the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 30.07.2018 (1 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 22.10.2019 | อ่าน 2354

The Game Changer for Thailand e-Commerce Industry


ภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมหนุน SMEs ไทย สู่อุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซอย่างไร ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว​ ซึ่งเกมธุรกิจพร้อมจะพลิกได้ตลอดเวลา ในมุมมองของ สสว. หน่วยงานภาครัฐที่แอ็กทีฟในการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ไทย และมุมมองจาก Sea Limited ยูนิคอร์นสตาร์ตอัปที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เจ้าของโปรดักต์ที่เติบโตมาก ๆ ในประเทศไทย อย่าง เกม RoV อีคอมเมิร์ซ Shopee และ AirPay  

 

วันนี้ SMEs ไทย ไปถึงไหน 

สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ทาง สสว.เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงและส่งเสริม SMEs ไทยให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะในด้านองค์ความรู้ เพราะเชื่อว่า ความรู้จะช่วยให้ SMEs อยู่รอดได้

จากสถิติประเทศไทยมีจำนวนผู้ประกอบการที่ในอยู่ในฐานการลงทะเบียนประมาณ 3,050,000 ราย โดยเป็น Micro SMEs รายย่อยที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 1 ล้านบาท ประมาณ 2,200,000 ราย ส่วน 800,000 รายที่เหลือเป็นธุรกิจ SMEs ที่จดทะเบียนในกรมพัฒนาธุรกิจหรือฐานข้อมูลกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และอีก 50,000 รายนั้นถือเป็นความภาคภูมิใจที่ สสว. ได้เปลี่ยนจากเกษตรกรมาเป็น SMEs ที่เข้ามาอยู่ในระบบ ซึ่ง 3 ล้านรายนั้นเป็นไซส์ M จริง ๆ แค่ 0.5% ซึ่งน้อยมากถ้าเทียบประเทศอื่น ๆ

สสว. พบว่า การที่ SMEs ยังไม่สามารถเติบโตได้อย่างที่คาดหวังนั้นมีหลายมิติ ซึ่งจากการลงไปหาคำตอบของทีม สสว. คำตอบที่ได้ 3 อันดับแรกคือ

  1. ติดปัญหาการเงิน
  2. ติดปัญหาการตลาด
  3. ติดปัญหาการจัดการ

เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว คนต้องรีบเปลี่ยนตาม

สุวรรณชัย กล่าวว่า 3 คำตอบข้างต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้วก็ยังเป็นคำตอบเหล่านี้ ดังนั้น ถ้ายังเป็นคำตอบแบบนี้ จึงต้องตั้งคำถามใหม่และพูดคุยเพิ่ม จึงหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ของ SMEs คือ ความไม่พร้อมและไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

"ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง" จึงเป็นปัจจัยแรกของปัญหาที่แท้จริง SMEs แต่ละรายต้องกล้าเปลี่ยนแปลงไปสู่ธุรกิจที่เพิ่ม Value หรือเป็น High Performance SMEs ให้ได้ ดังนั้น วิธีการที่ สสว.ใช้ในปีนี้คือ การกระตุ้นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนับเป็นความโชคดีที่ตอนนี้ สสว. แทบไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าต้องเปลี่ยนแปลง เพราะเทคโนโลยีเดินหน้าเร็วมาก ทุกคนต้องเปลี่ยนตามแล้ว

สุวรรณชัย ขยายความว่า เห็นได้จากการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอีคอมเมิร์ซหรือออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมีคนสนใจเข้าร่วมตลอดเวลา เพราะทุกคนรู้ตัว และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตาม

หน่วยงานก็ต้องเปลี่ยนวิธี ดัน SMEs สู่ตลาดออนไลน์

เมื่อก่อนการอบรมที่ทำคือเข้าห้องเรียนและอาจมีเวิร์กชอปบ้าง แต่ สุวรรณชัย เล็งเห็นว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการอยากได้ที่สุด คือ การเห็นเม็ดเงินเข้ากระเป๋า มีรายได้เข้าธุรกิจ ดังนั้น จึงได้มีการปรับเปลี่ยนกลไกการสอน เช่น เรื่องอีคอมเมิร์ซ ไม่ได้แค่เพียงให้ถ่ายรูปสินค้าเป็น โพสต์ได้ เขียน Storytelling ให้สำเร็จเท่านั้น หน่วยงานต้องเป็นธุระในการนำขึ้น e-Marketplace เพื่อให้ SMEs โพสต์แล้ว สามารถขายเป็นได้ด้วย จึงได้เกิดแคมเปญ เช่น “SME 1 BAHT”  Baht เพื่อให้เกิดมิติ 2 ด้าน คือ SMEs โพสต์แล้วมีคนซื้อจริง พอมีคนซื้อจริง แค่ราคา 1 บาทก็ตาม ก็ยังเชิญชวนผู้บริโภคที่ซื้อชิ้นแรก 1 บาทแล้ว ช่วยซื้อชิ้นต่อไปในราคาเต็มด้วย เพื่อให้เป็นกำลังใจแก่ SMEs ซึ่ง SME จะเรียนรู้ เกิดการขายจริง และรู้ว่าเมื่อมีคนซื้อแล้ว ต้องจัดการอย่างไร ทำให้ครบกระบวนการอย่างไรบ้าง จะเป็นกระบวนการคิดเพื่อให้ SME ทำธุรกิจตนเองได้เป็น

กลไกอย่าง SME 1 BAHT ไม่ใช่งบประมาณเพื่อมาซื้อของ แต่เป็นงบประมาณที่ชวนให้ SMEs รู้จริง ทำเป็น เข้าใจกระบวนการ เมื่อมีความรู้ติดตัวแล้วจะทำไปกับ e-Marketplace ที่ไหนก็ได้ นำความรู้ไปขยายต่อ ซึ่งการดำเนินการแบบนี้ต้องขอให้ทุกฝ่ายช่วยเหลือร่วมมือกัน เพื่อจะได้เห็น SMEs ไทยเป็นพลังเศรษฐกิจที่แท้จริง

ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังน่าสนใจอยู่ อะไรที่โดดเด่น

ดร.สันติธาร เสถียรไทย Group Chief Economist แห่ง Sea Limited กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังน่าสนใจ เพราะว่า

  1. ของไทยดี คนไทยเก่ง นักธุรกิจไทยมีผลิตภัณฑ์ดี ๆ อยู่มาก ทาง Sea ซึ่งทำ Shopee เป็น C2C ก็เป็นรายเล็ก ๆ เยอะ ดังนั้น ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ดี ต่อให้สร้างสะพานเชื่อมไปตลาดอย่างไรก็ขายไม่ออก พอผลิตภัณฑ์ดีแล้ว ธุรกิจเก่งแล้ว ก็สามารถต่อสะพานให้นิดเดียวก็ขึ้นไฮเวย์ได้เลย SMEs ที่เห็น เช่น น้ำพริกปลาร้า สามารถใช้เวลาขายแค่ 2 นาทีเท่านั้น
  2. การที่ทุกคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น เพราะว่าโทรศัพท์มือถือ เป็น Mobile Phone Revolution ตอนนี้ทุกคนมีมือถือคนละเกิน 1 เครื่อง และถ้าดูเฉพาะสมาร์ตโฟน 100 คน จะมี 57-58 คนในประเทศไทยซึ่งสูงกว่าอาเซียนโดยรวมซึ่งอยู่ประมาณ 47 ดังนั้น ไทยจึงเป็นตลาดของวันนี้ ตลาด C2C ต้องการสมาร์ตโฟน เพราะเพื่อให้ทั้งคนซื้อและคนขายเข้าถึง ซึ่งคนซื้อวันนี้สามารถเป็นคนขายพรุ่งนี้ก็ได้
  3. ที่มาแรงในเมืองไทยคืออีสปอร์ต เกมออนไลน์เป็นตลาดที่มาแรงมาก คนไทยเล่นเกมมีประมาณ 18 ล้านคนและยังโตอยู่ ซึ่งจากการจัดงาน “eSports for all” ที่ไบเทค 2 วัน มีคนมาร่วมงาน 240,000 คน และทางออนไลน์มียอดวิวกว่า 10 ล้านคน ขณะที่อีสปอร์ตจะได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในกีฬาสาธิตที่เอเชียนเกมส์ปีนี้ (2018) ที่อินโดนีเซีย และปี 2024 จะมีอีสปอร์ตที่โอลิมปิกเกมส์ เทรนด์ของอีสปอร์ตจึงสูงขึ้นอีก

โตได้ ถ้าทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

ทาง สุวรรณชัย กล่าวว่า อยากจะเน้นการเพิ่มจำนวนรายที่เป็น Micro SMEs โดยให้หลาย ๆ ฝ่าย ร่วมกันดูแล เพื่อปั้นให้มีรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ที่ทำให้คนเริ่มต้นแล้วสามารถแข็งแรงได้ ด้วยการออกแบบ Business Model ให้หลากหลายและกระตุ้นสร้างผู้ประกอบการใหม่ รวมถึงธุรกิจ Micro SMEs ที่มีความตั้งใจให้สามารถเพิ่มรายได้ ซึ่งปัจจุบันนั้น สสว. ได้ทำงานร่วมกับ 9 กระทรวง 25 หน่วยงาน เช่น กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ ฯลฯ ซึ่งต่างฝ่ายต่างนำความรู้มาช่วยกัน รวมถึงออกแบบแพลตฟอร์ม www.sme1.info  เพื่อติดตามการเติบโตของ SMEs พร้อมทั้งให้ความรู้ มีกิจกรรมร่วมของ สสว. และกำลังจะนำผู้ประกอบการมาเป็นที่ปรึกษายกระดับความรู้ ผ่านการสอนทางออนไลน์ เพื่อให้เห็นการเติบโตของ SMEs จากเป้าหมายรายละ 1 ล้านบาท เป็น 3 ล้านบาทต่อไป

 

แพลตฟอร์มต่างชาติที่เข้ามา ท้าทายหรือส่งเสริมตลาดไทย

ดร.สันติธาร กล่าวถึงการมาของแพลตฟอร์มระดับโลกว่า น่าจะเปลี่ยนรูปแบบตลาดพอสมควร ส่วนแรกคือ B2C ซึ่งต้องยอมรับว่ามี SMEs ที่พลาดและโดนผลกระทบบ้าง แต่ถ้าเป็น C2C ก็จะดึงเข้ามาได้ในช่วงแรก แต่สุดท้ายแต่ละรายก็จะเดินไปตามทางของตัวเอง เพราะมีแพลตฟอร์มให้เลือกมากขึ้น

ดังนั้น เครื่องมือออนไลน์ต่าง ๆ จึงสำคัญมาก ต้องมีเครื่องมือที่ช่วยผู้ประกอบการได้ รวมถึงมี Data Analysis เช่น Shopee มีผู้ขายที่แอ็กทีฟเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านราย ก็สามารถทำ Big Data วิเคราะห์ได้ว่า SMEs บางรายทำโปรโมชันแล้วไม่ได้ผล คำสั่งซื้อยกเลิกเยอะเพราะอะไร ยิ่งมีแพลตฟอร์มระดับโลกเข้ามามาก ยิ่งได้ประสบการณ์ในเรื่องนี้ 

เครื่องมือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้ทันการเปลี่ยนแปลง

สุวรรณชัย กล่าวว่า กลุ่มที่เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่อยู่ในมาตรฐานที่ดี ต้องกลับมาดูพื้นฐานตัวเองก่อนว่า สินค้านั้นตอบโจทย์ลูกค้าหรือยัง สินค้าที่มีคุณภาพและมาตรฐาน คือสิ่งแรกที่จะต้องมีก่อนที่จะเดินหน้าเปลี่ยนแปลงตนเอง ถ้ากลุ่มนี้ยังไม่พร้อมก็ต้องกลับมาทบทวนตนเองและพึ่งพาหน่วยงานภาครัฐให้ช่วยดูแลและยกระดับให้สินค้ามีมาตรฐานที่ดี ซึ่งภาครัฐมีส่วนร่วมได้เต็มที่ 

หากแต่การยกระดับที่แท้จริงเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่มีฝันและเป้าหมายของตนเอง ถ้าธุรกิจไม่แตกต่างและโดดเด่นก็ฝ่ากำแพงที่จะก้าวสู่ความสำเร็จไม่ได้ ซึ่งทุกวันนี้มี AI มี IoT มีอะไรอีกมากมายที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ความกล้าเดินไปสู่อนาคคตในสิ่งที่ไม่รู้และเดินเข้าไปสู่สิ่งนั้นด้วยความท้าทายและหยิบขึ้นมาเป็นเครื่องมือ เป็นความท้าทายที่ SMEs ยุคนี้จะต้องมี

คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จจะมีอาวุธที่มีความแตกต่าง และมองไปสู่อนาคตที่เขาสามารถประสบความสำเร็จได้ คือ การออกแบบ Business Model ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ว่าการค้าขายของเขาไม่จำเป็นต้องค่อย ๆ โต แต่โต 5 เท่า 10 เท่าได้เลย ถ้ามีคนแบบนี้ขยายกลุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถแบ่งปันความรู้ให้คนอื่น ๆ การเดินตามความสำเร็จของคนรุ่นนี้ เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ควบคู่ไปกับการเจริญแบบในอดีต ถ้าสามารถยกระดับได้จริง ก็ต้องให้ผู้ประกอบการกลับมามองตัวเองว่า Business Model ที่ตัวเองทำอยู่ สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดได้มากน้อยแค่ไหน

"นึกถึงกำแพงที่อยู่ข้างหน้าว่า เราจะผ่านกำแพงด้วยการค่อย ๆ ปีน จะทุบมัน ให้มันทุบ หรือเราจะผลักมันด้วยเทคโนโลยีแล้วก้าวข้ามเป็นสะพาน แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งไปเร็วกว่าคนอื่นเขา นั่นเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางความสำเร็จและทำให้คนไทยเติบโตได้อย่างเต็มที่"

ดร.สันติธาร ปิดท้ายว่า ขอให้อยู่ในปัจจุบัน แต่สนุกกับอนาคต แปลว่าอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วมาก และมีโอกาสมหาศาลในยุคดิจิทัลนี้ อยากให้ตื่นเต้นกับมัน

"เราพูดถึงตัวเลขอีคอมเมิร์ซที่เติบโตมหาศาล แต่ของไทยอีคอมเมิร์ซยังมีสัดส่วนแค่ 3% ของการค้าออฟไลน์ จีนอยู่ที่ 20% สหรัฐอเมริกา 13-14% เพราะฉะนั้น เราเปรียบเทียบก็คือ เหมือนเรายืนอยู่บนชายหาด เรือยังไม่ได้ออกไปทะเลเลย เรามีทะเลสีน้ำเงินกว้างไกลมาก เรือต้องการเครื่องยนต์คือภาคเอกชน อย่างแพลตฟอร์ม อย่างพวกเราที่มีหน้าที่ช่วย SMEs ต้องการลมส่งคือภาครัฐ มีทั้ง สสว. มีทั้งธนาคารแห่งประเทศไทยที่จะช่วยเรื่องเพย์เมนต์ ทาง ETDA ก็จะทำอีคอมเมิร์ซพาร์ค มีทั้งลมส่ง มีทั้งเครื่องยนต์  มีทั้งทะเลสีน้ำเงินอยู่ตรงหน้า สนุกกับวันพรุ่งนี้เลยครับ"  

ชมย้อนหลังที่ https://www.youtube.com/watch?v=J2l0h6ZwSiM