email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 31.03.2015 (4 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 14.12.2018 | อ่าน 1561

จับตา! การจัดการโทรคมนาคมไทย ตอบโจทย์นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลหรือไม่?


จับตา! การจัดการโทรคมนาคมไทย ตอบโจทย์นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลหรือไม่?

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงไอซีที โดย ICT Law Center ร่วมกับ หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand - JFCCT) จัดเวทีเสวนา "การบริหารจัดการโทรคมนาคมเพื่อรองรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล" (Hard and Soft Infrastructure for an Efficient and Effective Telecoms Sector: the Broadband Services Enabler for Digital Economy) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง รวมถึงค้นหาหลักการและแนวทางที่ดีในด้าน Hard Infrastructure ของประเทศไทย เพื่อรองรับยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

นายโรเบิร์ต ฟอกซ์ ประธานกลุ่มไอซีที หอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจดิจิทัลจะสามารถเห็นผลเป็นรูปธรรมได้ต้องเกิดจากการพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลนั้นควรจะมี Regulator องค์กรเดียวซึ่งจำเป็นต้องมีความอิสระอย่างชัดเจน แต่บทเรียนที่ผ่านมาคือ การบริหารจัดการคลื่นความถี่หรือทรัพยากร โดยเฉพาะระหว่างช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานสู่ใบอนุญาต นับเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทยซึ่งต้องทำอย่างเหมาะสม และการให้บริการสาธารณะต้องเพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพมีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมการแข่งขัน ดังนั้นหากไม่มีการจัดสรรคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพ การแข่งขันย่อมไม่เกิด ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าไทยมีปัญหาทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่ เรื่องการนำคลื่นความถี่ไปใช้งาน ตลอดจนกระทั่งการกำกับดูแล สำหรับส่วนแบ่งการตลาดโทรคมนาคมในประเทศไทยนั้น ณ สิ้นปี 2557 พบว่า AIS ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ 47% DTAC 29% ตามด้วย TRUE, CAT และ TOT

 

นอกจากนี้นายโรเบิร์ต ฟอกซ์ ยังเสริมว่า ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล บทบาทของรัฐคือต้องเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดการแข่งขัน ไม่ใช่ผู้ควบคุม รวมทั้งกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก็ต้องเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมด้วย

 

ด้านนายฤทธิเดช เหมาะประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมาย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค (DTAC) ระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. … ให้อำนาจคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมากเกินไป ซึ่งอาจกำกับนโยบายของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ทั้งที่ในความเป็นจริง กสทช. ควรมีความเป็นอิสระ นอกจากนี้ยังขอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมให้ตลาดเกิดการแข่งขันอย่างเสมอภาค เปิดเสรี และเป็นธรรม เพราะถ้าเศรษฐกิจดิจิทัลต้องขับเคลื่อนโดยเอกชน ภาครัฐมีหน้าที่เพียงกำหนดทิศทางโดยการสร้างกติกาที่เอื้อให้ตลาดแข่งขันกันอย่างเสรีเท่านั้น

 

นอกจากนี้ในวงเสวนายังมีการเปิดประเด็นเรื่องการเติบโตของนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศมาเลเซียที่รัฐบาลของมาเลเซียได้วางเป้าหมายอย่างชัดเจนให้ Digital Economy มีสัดส่วนอย่างน้อย 17% ของ GDP ภายในปี 2020 เพื่อขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติของสังคม เชื่อมโยงมาเลเซียกับสังคมโลกได้อย่างทันท่วงที อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชากรมาเลเซีย

 

นายโรเบิร์ต ฟอกซ์ มองว่า จุดแข็งของประเทศมาเลเซียในเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัล คือการสนับสนุนของภาครัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ด้านทรัพยากรมนุษย์ของมาเลเซียเองยังมีศักยภาพทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพป้อนสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ความเชี่ยวชาญพิเศษในการทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการผู้ควบคุมกฎหมายเกี่ยวกับโทรคมนาคมสื่อสาร ซึ่งส่งผลให้สามารถคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการที่ทำให้วาระแห่งชาติของประเทศในด้านการพัฒนามีความสมบูรณ์

 

การบริหารจัดการด้านโทรคมนาคมของประเทศมาเลเซียอาจกล่าวได้ว่า เป็นการเติบโตอันเป็นก้าวย่างสำคัญที่เกิดจากความต้องการด้านการสื่อสารที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหลายประเทศในภูมิภาคนี้ ทำให้เกิดการเริ่มต้นของการเปิดเสรีด้านโทรคมนาคม การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่เพิ่มขึ้น (GDP) และการพอใจต่ออำนาจการใช้จ่ายที่มากขึ้นของประชากร นอกจากนั้น การเติบโตครั้งนี้ยังมาจากการดำเนินการตลาดที่เข้มข้น รวมทั้งการคิดค้นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่ดำเนินการโดยบริษัทลูกในตลาดสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ศรีลังกา และกัมพูชา อีกด้วย

 

ติดตามความคืบหน้าของชุดร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล และการพูดคุยของเวที ICT Law Center Open Forum ครั้งต่อไปในหัวข้อ “Online Dispute Resolution: Principles and Things to know for Digital Entrepreneurs การระงับข้อพิพาททางออนไลน์: หลักการ แนวคิด และสิ่งควรรู้สำหรับผู้ประกอบการในยุค Digital” วันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 ได้ทาง http://www.etda.or.th และ http://ictlawcenter.etda.or.th