email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 28.08.2017 (4 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 14.12.2017 | อ่าน 495

อาจารย์ฮาร์วาร์ดแนะไทยยืดหยุ่น ร่างกฎคุมเน็ต


ชี้หากเข้มงวดเกิน ปิดกั้นการสร้างสรรค์-กระทบเศรษฐกิจดิจิทัล ยกตัวอย่างภาครัฐสิงคโปร์ นำร่องปรับเปลี่ยนบริการสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว เปิดทางประชาชน-เอกชนเดินตาม

 

ศาสตราจารย์ ดร. อูร์ส แกสเซอร์ (Prof. Dr. Urs Gasser) ผู้อำนวยการศูนย์เบิร์กแมนไคลน์เพื่ออินเทอร์เน็ตและสังคมแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Executive Director of Berkman Klein Center for Internet & Society, Harvard University) กล่าวในงานสัมมนา Digital Law and Digital Content for Thailand 4.0” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” หรือ “Disruptive Technology” กำลังก่อให้เกิดความท้าทายในหลายด้าน ทั้งในแง่ผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การประกอบธุรกิจ สภาพเศรษฐกิจ และประเด็นข้อกฎหมาย ซึ่งในแง่กฎหมายนั้น การจัดวางระเบียบเพื่อควบคุมดูแลเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ถือเป็นเรื่องซับซ้อนอย่างยิ่ง เพราะมี “ผู้เล่น” หรือผู้ที่มีส่วนร่วมในเศรษฐกิจยุคดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจำนวนมาก อีกทั้งวิถีหรือแนวทางดำเนินการต่าง ๆ ที่มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ยังรุดหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้งจนกฎหมายก้าวตามไม่ทัน

สิ่งที่นักกฎหมายพึงระวัง คือ การออกกฎหมายที่มีความเข้มงวดหรือเคร่งครัดมากเกินไป จนปิดกั้นการสร้างสรรค์ อันจะส่งผลกระทบไปถึงอนาคตของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ดังนั้น แนวทางการรับมือวิวัฒนาการหรือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ กฎหมายอาจไม่ใช่คำตอบแรก แต่อาจอยู่ในรูปของการใช้กฎกติกากำกับดูแล (Governance) ซึ่งการกำกับดูแลจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต้องอาศัยการผสมผสานกฎระเบียบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน การมีส่วนร่วมทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับโลก และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม และนักวิชาการ มาร่วมกันสร้างสรรค์นโยบาย

“บราซิล” ถือเป็นตัวอย่างของการจัดวางกฎเกณฑ์ด้านการกำกับดูแล ผ่านการเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องจากฝ่ายต่าง ๆ ได้เข้าไปมีส่วนร่วม โดยบราซิลได้ตั้งคณะกรรมาธิการนำร่องอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยสมาชิก 21 คนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค และนักวิชาการ เพื่อทำหน้าที่วางแผนเชิงยุทธศาสตร์สำหรับอินเทอร์เน็ต
ให้คำแนะนำด้านการกำหนดมาตรฐานสำหรับกระบวนการทางเทคนิคและการดำเนินงาน รวมถึงกำหนดทิศทางเกี่ยวกับรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับสังคม

กรณีของบราซิลที่เปิดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมในการกำหนดหรือจัดวางกฎเกณฑ์ทางเทคโนโลยี น่าจะเป็นรูปแบบที่ไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้และเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับไทยมากที่สุด

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่าง “สิงคโปร์” นั้น จัดเป็นผู้นำในยุคดิจิทัล เพราะภาครัฐลงมือบุกเบิกนำร่องเอง เริ่มจากการปรับเปลี่ยนบริการของทางการให้เป็นระบบดิจิทัลและออนไลน์จนหมด จากนั้นก็เพิ่มความคล่องตัวและอำนวยความสะดวกทั้งแก่ประชาชนและภาคเอกชน ให้สามารถใช้บริการแบบครบวงจรได้จากการติดต่อเพียงจุดเดียว ขั้นตอนต่อไปคือสร้างแพลตฟอร์มให้ประชาชนและภาคเอกชนสามารถเข้าไปพัฒนาและต่อยอดได้ อันนำไปสู่การก่อกำเนิดชุมชนดิจิทัลในที่สุด

ขณะที่ “สวีเดน” ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะโปรแกรม Skype นั้นพัฒนาโดยคนสวีเดน ส่วน Spotify ก็พัฒนามาจากสตาร์ตอัปในกรุงสต็อกโฮล์ม เมืองหลวงของสวีเดนเช่นกัน อันทำให้สวีเดนเป็นศูนย์กลางด้านไฮเทคที่ประสบความสำเร็จเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซิลิคอนวัลเลย์ของสหรัฐฯ โดยบริษัทด้านไฮเทคที่มีอยู่จำนวนมากในสวีเดน สามารถสร้างเม็ดเงินได้ถึง 6,300 ล้านดอลลาร์ต่อประชากรหนึ่งล้านคน

ปัจจัยที่ส่งให้สวีเดนโดดเด่นด้านเทคโนโลยี คือการที่นักพัฒนาหรือผู้สร้างผลงาน พร้อมที่จะเสี่ยงในการพัฒนาผลงานหรือเทคโนโลยีใหม่ ๆ ขึ้นมา ท่ามกลางบรรยากาศของการเป็นรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนและรับภาระดูแลในหลายด้าน นอกจากนั้น รัฐบาลสวีเดนยังมีวิสัยทัศน์ยาวไกล เห็นได้จากการทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไฮเทคอย่างหนักตั้งแต่ทศวรรษ 90 รวมถึงการวางระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการลดหย่อนภาษีสำหรับประชาชนที่ซื้อคอมพิวเตอร์ ซึ่งการลงทุนตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนของรัฐบาล ส่งผลให้ทุกวันนี้สวีเดนกลายเป็นเมืองหลวงของสตาร์ทอัพในทวีปยุโรป

 

สุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า เป้าหมายของการจัดงานสัมนาครั้งนี้ก็เพื่อระดมความเห็นในประเด็นเกี่ยวกับกฎระเบียบ เพราะ ETDA ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ที่เป็นส่วนหนึ่งของอีคอมเมิร์ซ และเห็นว่าอุตสาหกรรมนี้ควรได้รับการดูแล  แต่กฎหมายหรือกฎกติกาที่ร่างขึ้นมา ควรเอื้อต่อการนำไปใช้งานและไม่เคร่งครัดมากจนเกินไป

เอกสารประกอบ - หัวข้อ "The Impact of Law and Regulation on Digital Technologies in Thailand" by Prof. Dr. Urs Gasser