the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 18.08.2018 (1 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 15.11.2019 | อ่าน 4095

Blockchain กับ Big Change ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินดิจิทัลหรือเงินคริปโท


เทคโนโลยีแห่งอนาคตในวันนี้...เพื่อการบริการภาครัฐ การยกระดับการค้า การจัดการธุรกิจ และการขายพลังงานไฟฟ้า

 

"Blockchain ไม่ใช่แค่เรื่องคริปโทเคอเรนซี"

วชิระชัย คูนำวัฒนา Business Transformation Director แห่ง SCG บอกว่า ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้าง สามารถยืนยันการทำธุรกรรมร่วมกัน และมีการ validate (ตรวจสอบ) กัน โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ได้

 

เขาย้อนให้ฟังถึงปัญหาว่า การขายวัสดุก่อสร้างที่เป็นอยู่คือ การรับส่งข้อมูลมีการใช้เอกสารกระดาษในทุกกระบวนการ ตั้งแต่หลังจากที่ผลิตสินค้า จัดส่งสินค้า จนกระทั่งการชำระเงิน ซึ่งใช้เวลาถึง 7-14 วันในการรับส่งเอกสาร แม้ต่อมามีการพัฒนาให้ลดขั้นตอนการรับส่งข้อมูลกันโดยไม่ต้องใช้เอกสารกระดาษ แต่ก็ยังใช้เวลา 3-4 วันในการส่งข้อมูลถึงกัน

 

เขาตั้งคำถามว่า "เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลที่ส่งถึงกันเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ข้อมูลนั้นได้ถูกโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีหรือไม่หรือข้อมูลนั้นอยู่บนพื้นฐานมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ เราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่าเอกสารที่ส่งถึงกันมีการพรินต์ ไปแล้วกี่ครั้ง"

 

Blockchain แก้ปัญหาธุรกิจอย่างไร

วชิระชัย กล่าวต่อไปว่า เทคโนโลยี Blockchain ช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ เพราะ Blockchain คือการยืนยันเอกสารแบบใหม่ สามารถตรวจสอบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความถูกต้องของข้อมูล โดยตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่ามาจากแหล่งไหน และข้อมูลมีความถูกต้องเชื่อถือได้ เช่น P2P Solar Chain ให้อำนาจผู้บริโภคสามารถซื้อขายไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น และลูกค้าสามารถรับไฟฟ้าแบบเรียลไทม์ หรือ Healthcare Chain การเก็บข้อมูลเวชระเบียนยาใน Blockchain และมีการแชร์ข้อมูลข้ามโรงพยาบาล

 

Blockchain in Trade 

Frank Lu ซึ่งเป็น Senior Director-Blockchain แห่ง Ping An Insurance (Group) Company กล่าวถึงแนวคิดของการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้กับธุรกิจในกลุ่ม Trade (การค้า) โดยพูดถึงเรื่องการเชื่อมต่อ 3 เรื่อง คือ

  • Connecting the Platforms คือเชื่อมต่อระหว่าง Platform เข้าด้วยกัน โดย Distributed Ledger Technology (DLT) หรือเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งไม่ได้มาทำให้แพลตฟอร์มของผู้ที่เกี่ยวข้อง (Party) กับการค้าแข็งแรงหรือมั่นคงปลอดภัยขึ้น แพลตฟอร์มจะมั่นคงปลอดภัยแค่ไหนจะขึ้นกับตัวแพลตฟอร์มเอง แต่ DLT หรือ Blockchain จะเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยในการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มหลาย ๆ แพลตฟอร์มเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการค้าให้ใหญ่ขึ้นและสะดวกขึ้น ตลอดจนสามารถกระจายข้อมูลกันระหว่างแพลตฟอร์มได้ เช่น เชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์มผู้ซื้อ-ผู้ขาย แพลตฟอร์มของการขนส่ง (Logistics) และแพลตฟอร์มด้านการเงิน-ธนาคาร เป็นต้น เพื่อให้ธุรกรรมของการค้าเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์
  • Connecting the Data เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกัน การนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ อาจจะไม่ได้ทำให้ความน่าเชื่อถือของข้อมูลเพิ่มขึ้น ข้อมูลที่แลกเปลี่ยนนั้นจะน่าเชื่อถือหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวข้อมูลเองและแหล่งที่มาของข้อมูล ดังนั้น เทคโนโลยี Blockchain ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนและกระจายข้อมูล ถ้าเราใช้เทคโนโลยีนี้อย่างถูกต้อง การเชื่อมโยงข้อมูลและเชื่อมโยงแหล่งที่มาของข้อมูลระหว่างกันนี้ก็จะทำให้เราได้ข้อมูลที่ดีที่สุด จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด ทำให้เราได้ข้อมูลที่มีคุณภาพที่สุดในการเชื่อมโยงกันระหว่างกันได้
  • Connecting the Systems เชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกัน การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลักคือต้องมีการเชื่อมโยงระบบเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการกระจายข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน ซึ่งเทคโนโลยี Blockchain นี้ก็เป็นช่องทางมาตรฐาน ที่ช่วยในการเชื่อมต่อระหว่างระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าเข้าด้วยกันได้

 

Blockchain กับระบบราชการ

มาทางฝั่งภาคราชการ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. เกริ่นนำว่า รัฐบาลตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาใช้ เห็นได้จากกฎหมายที่ตระหนักดีอยู่แล้วว่า สังคมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยผลของการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ซึ่งในมาตรา 258 (ข) เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ที่กล่าวไว้ 2 ข้อคือ

  1. ให้มีการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน และ
  2. ให้มีการบูรณาการฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน

สำหรับ สำนักงาน ก.พ.ร. ก็กำหนดเป้าหมายให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาประเทศ คือ

  1. การบริการต้องยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางในการให้บริการ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการเชื่อมโยงกับประชาชนเข้ากับหน่วยงานของรัฐ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับประชาชน และทำให้รัฐบาลให้บริการแก่ประชาชนได้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้
  2. รัฐบาลต้องเป็น Open Governance เป็นรัฐบาลที่เปิดเผย สามารถตรวจสอบได้ ปราศจากการทุจริต ที่ต้องมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้แทนการใช้ดุลพินิจ ของผู้มีอำนาจ ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งจะทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทันสมัย 

และจากการที่รัฐบาลตั้งเป้าให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เกิดนโยบายของภาครัฐที่ใช้ในการช่วยตัดสินใจและอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง คาดว่าจะมีการนำ Blockchain มาใช้ในระบบราชการ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบบริหารราชการ เช่น การตรวจสอบยืนยันตัวตนหรือการรับรองใด ๆ เริ่มจากกิจกรรมเล็ก ๆ ไปสู่กิจกรรมใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นการทำงานแบบบูรณาการ โดยเริ่มที่จะเปลี่ยนบุคลากรราชการให้เป็น Change Agent ในการพัฒนาระบบดิจิทัลและขยายการเชื่อมโยงบริการภาครัฐมากกว่า 5,000 บริการ ที่ภาครัฐมีอยู่เข้าไปด้วยกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปสู่ Thailand 4.0 ได้อย่างเร็วที่สุด

 

ในฐานะที่เป็น Government Lab ก.พ.ร.จะเริ่มจากการทดลองระบบตัวเอง เช่น ระบบการดำเนินงานภายในให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด การใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ การส่งเอกสารผ่านระบบที่มีการแจ้งเตือนทุกครั้ง ซึ่งไม่ต้องใช้กระดาษในการทำธุรกรรม และนำระบบที่มีความมั่นคงปลอดภัยแทนอย่างเช่น Blockchain มาใช้ในบริการ เช่น เรื่องการจ่ายเงินเดือน การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น แต่ทั้งนี้ธุรกรรมต่าง ๆ ที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ยังคงติดปัญหาต่าง ๆ ในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งต้องมีการแก้ไขกันต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานให้เป็นรูปแบบดิจิทัลมากขึ้น

 

โมเดลขับเคลื่อน e-Citizen

ปกรณ์ สรุปส่งท้ายว่า การขับเคลื่อนเหล่านี้ทำให้ต้องเปลี่ยนกระบวนการทางความคิด หรือ Mindset ในเรื่องกระบวนการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องมีความมั่นคงปลอดภัย สำหรับ Model ของประเทศไทยที่ดำเนินการไป คือจะเป็น e-Citizen ก่อน โดยใช้ความมั่นคงปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบ Blockchain มาใช้ และเมื่อมีการประมวลข้อมูลมาแล้ว จะนำมาทำ Data Analytic เพื่อให้การกำหนดนโยบายสาธารณะของรัฐบาลต่อ ๆ ไปในการตัดสินใจทำโครงการต่าง ๆ ทำได้ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การให้บริการของราชการมุ่งไปสู่ประชาชนได้มากขึ้น 

 

Blockchain จะมา Disrupt ธุรกิจพลังงาน เมื่อภาคครัวเรือนขายไฟกันเองได้

บัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด ขยายความในเรื่องนี้ว่า เทคโนโลยี Blockchain จะมาเพิ่มรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ให้ธุรกิจพลังงานได้ ซึ่งการทำธุรกิจพลังงานแต่ก่อนไม่มีใครคิดว่าดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาท แต่เทคโนโลยีนี้จะเข้ามา disrupt ธุรกิจที่มี

 

สมัยก่อนมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แล้วกระจายไปทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันมีโรงไฟฟาเล็ก ๆ จำนวนมาก รวมทั้ง ครัวเรือนก็ยังผลิตไฟฟ้าได้เองด้วย เนื่องจากผู้บริโภค หรือผู้ใช้ไฟฟ้ามีความต้องการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไป มีการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ในปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งเป็นการผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง ราคาถูกกว่า และสามารถขายให้เพื่อนบ้านได้ หรือขายส่วนเกินให้ส่วนกลาง เป็นการเปลี่ยนมาเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้ผลิต หรือผลิตโดยผู้บริโภค (Prosumer หรือ Production by Consumer)

 

ในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ว่า ประชาชนภาคครัวเรือนจะสามารถซื้อขายไฟกันเองได้ ซึ่งเมื่อเปิดเสรี เทคโนโลยีอย่าง Blockchain จะทำให้สามารถซื้อขายไฟฟ้าได้โดยที่ไม่มีคนกลาง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และสร้างความโปร่งใส ซึ่งหากมีการขายไฟฟ้ากันเองได้ regulator ต้องกำกับดูแลอย่างไร เป็นโจทย์ที่ต้องคิดต่อไป

 

ชมย้อนหลังและดาวน์โหลดสไลด์เวที ETDA ก้าวสู่ปีที่ 8 กับงานสัมมนาและนิทรรศการระดับชาติ "Future Economy and Internet Governance: Big Change to Big Chance" 23-25 กรกฏาคม 2561 ณ พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน ได้ที่