the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 26.12.2017 (2 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 06.12.2019 | อ่าน 3332

เปิดขุมทรัพย์ออนไลน์ รวยด้วยการขายผ่าน e-Marketplace


เผยเทคนิคโดย Top Sellers ที่ขายฮิตติดลมบน ยอดขายหลักล้านของทุก Platform

 

"ถ้าเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ของเอตเอง จะเห็นสินค้าของร้านเอต อยู่ในอีมาร์เก็ตเพลสทุกอันเลย เพราะเติบโตมากับอีมาร์เก็ตเพลสเหล่านี้" อาภรณี สวนสมุทร หรือ เอต แนะนำเว็บไซต์ร้านของตนเองที่ชื่อว่า all-mate.com ซึ่งจำหน่ายสินค้าอุปกรณ์เสริมมือถือ เคส สายชาร์จ เพาเวอร์แบงก์ กล้องติดรถ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับแกดเจ็ต นอกจากนี้ยังมี dropshoppingthai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รับตัวแทนจำหน่าย

"เราเป็น vendor กลุ่มสินค้าในบ้าน ขายหลัก ๆ ในอีมาร์เก็ตเพลส คือ Lazada และ Shopee" นัฐพล บุญภินนท์ Head of e-Commerce บริษัท New Step Asia แนะนำตัวเองเป็นคนต่อมา บนวที Thailand e-Commerce Week 2017 ที่เชิญ 2 ผู้ประกอบการออนไลน์ระดับ Top Seller ของอีมาร์เก็ตเพลสชั้นนำทั้งสองท่าน มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยน และแชร์ประสบการณ์ของตนเองสู่ผู้ประกอบการที่อยากโกออนไลน์

คนหนึ่งอิ่มตัวงานประจำ อีกคนทำออฟไลน์แล้วไม่รุ่ง

อาภรณี เป็นพนักงานประจำมาก่อน พอถึงจุดหนึ่งเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ก็รู้สึกอิ่มตัวและมองหาธุรกิจที่จะทำของตัวเอง โดยเล็งเห็นว่า สมาร์ตโฟนกำลังมา น่าจะขายได้ตลอด และคนน่าจะใช้เยอะมาก จึงเริ่มจากนำเข้าและขายส่ง-ขายปลีกด้วยตัวเอง รวมทั้งทำเว็บไซต์โดยใช้เว็บไซต์ฟรีของ lnwshop

“พอออนไลน์มา เราก็ควรจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ตอนนั้นก็ทำอะไรไม่เป็นเลย ไม่มีความรู้ไอทีอะไร ก็ search ดูว่า เว็บไซต์ทำอย่างไร ก็ไปเห็นของ lnwshop ซึ่งเป็นเว็บไซต์ฟรี แล้วก็ง่ายมากในการเอาโครงสร้างเว็บเขามาดัดแปลง ก็เลยใช้  lnwshop นับแต่นั้นมา และโชคดีที่ lnwshop ก็มี lnwMall ซึ่งเป็นอีมาร์เก็ตเพลสอีก เราก็เริ่มจากตรงนั้น"

หลังจาก อาภรณี ทำเว็บไซต์ของตัวเองสักปีกว่า ๆ ด้วยตัวเอง และเรียนรู้เรื่องการตลาดออนไลน์ไปด้วย จนทำให้เว็บไซต์ของตัวเองติด google search ทำให้อีมาร์เก็ตเพลสอย่าง Lazada ที่เข้ามาปีที่ 2 ได้เห็นและติดต่อ อาภรณี เข้าไปเป็นผู้ขาย

หลังจากได้เข้าไปขายใน Lazada แล้ว ก็ไปสู่ Shopee, 11street ฯลฯ ซึ่งอีมาร์เก็ตเพลสทั้งหมด ทำให้มีพื้นที่หรือช่องทางในการขายสินค้าของตัวเองมากขึ้น

ด้าน นัฐพล เดิมทำธุรกิจด้านไอที แล้วก็หันมาจับทำธุรกิจซื้อมาขายไปในกลุ่มของใช้ในบ้าน โดยเพื่อนชักชวนให้นำเข้าไม้ถูพื้น เร่ิ่มด้วยการนำเข้ามาจำนวน 2,000 ชิ้น ไปฝากหน้าร้านเสื้อผ้าของเพื่อน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 แห่ง ปรากฏว่า ขายออกวันละประมาณ 5-6 ชิ้นเท่านั้น จนได้ตัดสินใจขายออนไลน์ โดยตัดสินใจสม้ครเข้าอีมาร์เก็ตเพลสชั้นนำทันที

“ขายไม่ได้ เงียบเลย ออกวันละประมาณ 5-6 ชิ้น มีอยู่ 2,000 ชิ้น ก็คง 2 ปีหมด ก็กลับมาที่ว่า เราก็รู้อยู่เรื่องเดียวคือ ขายออนไลน์ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว Lazada ก็เป็นเว็บอันดับ 1 แล้ว คิดว่าเวลามีน้อย ก็เลือกเบอร์ 1 นี่แหละ โทร.ไปเลยครับ ดื้อ ๆ เลย ในเว็บก็มีช่องกดให้สมัคร ก็กดเข้าไปเลย"

การเริ่มเปิดขายทางออนไลน์ ทำให้สามารถขายของเพิ่มขึ้นอีกวันละ 5 ชิ้น ซึ่งก็สร้างความอุ่นใจให้ นัฐพล แล้ว แม้หากคำนวณจริง ๆ จะต้องใช้เวลา 1 ปี สินค้าในมือของเขาถึงจะขายหมด

“ตอนนั้นพอขายได้ก็ดีใจ ก็คิดว่า 5 ชิ้น เราบวกกับ 5 ชิ้นที่เราขายหน้าร้านเป็น 10 ชิ้นต่อวัน แต่ก็โห ยังห่างไกล ก็ปีหนึ่งถึงจะหมด"

 

กลยุทธ์เรียกลูกค้า

"สมัยนั้น ถ้าขายของออนไลน์ คนไม่เห็นของเรา ก็ต้องทำรูปให้สวย ขายของ 400 ต้องทำให้เหมือน 4,000"

จากความคิดนั้น ทำให้ นัฐพล ลงทุนจ้างมืออาชีพมาถ่ายภาพ ส่วนคอนเทนต์ที่ขาย ปกติสินค้าทั่วไปเขียนกัน 4 บรรทัด แต่ของเขาเขียนเป็นหน้า ๆ โดยเห็นว่า แม้บางคนอาจจะไม่อ่าน แต่ถ้าเขาเห็นว่าขยันทำงาน ม่ีความตั้งใจ คนก็จะเชื่อถือ

"นึกถึงว่า ถ้าคนทำโบรชัวร์สัก 2 หน้า เทียบกับ 4 บรรทัด คนก็ไม่อยากซื้อ 4 บรรทัด เอ๊ะ 4 บรรทัด มันหลอกเราหรือเปล่า แต่ที่ทำเป็นหน้า ดูมีหลักการ ดูตั้งใจ"

ไม่รอโอกาสจากเจ้าของตลาด แต่ช่วยหาคนเข้าตลาดเอง

นัฐพล เปรียบเทียบให้เห็นกับที่เคยขายหน้าร้านว่า ถ้าไม่เรียกลูกค้าเข้ามา มัวแต่รอให้ลูกค้าเดินเข้ามา ค่าเช่าก็กินหมด ดังนั้น แม้จะจ่ายค่าคอมมิชชันให้ Lazada อีกทางหนึ่งตัวเอง ก็จ่ายให้เฟซบุ๊กด้วย เพื่อส่งคนมาที่ Lazada โดยมองว่าจะตลาดสดหรือตลาดอะไรก็ตาม ถ้าไม่ช่วยตัวเอง รอแต่เจ้าของตลาดมาช่วย ก็ไม่รอด ดังนั้นจึงต้องลงทุนในทราฟฟิกของตัวเองด้วย

ลดแหลก เรียกลูกค้าเข้าร้าน เพื่อให้เขาชอปมากกว่าของที่ลด

นัฐพล บอกให้ลองมองร้านขายออฟไลน์ เช่น ขายสว่าน 399 บาท หรือ 900 บาท แต่พอลูกค้าเข้าไปจริง  ๆ มักจะถือของกลับมา 2,000 บาท หมายถึง พอคนเข้าร้าน ให้เราขายอย่างอื่นเข้าไปด้วย ส่วนที่ลดแหลกยอมขาดทุนก็ขายออกไปบ้าง แถมยังได้ลูกค้าเข้ามา 

"ตอนนั้น เราเชื่อว่าของขายได้ เรามี innovation ไม้ถูพื้นแทนที่จะเป็น 2 ถัง เหลือ 1 ถัง ทำได้เหมือน 2 ถัง โห ประเสริฐ ปรากฏว่าคิดไปเอง เหลือเพียบเลย แต่แทนที่จะปล่อยให้ฝุ่นจับ ซื้อมา 4-500 ผมขาย 200 ตอนนั้นคนสั่งซื้อกันแบบไม่เชื่อ ปรากฏว่า แวบเดียว มันพารุ่นที่ขายดีหมดไปด้วย เพราะทุกคนไม่ได้ต้องการของเหมือนกัน บางคนอาจจะอยากได้รุ่นดี รุ่นถูก เราก็ถือว่าตัวนั้นดึงคนเข้าร้าน เขาอาจจะอยากซื้อรุ่นแพงขึ้น เราก็สบายไป

อาภรณี เสริมว่า อาจจะต้องยอมในการลดแลกแจกแถม ซึ่งปกติ เวลาทำธุรกิจก็ต้องมีค่าการตลาดอยู่แล้ว อย่าเพิ่งไปคิดเล็กคิดน้อยกับตรงนี้ เพราะว่าพอลูกค้าเข้ามาร้านเรา และเห็นสินค้าตัวอื่น ๆ ก็อาจจะสนใจและซื้อสินค้าตัวอื่น ๆ ด้วย 

ข้อดีของอีมาร์เก็ตเพลส

อาภรณี กล่าวว่า เนื่องจากอีมาร์เก็ตเพลส มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย บวกกับคนขายในนั้นก็ค่อนข้างมาก เมื่อร้านของตัวเองที่เป็นออนไลน์อยู่แล้ว ไปลงในอีมาร์เก็ตเพลสด้วย ก็ทำให้ search หาร้านของตัวเองเจอได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้น ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายที่อำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเข้าช่องทางไหน อีกทั้งสร้างความน่าเชื่อถือให้ก้ับร้านด้วย

“ของเขาอาจจะอันดับ 1 พอ search ชื่อร้านเราอยู่ที่เขาอันดับ 1 อยู่ที่เราคือเว็บของเราเอง ก็เป็น 2-3 ลงมา ดังนั้นคนซื้อก็จะมองว่า ร้านเรามีช่องทางการจัดจำหน่ายเยอะ แล้วก็สะดวก จะซื้อที่ Lazada ก็เจอเรา ซื้อที่ Shopee ก็เจอเรา หรือจะมาซื้อที่เว็บเราเองก็ได้ เรียกว่าเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ"

อาภรณี เปรียบเทียบว่า เหมือนกับการขายของที่เราเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ คนซื้อก็รู้สึกว่าของของเราไว้ใจได้ คุณภาพใช้ได้ และบริการน่าจะใช้ได้ เพราะมาตรฐานของแต่ละแพลตฟอร์มก็มี การควบคุมผู้ขายก็ดี ดังนั้นผู้ซื้อ หากจะซื้อของเราจากที่ไหน ก็มั่นใจได้

ส่วน นัฐพล บอกว่า การอยู่บนอีมาร์เก็ตเพลสหรือการทำออนไลน์ ทำให้ไม่ต้องเหนื่อยกับการขยายสาขา ไม่ต้องไปดูการก่อสร้าง ไม่ต้องไปดูการเปิดร้าน ถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่ต้องมีหน้าร้านเลย ขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเดียว จากขายเดือนแรก 7,000 บาท ณ ปัจจุบัน สามารถปิดยอดขายเบ็ดเสร็จที่ 30 ล้านบาทแล้ว

เรื่องที่ควรใส่ใจ

สำหรับ อาภรณี มีเรื่องการตัดราคาแข่งกัน ซึ่งให้ทุกคนมองวิกฤตให้เป็นโอกาส แทนที่จะลงไปแข่งกับเขาในเรื่องนี้ ให้หันไปคิดกลยุทธ์อื่น ๆ เพราะบางคนแม้ขายราคาถูกจริง แต่หากไปอ่านรีวิว ก็อาจจะพบว่า ลูกค้าตำหนิเรื่องคุณภาพสินค้า ฯลฯ โดยสามารถที่จะเติมเต็มหรือใช้เป็นกลยุทธ์ได้ ในเรื่องคุณภาพของสินค้าที่ดีกว่า หรือการตอบรับหรือการให้บริการลูกค้า ซึ่งบางแพลตฟอร์มเช่น Lazada ก็สามารถให้พูดคุยกับลูกค้าได้แล้ว

การให้บริการลูกค้าแบบรวดเร็วทันใจ มีการพูดคุยที่ให้ข้อเท็จจริง และสุภาพอ่อนน้อม สามารถเป็นจุดขายที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้

“บริการนอบน้อมและเร็ว จะทำให้คุณได้ลูกค้าตรงนั้นได้อย่างรวดเร็ว คือเขาต้ดสินใจซื้อสินค้าคุณเลย"

นัฐพล เสริมว่า การแข่งเรื่องราคาโดยตรง ไม่มีใครได้อะไร นอกจากเจ็บตัว เรื่องสินค้าไม่ต้องเห็นเขาขายดีแล้วเราต้องทำบ้าง แค่เลือกว่า กลุ่มนี้ขายดี เราขายกลุ่มนี้บ้าง แต่ไม่ใช่เลือกหน้าตาเหมือนกันเป๊ะ แล้วตัดราคาแข่งกัน

 

ทิ้งท้ายให้กำลังใจ

นัฐพล ทิ้งท้ายว่า “ถ้าเกิดเป็นพ่อค้าออนไลน์ อย่างหนึ่งที่ทำได้เร็วกว่าการทำออฟไลน์คือ ปรับแล้วลอง ในแต่ละสินค้า ผมทำคอนเทนต์มาไม่น้อยกว่า 3-4 รอบ ปรับราคานี่นับไม่ถ้วน ทุกอย่างลองผิดลองถูกได้ ขายไม่ได้วันนี้ ไม่ใช่จะขายไม่ได้ตลอดไป ผมเคยเห็นบ่อยมาก คนไทยที่ไปกวางเจาแฟร์แล้วซื้อของกลับมา ก็โดนเหมือนผม คือ 2,000 ชิ้น แล้วก็ติด แล้วก็เลิก ผมว่ามันมีวิธี วิธีคือ ถ้าคุณลองแล้วไม่เลิก มันขายได้อยู่แล้ว"

ส่วน อาภรณี ปิดท้ายว่า “เอตก็เริ่มจาก 0 หรือติดลบเลย เอตคิดว่า ธุรกิจออนไลน์ เหมือนเงินอยู่ในอากาศ เพียงแต่ว่าคุณต้องลงมือทำ ทดลองกับมัน เริ่มแต่วันนี้ เราเรียนรู้เร็ว เราก็มีประสบการณ์เร็ว แล้วจะได้รู้ว่าจะใช้วิธีการไหนที่เหมาะสมกับสินค้าและตัวตนของเราจริง ๆ และก็ขยันกับอดทน ออนไลน์ถ้าจะรุ่งเร็ว คุณต้องขยัน ขยันหาความรู้ ขยันลองผิดลองถูก ขยันทำ ลงมือทำ แป๊บนึง เงินอยู่ในอากาศ แน่นอน คุณสามารถคว้าได้ เหมือนที่ใคร ๆ เขาก็ทำได้มาแล้ว" 

ชมย้อนหลังการพูดคุยครั้งนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=MJbS0ApuiW0