the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 17.12.2018 (5 เดือนที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 24.05.2019 | อ่าน 2059

3 พันธมิตร ลงนามร่วมผลักดัน Digital Smart City หนุน Roadmap ของประเทศ


ETDA จับมือ DEPA และ Dell Technologies ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุน Roadmap ที่สำคัญของประเทศในการผลักดัน Digital Smart City

สุรางคณา  วายุภาพ  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุน Roadmap ที่สำคัญของประเทศในการร่วมผลักดัน Digital Smart City เนื่องจากเป็นประเด็นที่ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนกำลังให้ความสนใจ เพราะต้องเตรียมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ รวมถึงประเด็นทางด้าน Cybersecurity หรือความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้เกิดการผนวก (Integrate) ประเด็นสำคัญตั้งแต่กระบวนการออกแบบตั้งแต่ต้น นำไปสู่การผนึกกำลังร่วมระหว่างความร่วมมือของหน่วยงานสำคัญ 3 ฝ่าย คือ ETDA, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และ เดลล์ เทคโนโลยีส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเฉพาะในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นและสำคัญในการสร้างอนาคตดิจิทัลให้แก่องค์กรธุรกิจ ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบไอที และให้การปกป้องข้อมูลที่ถือเป็นสินทรัพย์สำคัญขององค์กร

 

ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเชื่อมโยงเทคโนโลยีที่สำคัญเพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมดิจิทัลของประเทศภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 ที่จะนำไปสู่ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนทั้งในเชิงวิชาการ และทางด้านเทคนิค ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ รองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนยกระดับชีวิตของประชาชนอย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่ง เดลล์ เทคโนโลยีส์ ถือเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ที่ต้องการผลักดันไปสู่ดิจิทัลในอนาคต โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงาน

“ETDA ได้มีการดำเนินงานที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนมีความพร้อมในการร่วมสนับสนุนเพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมอง รวมถึงการพัฒนาบุคลากร การวิเคราะห์ข้อมูล ภายใต้จุดหมายของการสนับสนุน Roadmap ทางด้านดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เพื่อผลักดัน Digital Smart City ไทยให้เข้าสู่สังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือนี้นอกจากจะร่วมกันพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลในการให้บริการธุรกรรมออนไลน์แล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการให้บริการแก่สังคมและประชาชนของรัฐบาล”  สุรางคณา กล่าว

การผลักดัน Digital Smart City สำหรับประเทศไทยนั้น จะประกอบไปด้วยเงื่อนไขหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และ Cybersecurity ของประเทศ ซึ่งต้องเป็น Security by Design ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงาน จะร่วมกันถ่ายทอดความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันและกัน ที่มีการเชื่อมโยงด้วยเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการดูแลเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น  

ด้าน ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์  ผู้อำนวยการ DEPA กล่าวถึงความร่วมมือนี้ว่า ในฐานะหน่วยงานที่ทำเรื่อง Smart City หรือเมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการ การบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากร โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาให้กลายเป็นเมืองที่ประชาชนอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน โดยมีต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างมากคือ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าให้จังหวัดภูเก็ตเป็น Smart City ทั้งด้านการค้า การลงทุน โดยให้อุตสาหกรรมดิจิทัลขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน และเมื่อโครงการนี้ดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ จะทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4.5% ต่อปี ในอีก 5 ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจุบัน โครงการ Phuket Smart City มีพัฒนาการในหลายด้าน และดำเนินโครงการให้หลายมิติเพื่อผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตเป็น Smart City เช่น การจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศดิจิทัลภูเก็ต (Centre of Digital Excellence Phuket: CODE Phuket) ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับมาตรการพิเศษสำหรับ Digital Worker หรือบริษัทด้านดิจิทัลคอนเทนต์ ที่จะมาทำงานหรือลงทุนในประเทศไทย และกำลังขยายผลโครงการเมืองอัจฉริยะ เพิ่มอีก 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ และ EEC  ตามเป้าหมายของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยเร็ว ๆ นี้ เตรียมประกาศเกณฑ์การประเมินเมืองอัจฉริยะ และตราสัญลักษณ์ Smart City

 

อโณทัย เวทยากร  รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี ภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า จากความร่วมมือนี้ บริษัท เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้นำเอานวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ดีที่สุด (best-in-class) ทั้งในด้านแอปพลิเคชัน ดาต้า โครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนถึงการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ตั้งแต่การใช้งานที่อุปกรณ์ปลายทาง (edge) ไปจนถึงส่วนกลางในการประมวลผล (core) ครอบคลุมจนถึงส่วนการทำงานบนคลาวด์ (cloud) เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้กับ ETDA และ DEPA ในการปฏิรูปประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประชาชาติดิจิทัลเพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในยุคของเศษฐกิจดิจิทัล

“ที่เดลล์ เทคโนโลยีส์ เรามีความแข็งแกร่งของแบรนด์เทคโนโลยีทั้ง Dell, Dell EMC, Pivotal, RSA, Secureworks, Virtustream และ VMware ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสอดคล้องเพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียว นั่นคือการช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถปฏิรูปรูปแบบการทำงานเพื่อให้สามารถตอบสนองและปฏิรูปชีวิตของประชาชนที่พวกเขาบริการและให้การดูแลได้เป็นอย่างดี” อโณทัย กล่าว