the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 26.01.2018 (1 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 17.07.2019 | อ่าน 3605

Foods Go Online เปิดศึกร้านอาหารในยุคดิจิทัล


เมื่อออแกไนเซอร์ขายแกงออนไลน์เงินล้านแบบโกอินเตอร์ มาแชร์ประสบการณ์กับเจ้าของเบเกอรีหรูไฮ มีเงินอย่างเดียวก็ไม่ใช่ว่าจะกินได้ง่าย ๆ ต้องพรีออเดอร์และสั่งซื้อออนไลน์เท่านั้น

 

"ไม่เคยมีหน้าร้านเลย เพราะส่วนตัวเคยมีประสบการณ์ดูแลจัดการให้หน้าร้านอื่น ๆ มาบ้าง รู้เลยว่า หน้าร้านอาจจะดี เวลาเราเข้าถึงหรือเดินผ่าน แต่เราต้องมีเงินทุนที่เราต้องมีหมุนเวียนค่อนข้างเยอะ ถามว่าจำเป็นไหม เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นแล้ว" เช้า-ต่อจันทน์ แคทริน บุณยสิงห์ เจ้าของร้าน Bite Me Softly (บริษัท ไบท์ มี ซอฟท์ลี่ จำกัด) ร้านขนมที่ขายความเป็น Premium ทั้งคุณภาพ ประสบการณ์ และความใส่ใจ เกริ่นนำ

ส่วน บีม-อณัฐภิชา หงษ์สิงห์ทอง จาก แกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว กล่าวถึงการมาทำร้านของตัวเองว่า เดิมเป็นออร์แกไนเซอร์จัดงานมาก่อน แต่ผันตัวมาทำแกง เนื่องจากธุรกิจออร์แกไนเซอร์มีคู่แข่งเยอะ แล้วมามองสิ่งรอบข้าง ว่าคนรอบข้างมีศักยภาพในการทำอะไรบ้าง จนเป็นที่มาของการทำอาหารขายผ่านทางออนไลน์เช่นเดียวกับ เช้า-ต่อจันทน์ โดยมีแม่ของตัวเองเป็นคนทำอาหารให้

"เราขายของเป็น กลับไปมองด้านข้างว่า ใครอีกล่ะ คุณแม่ ทำกับข้าวอร่อย เนื่องจากเราได้การันตี จากคนที่มาเที่ยวบ้านเรา ญาติพี่น้อง เพื่อน ๆ เรามาอยากกินกับข้าวแม่เรา เลยเป็นที่มาของการมัดมือแม่ชก การขายขนมจีนน้ำยาปลาทู บนหน้าเฟซบุ๊ก โดยไม่มีหน้าร้านเช่นเดียวกัน"

จาก 1 สู่หลากหลาย จากหลากหลายสู่ 1 

ร้านออนไลน์ของ บีม-อณัฐภิชา บนเฟซบุ๊ก เริ่มจากขายขนมจีนน้ำยาอย่างเดียว แต่เนื่องจากได้กำไรไม่มาก จึงมองหาช่องทางหาเมนูอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงเหลือง ผัดใบเหลียง หอยจ้อปู รวมทั้งการเริ่มทำแกงปู ซึ่งที่บ้านก็ปลูกใบยี่หร่า ก็เลยกลายเป็นเมนู "แกงปูใบยี่หร่าคุณยายแมว" และกลายเป็นเมนูหลักเมนูเดียวที่ขายอยู่ในปัจจุบัน

ฝั่ง เช้า-ต่อจันทน์ เริ่มต้นด้วยเมนูเดียวคือ บราวนี จนถึงทุกวันนี้ก็ขยายไปหลากหลายเมนูมาก ทั้งคุกกี้ เค้ก ทาร์ต ฯลฯ รวมทั้งยังมีเมนูของคาว คือ พายแบบอิงลิชพาย และปาเต สำหรับปาดขนมปัง

กว่าจะถึงวันนี้ ต่างเรียนรู้เพื่อพัฒนา

ด้วยการลงสนามมา 3 ปี ปัจจุบัน แกงปูใบยี่หร่าคุณยายแมว มีรายได้ต่อเดือนเกือบ 7 หลัก ขณะที่ Bite Me Softly เปิดมาได้ 5 ปี และมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 6 หลัก

บีม-อณัฐภิชา กล่าวว่า มีเรื่องให้เรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เริ่มต้นที่ทำอาหารตามออร์เดอร์ เนื่องจากอาหารส่วนใหญ่เป็นกะทิ ทำอย่างไรถึงจะส่งลูกค้าแล้วของไม่เสีย จนพบวิธีขนส่งโดยใช้เจลแพ็กในลังที่บรรจุกล่องอาหารเพื่อควบคุมอุณหภูมิไม่ให้อาหารเสีย

ต่อมาหลังจากไปออกรายการ "อายุน้อยร้อยล้าน" แล้วได้รู้จักกับโรงงาน Thai Better Foods ก็ได้นำแกงปู ไปให้ทางโรงงานทำวิจัยและพัฒนา จนนำไปสู่การบรรจุใส่ซอง ซึ่งสามารถเก็บได้ 1 ปี พร้อมส่งออกต่างประเทศในที่สุด

"ได้ไปเจอโรงงาน Thai Better Foods ของคุณวัธนกุล (มังคลรังษี) เราก็ถือแกงปูอันนี้ไปให้ทางโรงงานทำ R&D ให้เรา สามารถทำได้ไหม เขาบอกว่าทำได้ แถมเขาอยากทำให้เราด้วย เนื่องจากเป็นแกงปูใบยี่หร่า ซึ่งไม่มีใครทำ เขาก็เลยนำสินค้าของเราไปวิจัย ไปหาค่าต่าง ๆ ต้องใช้ซองแบบไหน อุณหภูมิฆ่าเชื้ออยู่ที่เท่าไร กี่นาที กี่องศา ต้องมีใบรับรองออกมา ถึงจะทำได้" 

ตอนนี้ แกงปูใบยี่หร่าคุณยายแมว ส่งทั้งสหรัฐฯ (นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย ชิคาโก) ออสเตรเลีย (เมลเบิร์น) ฯลฯ ขั้นตอนการขอใบอนุญาตส่งออกจึงสำคัญ โดยอยู่ในหมวดอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งการทำทุกล็อต ต้องมี

  1. Health Certificate ซึ่งต้องไปขอกับกรมประมง 
  2. อย. และฮาลาล ซึ่ง อย. จำเป็นสำหรับขายในไทย ส่วนที่จำหน่ายต่างประเทศ ฮาลาลคือสิ่งที่จำเป็น

"เพราะคนมุสลิมมีอยู่ทั่วโลก ฉะนั้นคนที่เป็นมุสลิมก็รับประทานของเราได้แน่นอน เชื่อใจได้ สบายใจ อันนี้จำเป็นต้องมี"

พอเป็นการส่งออก ก็อต้องมาคำนวณว่าค่าขนส่งจะครอบคลุมไหม และต้องมาคิดไตร่ตรองให้ดีในเรื่องของการชำระเงิน จะเป็นเปิด L/C กับธนาคาร แล้วซื้อประกันสินค้าส่งออก หรือถ้าเป็นไปได้จะให้โอนมาก่อน 50% ก่อนของออกไปที่ท่าเรือ 

ด้าน Bite Me Softly สิ่งที่ได้เรียนรู้และแก้ไขคือ

  1. How to จากทำแบบ Homemade อยู่กับบ้านแล้วก็ทำแค่เค้ก 1 ก้อนด้วยตัวคนเดียว ต้องขยายเป็น 5 ก้อน 10 ก้อน จนถึง 50 ก้อน เมื่อจำนวนผู้สั่งทำมากขึ้นก็เริ่มมีปัญหา เพราะต้องใช้เวลามากขึ้น การอบทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปหมด วิธีแก้คือ ทำอุปกรณ์ให้พร้อมขึ้น และจัดกระบวนการผลิตให้กระชันขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีผู้ช่วย ทุกคนต้องเข้าใจกระบวนการ เพราะไม่สามารถสอนทีละคนได้ทุกครั้ง โดยยืนยันว่าจะยังทำเป็น Homemade เพราะการต้องขยายไปลักษณะที่เป็นอุตสาหกรรม อาจจะทำให้ขนมของตัวเองเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองยอมรับไม่ได้   
  2. โลจิสติกส์ เนื่องจากมีทั้งขนมที่ส่งง่ายและส่งยาก ขนมที่ส่งง่ายสามารถส่งได้ทางไปรษณีย์ไทย โดยตลอด 5 ปีทีผ่่านมา ไม่เคยประสบปัญหากับไปรษณีย์ไทยเลย แต่ขนมที่เป็นเค้กแต่งหน้า ถือเป็นอุปสรรค เลยจำกัดขนมที่ค่อนข้างเสียหายง่ายจำหน่ายเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล 

​"ขนมที่เป็นเค้กแต่งหน้ามีปัญหามาก เพราะว่าการส่ง ต่อให้ส่งแบบแช่เย็นก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เขาจะทะนุถนอมเค้กเรา ไปถึงปลายทาง เค้กเราไม่เสียไม่เน่า แต่ว่าหน้าเค้กจะไม่เหมือนเดิมตั้งแต่ต้นทางแล้ว อันนี้ยังถือเป็นข้อจำกัดอยู่ และยังไม่มีขนส่งเจ้าไหนที่ตอบโจทย์นี้"

TIPS ติดปีกธุรกิจ

เช้า-ต่อจันทน์ บอกว่ามีอยู่ 2 อย่าง 

  1. "การทำขนมต้องมั่นใจว่า ขนมของคุณไม่เหมือนใคร" โดยขยายความว่า อร่อยหรือไม่อร่อยเป็นเรื่องของปัจเจกแต่ละคน เพราะว่าความอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ว่าต้องทำให้ตัวเองอร่อยก่อน ส่วนคนอื่นจะว่าหวานน้อย หวานมากอันนี้อีกเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญคือต้องไม่เหมือนใคร เพราะว่าวันหนึ่งที่เราเหมือนใคร เราจะไม่สามารถแยกเราออกจากคนอื่นได้ 
  2. "การตลาดและการสร้างแบรนด์" โดยขยายความว่า ไม่ว่าเราจะทำออนไลน์หรือทำหน้าร้านอะไรก็ตาม Marketing ต้องแข็ง Branding ต้องดี การสร้างแบรนด์จะทำให้เราแยกตัวเองออกจากคนอื่น ๆ และทำให้ลูกค้าเข้าใจความเป็นเรา และอยู่กับเราได้นาน

 

"แพ็กเกจที่ร้านทุกตัวจะมีเอกลักษณ์คือเป็นห่อผ้า เวลาคนเห็นห่อผ้า จะรู้เลย ไม่ต้องดูแบรนด์ ว่าเป็นขนมร้านนี้" 

​ด้าน บีม-อณัฐภิชา มีอยู่ 3 ข้อคือ

  1. "ความซื่อสัตย์กับลูกค้าเป็นอันดับ 1" ลูกค้ามีคำติชมอะไรต้องกลับมาคิด โดยเฉพาะคำติ ให้ดูว่าเป็นจริงหรือไม่ และรีบนำกลับมาแก้ไข
  2. "การทำอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ตั้งใจและตั้งมั่น" ถ้าตั้งใจและตั้งมั่นอย่างแรงกล้าในตัวเอง ย่อมประสบความสำเร็จแน่นอน
  3. "ที่สำคัญต้องกตัญญูกับบุพการี" เพราะอาชีพอาหารนี้ บีม-อณัฐภิชา ก็ได้มาจากแม่

 

เจอสิ่งที่ใช่ ลงมือทำทันที อย่ารอ

บีม-อณัฐภิชา ทิ้งท้ายว่า ถ้าหาจุดที่ตัวเองมั่นใจและช่ำชองที่จะทำ ให้ลงมือทำ อย่ารอ จะลองผิดลองถูกไม่ว่า ค่อยกลับมาแก้ปัญหา ว่าตรงนี้มันใช่หรือยังไม่ใช่

"ถ้าเจอ Product ที่คิดว่าตรงกับตัวเราแล้ว ลงมือทำทันที อย่ารอช้า เพราะว่า ยังเป็น Blue Ocean ถ้าเป็น Red Ocean เมื่อไรละก็ เหนื่อยเลย รีบลงมือทำ อย่ารอช้าค่ะ"

เช่นเดียวกับ เช้า-ต่อจันทน์ ที่เห็นตรงกัน โดยฝากไว้ว่า

"การจะขายอะไรออนไลน์สักอย่างหนึ่ง ไม่ใช่จุดที่เราจะต้องลงทุนเยอะ ฉะนั้นลองผิดลองถูกเลย อยากจะขายอะไร ขายไปก่อนเลย ถ้ามันไม่ดีตรงไหน ค่อยมาวิเคราะห์แต่ละจุด เพราะว่าเรามีพื้นที่ในการทดลองเล่นได้เยอะ อย่างทำในเฟซบุ๊ก ก็เสียค่าโปรโมตในเฟซบุ๊กสัก 500 ก็ไม่ได้เข้าเนื้อมาก ไม่ใช่อยู่ ๆ เราจะเปิดร้านอาหารลงทุนสัก 3 ล้านอะไรอย่างนี้ ให้ลองทำเลยค่ะ จะดีที่สุด​"

ชมคลิปการพูดคุยย้อนหลังจากเวทีงาน Thailand e-Commerce Week 2017 ได้ที่  https://www.youtube.com/watch?v=lQKFCwxidWE