email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เศรษฐกิจดิจิทัล
Digital Economy
เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) คือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโดยการนำเอาไอทีหรือเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต เพิ่มผลงาน โดยใช้เวลาน้อยลงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการต่าง ๆ เพื่อให้เราแข่งขันกับชาติต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยุคปัจจุบันที่การใช้สมาร์ทดีไวซ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ติดต่อสื่อสารกันผ่านเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง (Wireless Broadband) เช่น 3G, 4G ซึ่งใช้งานได้ง่ายกว่า PC มาก ทำให้เกิดการใช้งานในวงกว้าง แม้กระทั่งในคนที่ไม่เคยใช้คอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตมาก่อน ซึ่งทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ มากมายในแทบทุกสาขาเศรษฐกิจ
หลักการ
ในการขับเคลื่อน
นโยบายเศรษฐกิจและ
สังคมดิจิทัล

เอกชน
เป็นผู้นำการพัฒนา
ด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล


แนวทางพัฒนาประเทศบนพื้นฐานของการ
ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกัน


คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลแห่งชาติ
(ดำเนินงานด้านนโยบาย)


รัฐใช้หลักธรรมาภิบาลและความมั่นคงปลอดภัย
การคุ้มครองผู้บริโภคและข้อมูลส่วนบุคคลในการกำกับดูแลระบบ IT


รัฐเป็น Facilitator และ Promoter และปรับบทบาท อำนาจหน้าที่
และแนวทางการลงทุนในองค์กรที่เกี่ยวข้อง

ที่ผ่านมาหน่วยงานเอกชนเดินหน้าธุรกิจด้วยตนเองและขับเคลื่อนการใช้ไอซีทีโดยใช้กลไกการตลาด การขับเคลื่อนโดยหน่วยงานภาครัฐยังไม่เป็นผล
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลจึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน เป้าหมายใหญ่ร่วมกัน คือ
รัฐต้องเป็นผู้ส่งเสริม (promoter) กับอำนวยความสะดวก (facilitator) โดยครอบคลุมงาน 5 เรื่อง ได้แก่

  • การพัฒนา Hard Infrastructure
  • การพัฒนา Digital Society
  • การส่งเสริม Digital Economy
  • การพัฒนา Soft Infrastructure
  • การพัฒนา Service Infrastructure
  • การพัฒนา
    Hard Infrastructure
 
  • การพัฒนา
    Digital Society
  • การส่งเสริม
    Digital Economy
  • การพัฒนา
    Soft
    Infrastructure
  • การพัฒนา
    Service
    Infrastructure
ETDA เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนการวางกรอบนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ Digital Economy ในการผลักดันนโยบายต่อรัฐบาล จนคำว่า “Infrastructure” ไม่ใช่เพียงแค่ Hard Infrastructure แต่ได้มีการแยกในส่วนของ Soft Infrastructure ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะในด้านมาตรฐาน (Standard) ความมั่นคงปลอดภัย (Security) และกฎหมาย (Law) ซึ่ง ETDA ได้รับมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบหลักในส่วนนี้ และการเป็นผู้สนับสนุนในส่วนงานหลังบ้านของ Service Infrastructure ในบริการที่สำคัญยิ่งยวด (Critical Infrastructure Service) ซึ่งต้องมีการบริหารจัดการให้มีความมั่นคงปลอดภัย และเป็นผู้ยกร่างชุดกฎหมายที่สำคัญเพื่อก้าวเข้าสู่ Digital Economy อีกทั้งยังการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนในมิติต่างๆเพื่อสร้างให้เกิดสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำ e-Commerce ของประเทศทั้งงานหน้าบ้าน และงานหลังบ้าน

การสนับสนุนส่วนงานหลังบ้าน
ของระบบขนาดใหญ่

เพื่อให้ข้อมูลของแต่ละหน่วยงานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเชื่อมโยงกันได้อย่างไหลลื่น ไม่ติดขัด เช่น มาตรฐานใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) และใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax invoice), ระบบการขอรับหนังสือรับรอง (e-Certificate) จากหน่วยงานภาครัฐในรูปแบบไฟล์ที่นำไปใช้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ต่อไปได้, การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานด้วยบริการ Trade Facilitation Service ซึ่งต้องอาศัยระบบงานที่สนับสนุน

  • ระบบการบริหารจัดการข้อมูลมาตรฐาน
  • ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าเชื่อถือ
  • ระบบการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์

TRADE FACILITATION SERVICE's information

การรับมือกับ
ภาวะภัยคุกคามไซเบอร์

อันเป็นภัยที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมออนไลน์และโลกไซเบอร์
โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานด้าน Cybersecurity ทั่วโลก
ดำเนินการเฝ้าระวังเครือข่ายไอซีทีของหน่วยงานที่มีความสำคัญของประเทศ
ดำเนินการแก้ไขปัญหาเมื่อตรวจพบภัยคุกคามอย่างทันสถานการณ์
เพื่อให้สังคมไซเบอร์มั่นคงปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ทำธุรกรรมออนไลน์
พร้อมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการ
รักษาความมั่นคงปลอดภัยภายในประเทศ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานต่าง ๆ
ในเรื่องของการแก้ไขและป้องกันปัญหาภัยคุกคาม

การวางมาตรฐาน
หรือกฎเกณฑ์ที่จำเป็น

กฎหมายถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการวัดสถานะความพร้อมของประเทศ
ในการเข้าสู่สังคมดิจิทัล เมื่อรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันการเติบโต
ของระบบเศรษฐกิจและความยั่งยืนของสังคมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว
คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบในหลักการให้มีร่างกฎหมายต่าง ๆ ตามที่กระทรวงไอซีทีเสนอ
โดยสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มกฎหมายเพื่อวางรากฐาน Digital Economy
เน้นที่การบูรณาการการทำงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ใน
การพัฒนาประเทศ และผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกับภาคเอกชน และกลุ่มกฎหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับการเข้าสู่สังคมดิจิทัล เน้นการวางกฎเกณฑ์เพื่อช่วยในการดูแล
ความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ และข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งรองรับการเติบโตของ
e-Commerce

การพัฒนา e-Commerce

ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ระบบธุรกิจของประเทศสามารถก้าวทัดเทียม
และมีศักยภาพในการแข่งขันกับนานาประเทศในยุคดิจิทัลได้ โดยจำเป็นต้องมีการพัฒนา
ทั้งระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน การพัฒนาศักยภาพและความเข้าใจในการทำธุรกิจของ
ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตลอดจนคนในสังคมออน์ไลน์ รวมทั้งการพัฒนาศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
ออนไลน์ (Online Complaint Center) เพื่อช่วยให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบปัญหาในการซื้อขาย
ออนไลน์ และการผลักดันให้เกิดกระบวนการระงับข้อพิพาททางออนไลน์ (Online Dispute
Resolution) ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยมีมาก่อน ทั้งหมดนี้ล้วนแต่จะส่งผลต่อการเติบโต
ทางเศรษฐกิจจากการ สร้างโอกาสและรายได้ให้กับผู้ประกอบการ e-Commerce
ในระดับสากลและร่วมผลักดัน ประเทศไทย ก้าวสู่ความเป็น Digital Economy เต็มรูปแบบ

ETDA High-Level Roundtable on “Digital Economy for Our Future
ETDA High-Level Roundtable on “Digital Economy for Our Future's presentation
ETDA High-Level Roundtable on “Digital Economy for Our Future's vdo
ETDA High-Level Roundtable on “Digital Economy for Our Future's SummaryReport