the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 11.09.2019 (1 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 22.10.2019 | อ่าน 403

e-Commerce ซื้อขายปลอดภัย ไม่โดนลวง


ผลสำรวจ Global Digital 2019 ของ We Are Social และ Hootsuite ประจำปี 2562 1เผยให้เห็น 80% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ผ่านหลากหลายช่องทาง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ซื้อของและบริการออนไลน์อยู่ที่ 62% และปี 2560 อยู่ที่เพียง 51% เท่านั้น ส่วนคนไทยซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ประมาณ 37.50 ล้านคน กิจกรรมยอดฮิตในเรื่องอีคอมเมิร์ซ มากถึง 90% คือค้นหาสินค้าหรือบริการ โดย 71% ชอปปิงผ่านโทรศัพท์มือถือ ส่วนเรื่องการชำระเงิน นิยมใช้ Mobile Banking ถึง 74%

อีคอมเมิร์ซ ทำให้ธุรกิจการค้าบนโลกออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างมาก จากรายงานสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซของประเทศไทย โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็คาดว่า มูลค่าในปี 2561 จะสูงประมาณ 3.15 ล้านล้านบาท โตกว่าปี 2560 ประมาณ 14% 2 เพราะความสะดวก รวดเร็ว มีแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย แค่เปิดมือถือกด ๆ จิ้ม ๆ เลือกสินค้า โอนเงินแล้วนั่งรอรับของที่บ้าน การเปิดร้านค้าออนไลน์ก็ทำได้ง่าย ลงทุนน้อย ไม่ต้องเช่าตึกเปิดร้าน ไม่ต้องเก็บสต๊อกสินค้าครั้งละมาก ๆ ไม่ต้องมีพนักงานขายนั่งเฝ้าหน้าร้าน เพียงถ่ายภาพสินค้าติดราคาแล้วนำลงบนเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊ก ก็สามารถขายสินค้าได้แล้ว ธุรกิจหลากหลายทั้งรายใหญ่และรายย่อยต่างก็มองเห็นกลุ่มผู้ใช้งานออนไลน์ขนาดใหญ่เป็นลูกค้า จึงหันมาทำการตลาดและเปิดร้านค้าออนไลน์ แต่ด้วยความสะดวกและง่ายเหล่านี้เอง ผู้ซื้อและผู้ขายจึงมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกหรือโกงด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้ง 2 ฝ่ายจึงต้องมีความรอบคอบระมัดระวังในการให้และใช้บริการซื้อขายสินค้าออนไลน์

อีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้น ความเสี่ยงของการซื้อขายออนไลน์ก็อาจสูงตามขึ้นด้วย

  • ซื้อของแล้วไม่ได้ของ คุณภาพของต่ำกว่าที่โฆษณาเอาไว้ ของไม่ตรงกับที่สั่ง เก่าเสื่อมสภาพ ฯลฯ
  • ผู้ขายเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงิน หากเป็นมิจฉาชีพตั้งใจมาหลอกลวงเอาของฟรี ๆ หรือลูกค้าปฏิเสธการรับสินค้ากรณีจ่ายเงินปลายทาง หรือถูกเรียกร้องค่าเสียหายต่าง ๆ
  • ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลในบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร
  • ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อต่างมีความเสี่ยงที่ข้อมูลส่วนตัวจะถูกเปิดเผยออกไป และอาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่เสียหาย นำไปหลอกลวงผู้อื่น
  • ถูกรบกวนจากข้อความหรือโฆษณาต่าง ๆ ที่เรียกว่าสแปม (spam) 

คนซื้อดูให้มั่นใจ คนขายต้องมีเครดิต ถ้าพลั้งผิดมีทางออก

สำหรับผู้ซื้อ

  • พ่อค้าแม่ค่าน่าเชื่อถือไหม ต้องตรวจสอบ โดยดูจากที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือตรวจสอบไปถึงการจดทะเบียนการค้า ตรวจสอบประวัติของผู้ขายและเลขที่บัญชี โดยสืบค้นใน google ว่ามีประวัติไม่ดี หรือเคยถูกร้องเรียนมาก่อนหรือไม่ และยังเช็กจากรีวิวของผู้ซื้อรายอื่น ๆ ได้อีกทาง
  • หากมีหน้าร้านจริง ๆ ด้วย ก็จะลดความเสี่ยงลงได้ การซื้อของจากร้านค้าที่ขายบนระบบตัวกลางขายสินค้า (Platform) ที่น่าเชื่อถือ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าไว้ใจได้
  • ควรตรวจสอบเงื่อนไขของสินค้า การรับประกัน ว่ามีหรือไม่ อย่างไร การส่งคืนสินค้าหากไม่เป็นไปตามที่สั่งซื้อ ใครเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่ง-คืนสินค้า การหักค่าใช้จ่ายหรือค่าบริการต่าง ๆ
  • สงสัยไว้ก่อน การซื้อสินค้าจากร้านค้าหรือผู้ขายที่ขายของราคาต่ำกว่าปกติมาก ๆ อาจเสี่ยงกับการถูกหลอกลวง ไม่ได้รับสินค้า หรือได้สินค้าไม่มีคุณภาพ
  • ไม่แจ้งเลขบัตรเครดิต เลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ลงบนพื้นที่ออนไลน์สาธารณะ

สำหรับผู้ขาย

  • ควรตรวจสอบประวัติผู้ซื้อจากชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ว่ามีประวัติที่ไม่ดีหรือไม่
  • ไม่แจ้งข้อมูลส่วนตัวลงบนพื้นที่ออนไลน์สาธารณะ
  • อาจใช้วิธีให้ผู้ซื้อจ่ายเงินค่าสินค้า/บริการ หรือเก็บเงินมัดจำ ก่อนส่งสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนโกง
  • ควรแสดงรายละเอียดสินค้า และเงื่อนไขความรับผิดชอบให้ครบถ้วนชัดเจน เช่น ราคา รูปแบบ ขนาด ระยะเวลาส่งสินค้า ผู้รับผิดชอบค่าส่ง-คืนสินค้า การรับประกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่าง ๆ

กรณีซื้อขายมีปัญหาทำไงดี

กรณีซื้อของแล้วได้ของไม่ตรงตามที่ตกลงซื้อ ผู้ซื้อมักจะเจรจาโดยตรงกับผู้ขายในการขอคืน/เปลี่ยนของ หรือขอคืนเงิน ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน ทำให้ผู้ซื้อหลายคนละเลยที่จะตามเรื่องจึงยอมเสียเงินแบบไม่คุ้มค่า ในกรณีเช่นนี้ ผู้ซื้อสามารถจะเข้าไปให้คะแนนร้านค้า/ผู้ขาย หรือรีวิวสินค้า เขียนความคิดเห็นที่ร้านค้า เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อรายอื่นพิจารณาร้านค้า/ผู้ขายดังกล่าวก่อนตัดสินใจใช้บริการ แต่หากเป็นการโอนเงินไปแล้วไม่ได้รับของ ถือเป็นการฉ้อโกง ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย ผู้ซื้อควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

1.   เก็บหลักฐานต่าง ๆ เช่น

                   - รูปและชื่อโปรไฟล์ของร้านค้าหรือผู้ขาย หน้าประกาศขายสินค้า หากเป็นเว็บไซต์ให้เก็บ URL (ที่อยู่เว็บไซต์)

                   - ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของร้านค้าหรือผู้ขาย

                   - เลขที่บัญชีของผู้ขายที่ให้โอนเงินชำระค่าสินค้า

                   - ภาพหน้าจอข้อความพูดคุยที่แสดงถึงการตกลงซื้อขาย เช่น ภาพตัวอย่างสินค้า ข้อความโฆษณา ราคาสินค้า การต่อรอง การรับประกัน การโอนเงินต่างๆ ไม่ว่าจะทางอีเมล ข้อความส่วนตัว ไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ

                   - หลักฐานการโอนเงินค่าสินค้า

2.   นำหลักฐานตามข้อ 1 พร้อมทั้งสมุดบัญชีธนาคารและบัตรประจำตัวประชาชนไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน โดยระบุขอให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

3.   อาจสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมของร้านค้า/ผู้ขาย จากเลขที่บัญชี โดยนำเลขที่บัญชีของร้านค้าหรือผู้ขาย พร้อมใบแจ้งความและหลักฐานการโอนเงินไปยังธนาคาร แล้วทำเรื่องขอรายละเอียดของเจ้าของบัญชีดังกล่าว ยื่นเรื่องขอเงินคืน หรืออายัดบัญชี แต่บางครั้ง เลขที่บัญชีที่โอนเงินค่าสินค้าไปให้ อาจจะไม่ใช่ของมิจฉาชีพที่แท้จริง เพราะเจ้าของบัญชีอาจโดนนำบัตรประชาชนไปสวมรอยเปิดบัญชีหลอกขายสินค้า ก็เป็นไปได้เช่นกัน อีกประการหนึ่งคนร้ายมักจะรีบถอนเงินออกไปทันที ทำให้มักไม่ได้เงินคืนจากธนาคาร

การติดตามตัวคนร้ายออนไลน์นั้นใช้เวลาค่อนข้างมากและไม่ได้ง่ายดายนัก หากจับตัวได้แล้วคนร้ายยอมคืนเงินให้ก็ถือว่าโชคดี มิเช่นนั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาลรอจนศาลตัดสินจึงมีโอกาสได้เงินคืน ดังนั้น ควรรอบคอบ ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนซื้อ-ขายออนไลน์ตามคำแนะนำข้างต้น ก็จะช่วยป้องกันให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพทางออนไลน์ได้ดีที่สุด แต่หากเกิดปัญหาแล้ว สามารถขอคำปรึกษา แจ้งเรื่องร้องเรียน พร้อมส่งหลักฐานตามข้างต้น ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ 1212 Online Complaint Center หรือ 1212 OCC โดย ETDA เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการซื้อ-ขายออนไลน์ โดยติดต่อได้หลายช่องทาง ดังนี้

1) สายด่วนโทร 1212 (Online Complaint Center) ตลอด 24 ชั่วโมง

2) อีเมล : 1212@mdes.go.th

3) เว็บไซต์ : www.1212occ.com

4) Mobile App : 1212OCC (โปรดใส่ชื่อและเลขโทรศัพท์)