชอปออนไลน์

ปัญหากวนใจผู้ที่มีประสบการณ์ซื้อสินค้าและใช้บริการทางออนไลน์ ได้แก่ ปัญหาสินค้าที่ได้รับมีคุณภาพด้อยกว่าหรือไม่ตรงตามที่โฆษณามากที่สุด คิดเป็น 52% และได้รับสินค้าล่าช้ากว่ากำหนด 43.8% ส่วนปัญหาอื่นที่มีการระบุในผลสำรวจ ได้แก่ ได้รับสินค้าไม่ตรงตามในเว็บไซต์ (29.5%), สินค้าชำรุดเสียหาย (21.3%), ชำระเงินแล้วไม่ได้สินค้า (11.9%), ได้รับสินค้าไม่ครบตามจำนวนที่สั่งซื้อ (9.1%) และส่งคืนสินค้าแล้วไม่ได้รับเงินคืน (4.6%)

เมื่อพบปัญหาจากการซื้อของออนไลน์ เขาแก้กันอย่างไร?

ผู้ประสบปัญหาจะเลือกวิธีที่ร้องเรียนผ่านหน่วยงานรัฐเพื่อแก้ปัญหามากที่สุดคิดเป็น 86.8% ตามด้วยการร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของสินค้าและบริการนั้น 59.8%, แจ้งความ 24% และคอมเมนต์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ 19.4% ในกรณีผู้บริโภคที่เจอปัญหาจากการซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์แต่ไม่ร้องเรียน เป็นเพราะสาเหตุที่ว่าความเสียหายยังไม่มาก คิดเป็น 56.7% และยุ่งยากไม่ต้องการเสียเวลา 55.8% ส่วนผู้เสียหายไม่ทราบว่าต้องไปร้องเรียนที่ไหน คิดเป็น 36.2% และไม่ทราบขั้นตอนหรือวิธีการร้องเรียน 32.7%

เมื่อเจอปัญหาแล้วปล่อยผ่าน เพราะ?

ส่วนกลุ่มของผู้ที่เคยพบปัญหาจากการซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์ แต่เลือกที่จะไม่ดำเนินการใด ๆ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ความเสียหายไม่มาก (56.7%), ขั้นตอนการร้องเรียนยุ่งยาก เสียเวลา (55.8%), ไม่ทราบว่าต้องไปร้องเรียนที่ไหน (36.2%) และไม่ทราบขั้นตอน/วิธีการร้องเรียน (32.7%)

บทสรุปผลสำรวจพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย ปี 2560

ดาวน์โหลดสไลด์ได้ที่
https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2017-slide.html

ดาวน์โหลดรายงานทั้งฉบับได้ที่
https://www.etda.or.th/publishing-detail/thailand-internet-user-profile-2017.html