the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 01.03.2018 (1 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 16.07.2019 | อ่าน 6194

เมื่อ Young Gen รุ่นใหม่ไฟแรง ลุยตลาดออนไลน์


ต่อยอดงานครอบครัวสู่ธุรกิจใหม่ของตนเอง จับตลาดออนไลน์ให้อยู่หมัด ด้วยความจริงจัง จริงใจ ในราคาที่เอื้อมถึง

 

“เมื่อก่อน เราเป็นโรงงานส่งออกมาก่อน แล้วรู้สึกว่าตลาดเมืองไทย ยังมีโอกาส ผมกำเงินประมาณหมื่นกว่าบาท เริ่มต้นเมื่อวันที่ 8 กุมภา 59 เอาเงินก้อนนี้ มาลองทำการตลาดบนเฟซบุ๊ก แล้วลองขายของบนเฟซบุ๊กดู” วรุตม์ รินธนาเลิศ หรือ แก็ป เจ้าของ Rin&Rin Jewelry เกริ่นนำถึงความเป็นมาของธุรกิจตนเอง

ขณะที่ โจ้ - สุรศักดิ์ โตนุ่ม เจ้าของรองเท้าหนังแท้ Verns Leather กล่าวถึงความเป็นมาของธุรกิจตนเองว่า เริ่มจากพื้นฐานของครอบครัวซึ่งทำในส่วนหนึ่งของไลน์ผลิตรองเท้า คือ การเย็บเชือกใต้พื้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ก่อนจะเรียนจบมหาวิทยาลัยก็อยากมีธุรกิจที่เป็นของตัวเอง ก็เริ่มมองหาจากสิ่งใกล้ตัวนั่นคือ “รองเท้า”

 “เจ้าของโรงงานต่าง ๆ ก็เป็นลูกค้าเรา ก็เดินเข้าหาเจ้าของโรงงานพวกนี้ ไปขอสต็อก ไปขอคำแนะนำ ขอสินค้าเขามาก่อน โดยที่เจ้าของโรงงานเหล่านี้ ยินดีที่จะช่วยผม ด้วยความที่เราเป็นเด็ก เราตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง เขาช่วยเราก่อนเลย เอาของไปก่อน เงินไม่ต้องจ่าย”

เลือกขายสินค้าในราคาที่ถูกลงมา เพื่อให้เขามีเงินไปสร้างอนาคต

วรุตม์ มีความมั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ดี จากการที่ได้เคยส่งออกไปยังเยอรมนีและทุกประเทศทั่วโลกมาแล้ว โดยใช้แหวนเพชรที่เป็นเพชร CZ เกรดดีที่สุด ซึ่งแม้จะเป็นเพชรสังเคราะห์ก็มาจากแล็บที่ดีที่สุด ซึ่งต้องมีการทดสอบ สีต้องผ่าน และทำโดยช่างเพชรที่ฝีมือดีเพื่อให้เพชรมีเหลี่ยมมุมที่งาม เท่าเพชรน้ำร้อย ส่วนตัววงเนื้อเงินก็เป็นเกรดเดียวกับที่ส่งต่างประเทศ เป็น Sterling Silver ซึ่งโดยทั่วไปในไทยจะขายสี่ถึงห้าพันบาท แต่สินค้าของเขาขายชูจุดเด่นในเรื่องราคา ซึ่งทำให้คนที่ไม่ได้มีเงินมาก สามารถซื้อแหวนสวย ๆ ใส่ได้ เริ่มต้นประมาณ 300 กว่าบาท ถึง 600 กว่าบาทเท่านั้น

ในช่วงเวลาปีกว่า ๆ ที่เข้ามาทำตลาดออนไลน์ ทำให้เขาได้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 60,000-70,000 ราย ด้วยสินค้าในจุดเริ่มต้น 5-6 ตัว แล้วค่อย ๆ ขยายมาเรื่อย ๆ จนเป็น 80 กว่าตัวในปัจจุบัน โดยมีแหวน เป็นสินค้าหลัก ส่วนสินค้าอื่น ๆ เช่น ต่างหู และสร้อย

 

วรุตม์ ย้ำว่า Rin&Rin Jewelry มีความแตกต่าง เพราะจริง ๆ แล้วไม่ได้ขายจิวเวลรี แต่เป็นการให้และการสร้างอนาคตไปกับผู้ซื้อ

“จริง ๆ แล้วเราไม่ได้ขายจิวเวลรี แต่สิ่งที่เราขาย เรามีความเชื่อที่ว่า ถ้าคุณต้องการพิสูจน์รักให้ใครสักคน คุณไม่ต้องพิสูจน์ด้วยเงินจำนวนมาก หรือแก้วแหวนเงินทองราคาแพง แต่คุณสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการให้ และการสร้างอนาคตกับเขาไปด้วยกัน เราจึงเลือกขายสินค้าพวกนี้ในราคาที่ถูกลงมา เพื่อให้เขามีเงินไปสร้างอนาคตของเขา”

ทุกอย่างจริง: สินค้าต้องจริง จริงใจกับลูกค้า และจริงจังกับตัว Product

มาต่อที่ สุรศักดิ์ หลังได้รองเท้าจากโรงงานต่าง ๆ ก็นำไปทดสอนตลาดที่ตลาดนัดตอนกลางคืนที่จตุจักร เป็นเวลา 1 เดือนซึ่งผลตอบรับดีมากก็ไปหาหน้าร้าน จนได้ร้านแรกที่ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์

“ไปลองเทสต์ตลาดก่อนว่าคนจะซื้อไหม คนจะชอบหรือเปล่า ไปที่ตลาดนัดตอนกลางคืนที่จตุจักร เป็นตลาดแบกะดิน พื้นที่ฟรี ไม่ต้องเสียเงินค่าเช่า ประมาณ 4 ปีที่แล้ว หลังจากทดสอบเดือนนึง ก็สรุปว่า ขายดี ตอบโจทย์ลูกค้า ลูกค้าชอบ ก็หาหน้าร้านเลย หน้าร้านแรกอยู่ที่ตลาดรถไฟ ศรีนครินทร์ ตอนนั้นดวงดีมาก ไปถึงได้ที่ห้องหัวมุม สวยมาก”

หลังเปิดหน้าร้านประมาณ 1 ปี โดยไม่ได้ทำการตลาดออนไลน์ใด ๆ แค่มีเพจไว้ และร้านอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว สุรศักดิ์ ก็กลับไปเรียนมหาวิทยาลัยต่อให้จบ พอเรียนจบก็หันมาลุยเรื่องการทำการตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัว ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือ การลบล้างความกลัวของทุกคนในเรื่องคุณภาพของสินค้าซึ่งเป็นรองเท้าหนัง เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจและเชื่อใจ โดยมองสินค้านี้ใหม่ โดยย้ำว่า “สินค้าต้องจริง ขายความจริงทั้งหมด หนังต้องจริง สีต้องจริง ทุกอย่างจริง จริงใจกับลูกค้า และจริงจังกับตัว product ของเรา”

 

กลเม็ดเคล็ดลับ จับลูกค้าออนไลน์ให้อยู่หมัด

“ความสบายใจของลูกค้าคือ สิ่งสำคัญที่สุด”

วรุตม์ ย้ำถึงคุณภาพสินค้าของตนว่า ทำด้วยมือของช่างเพชรมีฝึมือด้วยวิธีการเดียวกันทั้งหมด ทำให้ลูกค้าสบายใจได้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ เรื่องไซส์ โดยเฉพาะหากจะทำตลาดออนไลน์ เพราะในตลาดมีไซส์ที่หลากหลายมาก ลูกค้าเองก็เข้ามาด้วยไซส์ที่หลากหลาย โดย Rin&Rin Jewelry ได้เลือกไซส์แบบเยอรมันเป็นหลัก คือเป็นไซส์ของเส้นรอบวง เพราะเป็นไซส์มาตรฐานและหาวิธีการทำได้ง่ายที่สุด โดยมีวิธีการวัดที่ทำการทดสอบมาเยอะมาก จนได้วิธีการที่ทำให้ลูกค้าเชื่อใจและสบายใจที่สุด  

“เรามีวิธีการวัดที่เราทำการทดสอบมาเยอะมาก ว่าวิธีการนี้ Work เราเริ่มจากเป็นภาพง่าย ๆ แล้วค่อยเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ถ้าคุณจะขายของออนไลน์ หนึ่งใน Key สำคัญหลักคือ ทำให้ลูกค้าเชื่อว่าคำแนะนำที่คุณให้ เขาฟังแล้วสบายใจ ความสบายใจของลูกค้าคือ สิ่งสำคัญที่สุด ลูกค้าวัดปุ๊บ ได้เป๊ะ โอเค สบายใจ”

นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย ถึงแม้แหวนจะราคาวงละ 389 บาท ถ้ามีการชำรุดเสียหาย ไม่ว่าเกิดจากการส่ง แหวนที่ได้รับไปแล้วมีปัญหาในวันแรก จะมีการเปลี่ยนให้ฟรีทั้งหมด และลูกค้าสามารถคืนเงินได้ด้วย หากได้รับของแล้วไม่ถูกใจ รวมถึงถ้าหากอยากเปลี่ยนไซส์ ก็เปลี่ยนได้

“ทำจากความรู้สึก เราอยากได้แบบไหน ก็ทำให้ลูกค้าแบบนั้น”

สำหรับ สุรศักดิ์ ช่องทางที่เลือกทำตลาดคือเฟซบุ๊กเป็นหลัก โดยทำด้วยตัวเองทั้งหมด ทุกอย่างในเพจ เกิดจากการกลั่นกรองของตัวเอง คิดเอง ออกมาจากความรู้สึกตัวเอง สุรศักดิ์ ย้ำว่า  

“ทุกอย่างคิดเอง ออกมาจากความรู้สึกของเรา เราเอาตัวเราเป็นมาตรฐาน เราอยากได้ของดี และเราเองก็ไม่ได้มีฐานะที่จะไปซื้อของแพง ๆ ได้ เราก็อยากให้ทุกคนได้ใส่แบบเรา”

ในการทำเพจ สิ่งที่ สุรศักดิ์ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือ “รูปภาพ” โดยกล่าวว่า ถ้าถ่ายภาพไม่ดี สีเพื้ยน จะทำให้เกิดปัญหา เมื่อส่งสินค้าให้ลูกค้าแล้วไม่เหมือนในรูป ต่อมาคือ ชื่อแบรนด์และโลโก้ที่ต้องดูดีและทำให้น่าดึงดูด

เช่นเดียวกับ Rin&Rin Jewelry ทางรองเท้า Verns Leather ก็ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย แม้มีการการันตีว่า ของทุกอย่างดี ใช้งานต้องเกินปี แต่หากในระหว่างการใช้งาน มีปัญหา ทางร้านจะรับซ่อมฟรีให้ตลอด ลูกค้าจะมาหน้าร้านเองหรือส่งมาทางไปรษณีย์ก็ได้

เช่นเดียวกับเรื่องไซส์ โดยทางร้านมีมาตรฐานของร้านเอง ซึ่งอิงกับเท้าคนไทย โดยให้ลูกค้าวัดความยาวเท้ามาเทียบกับตารางของร้าน ซึ่งค่อนข้างจะแม่นพอสมควร ไม่ค่อยมีข้อผิดพลาดว่า ส่งไปแล้วใช้ไม่ได้ แต่ถ้าเกิดกรณีนั้นขึ้นมา ก็รับเปลี่ยนทุกกรณีและส่งให้ฟรีตลอด

Content Marketing กลยุทธ์กวักลูกค้า”

ด้าน วรุตม์ ก็ฝึกฝนฝีมือทำเพจขึ้นมาด้วยตัวเองเช่นกัน ทั้งการเลือกภาพ สโลแกน สีสัน ฯลฯ รวมทั้งการทำ Content Marketing โดยจะมีเนื้อหาในรูปแบบ “มีแฟนเป็นนักศึกษาดีอย่างไร” “มีแฟนเป็นครูดีอย่างไร” ซึ่งการทำเนื้อหาพวกนี้พวกนี้จะดึงลูกค้าได้เยอะมาก เพราะบาง Content ก็มีคนแชร์เป็นหมื่น ๆ หรือเป็นแสน ๆ แชร์ก็ยังมี

ดังนั้น การเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าจึงมีความสำคัญมาก เช่น เขาชอปปิงอย่างไร ซื้อของแบบไหน และมีอะไรที่เชื่อมโยงไปที่ตัวลูกค้าได้ โดยตัวผู้ค้าจะไม่สามารถขายของให้ลูกค้าได้เลย ถ้าไม่เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ถ้าผู้ค้ารู้ถึงจุดนี้ก็จะเกิดข้อได้เปรียบทันที และหากรู้แล้วก็ให้รีบใช้

  

ข้อคิด สะกิดต่อม คนอยากขายของออนไลน์

วรุตม์ ทิ้งท้ายไว้ให้ผู้ประกอบการที่อยากลงสู่สนามออนไลน์ไว้ 2 ข้อว่า

  1. เริ่มลงมือทำ ทำทุก ๆ วัน แล้วทำไปเรื่อย ๆ

“หลาย ๆ ครั้ง ผมไปสัมมนามาเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะไปกี่ครั้ง สุดท้ายก็กลับมาตอนที่คุณนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แล้วคุณเริ่มต้นที่จะทำอะไรบางอย่าง คุณเริ่มโพสต์ขาย คุณเริ่มเขียนข้อความในการขาย แล้วคุณทำมันแบบนี้ทุก ๆ วัน ทำทุก ๆ วัน แล้วทำมันไปเรื่อย ๆ นี่คือข้อแรก”

  1. ปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน แต่อย่าท้อ

“ข้อที่สองคือ ปัญหาเกิดแน่นอน แต่อย่าท้อ ก่อนจะเป็นตรงนี้ เราเจอปัญหามาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับลูกค้า ส่งไปผิดบ้าน ลูกค้าได้แล้วไม่พอใจ หรือตัวขนส่งที่เราใช้มีปัญหา เรียกว่ามีทุกวัน ถ้าทำออนไลน์เจอปัญหาแน่ ๆ แต่เมื่อคุณฝ่าฟันมันได้แล้ว ออนไลน์เป็นหนึ่งในที่ที่คุณสามารถขาย และเติบโตได้อย่างมั่นคง ผมกล้าพูดเลย”

ปิดท้ายที่ สุรศักดิ์ ซึ่งฝากไว้ 2 ข้อเช่นกันคือ

  1. อย่าแค่พูดว่า “อยากจะ” แต่ให้ลงมือทำ

อย่าให้คำว่า ‘อยากจะ’ มาปิดกั้นความสามารถของตัวตนเราจริง ๆ อย่าพูดแค่ว่า อยากจะทำโน่น อยากจะทำนี่ คำว่า ‘อยากจะ’ ตัดไปได้เลย ลงมือทำ ผมเริ่มนับหนึ่ง มองหาโอกาส นับสอง มองหาเงินทุน ก็อยากให้ทุกคน เริ่มนับหนึ่งเหมือนผม

  1. ขยันหาความรู้ อัปเดตตลอดเวลา ตามให้ทันโลกออนไลน์

“และก็ขยันหาความรู้ บอกเลยว่าทุกวันนี้ โลกออนไลน์ ความรู้ไม่จำกัด แล้วไม่สิ้นสุดจริง ๆ ทุกอย่างอัปเดตตลอด อัปเดตทุกสัปดาห์ อัปเดตทุกเดือน เราต้องตามให้ทัน แล้วเริ่มนับหนึ่งไปด้วยกันครับ”

ชมคลิปย้อนหลังการพูดคุยนี้ บนเวที Thailand e-Commerce Week 2017 เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา ได้ที่ https://goo.gl/iwzbYz