email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 04.06.2014 (3 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 28.02.2017 | อ่าน 873

กระบวนการสรรหาคณะกรรมการบริหาร สพธอ.


        การดำเนินงานของ สพธอ. มีคณะกรรมการบริหารเป็นผู้ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง นโยบายและเป้าหมายขององค์การ โดยถือเป็น “ฝ่ายนโยบาย/ฝ่ายกำกับ” ที่ดำเนินการกำกับดูแลการบริหารงาน พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรืออนุมัติแผนงานต่างๆ รวมถึงการติดตามผลการดำเนินงานต่างๆ ของ สพธอ. ให้เป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การ และเนื่องจากคณะกรรมการบริหาร สพธอ. ชุดปัจจุบันจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในไม่ช้านี้ จึงต้องมีการดำเนินการสรรหาคณะกรรมการชุดใหม่ จึงขอกล่าวถึงขั้นตอนและกระบวนการสรรหาคณะกรรมการบริหารของ สพธอ. เพื่อเป็นองค์ความรู้และใช้ประโยชน์ในอนาคต

คณะกรรมการบริหาร สพธอ. (ชุดปัจจุบัน ณ พฤษภาคม ๒๕๕๗)

        ตามระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดขั้นตอนการสรรหาคณะกรรมการฯ ไว้ว่าในการสรรหาคณะกรรมการบริหารนั้น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อดำเนินการสรรหาคณะกรรมการบริหาร ดังนั้น ในขั้นตอนแรก สพธอ. จะต้องทำหนังสือเสนอไปยังรัฐมนตรีฯ เพื่อให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา จำนวน ๕ คน ซึ่งประกอบด้วย ประธานกรรมการสรรหา ๑ คน และกรรมการสรรหาจำนวน ๔ คน โดยจะต้องคัดเลือกจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือด้านธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และให้ ผอ. สพธอ. เป็นเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาและสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความจำเป็น

 
        จากนั้น เมื่อรัฐมนตรีฯ ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาเรียบร้อยแล้ว สพธอ. จะจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหาร สพธอ. เพื่อดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการบริหาร สพธอ. โดยยึดหลักเกณฑ์ตามความในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สพธอ. ซึ่งได้กำหนดไว้ว่าผู้ที่จะเป็นคณะกรรมการบริหาร สพธอ. นั้น จะต้องคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะด้านที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับกิจการขององค์การมหาชน โดยคณะกรรมการประกอบด้วย 
        • ประธานกรรมการ ซึ่งจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและด้านการบริหารจัดการ 
        • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสามคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ
        • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินหกคน ซึ่งจะต้องคัดเลือกจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ได้แก่ (๑) ด้านการเงิน (๒) ด้านการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (๓) ด้านนิติศาสตร์ (๔) ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ (๕) ด้านวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมศาสตร์ (๖) ด้านสังคมศาสตร์ 
ทั้งนี้ คณะกรรมการจะมีวาระการดำรงตำแหน่งได้คราวละ ๓ ปี เมื่อทราบข้อกำหนดทางกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว จึงมาวางแผนการดำเนินการสรรหากันต่อว่าในการประชุมคณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาเรื่องใดกันบ้าง โดยหลักก็จะแบ่งการประชุมออกเป็น ๓ ครั้ง ได้แก่
 
การประชุมครั้งที่ ๑ 
       จะเป็นการพิจารณาขั้นตอนและวิธีการสรรหาประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้วิธีการทาบทามเพื่อให้การสรรหาเป็นไปโดยโปร่งใส สุจริตและเที่ยงธรรม ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบฯ ข้อ ๕ ซึ่งคณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการทาบทามผู้ที่จะเสนอรายชื่อเป็นกรรมการคนละ ๒ รายชื่อ รวมทั้งสิ้น ๑๐ รายชื่อ โดยพิจารณาจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญให้ครอบคลุมทั้ง ๖ ด้าน จากนั้น สพธอ. จะประสานกับผู้ได้รับการเสนอชื่อทั้ง ๑๐ คน เพื่อให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อลงนามยินยอมการเสนอชื่อในแบบฟอร์ม พร้อมแนบประวัติเพื่อประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อในการประชุมคณะกรรมการสรรหาครั้งต่อไป
 
การประชุมครั้งที่ ๒ 
       คณะกรรมการสรรหาจะพิจารณาความเหมาะสมและคุณสมบัติจากประวัติย่อของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ และจะทำการลงคะแนนคัดเลือกผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจำนวน ๗ คน จากจำนวน ๑๐ คน จากนั้นลงคะแนนโดยวิธีลับในใบลงคะแนนของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยคณะกรรมการสรรหามีสิทธิ์ลงคะแนนได้คนละไม่เกิน ๗ รายชื่อ เมื่อได้ผลคะแนนและได้มีการประกาศรายชื่อบุคคลที่ได้รับการออกเสียงเลือกในที่ประชุมแล้ว ก็จะดำเนินการคัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยวีธีลงคะแนนลับในใบลงคะแนน ซึ่งคณะกรรมการสรรหามีสิทธิลงได้คนละ ๑ รายชื่อ
 
การประชุมครั้งที่ ๓ 
       เป็นการพิจารณาสรุปเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยเปรียบเทียบคุณสมบัติของประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๔ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งฯ  และคุณสมบัติของประธานกรรมการและกรรมการขององค์การมหาชน ตามแนวทางการบริหารของคณะกรรมการองค์การมหาชน ที่จัดทำโดย ก.พ.ร.
 
       เมื่อมีการประชุมครบ ๓ ครั้ง และได้รายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว สพธอ. จะสรุปผลการคัดเลือกโดยจัดทำรายชื่อประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๖ คน พร้อมด้วยประวัติและผลงานเพื่อประกอบในหนังสือเสนอรัฐมนตรีฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ที่ได้รับการคัดเลือก จากนั้นรัฐมนตรีฯ จะนำเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดการเลือกต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีมติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการบริหารสำนักงาน
พัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อไป 
 
       ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการได้มาซึ่งคณะกรรมการบริหาร สพธอ. ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์เฉพาะด้านในการที่จะเข้ามาบริหารงานของ สพธอ. นั้น ต้องมีกระบวนการและขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอยู่หลายประการ อันจะนำมาสู่องค์ประกอบคณะกรรมการบริหารที่ครบถ้วน โปร่งใส และมีความน่าเชื่อถือ
 
 
นางสาวพชรมณฑน์ คำทองสุก เขียน
นางสาวรจนา  ล้ำเลิศ ตรวจทาน