the coronation of king rama x
email Webmasster contact's email   phone to ETDA  0-2123-1234
TH | EN


เผยแพร่ 18.01.2017 (3 ปีที่ผ่านมา) | แก้ไขล่าสุด 21.11.2019 | อ่าน 3657

กลยุทธ์มัดใจลูกค้า ในยุคการค้า Offline และ Online แทบจะหลอมรวมกัน


แนะให้มองถึงคำว่า service หรือ value-added service สามารถเพิ่มอะไรเข้าไป นอกจากสินค้า โดยเป็นบริการที่คู่แข่งให้ไม่ได้

 

ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ผู้ก่อตั้งบริษัท Priceza.com เกริ่นถึงข้อมูล Online Media จากสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย ว่า Digital TV กับ Digital เป็นสื่อที่โต เปรียบเทียบระหว่างปี 2015 กับ 2016 ส่วนธุรกิจที่ตกคือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร มีนิตยสารปิดไปหลายฉบับ เพราะการเข้ามาของสื่อ Digital ขณะที่ข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT ก็ออกมาชี้ว่า ตัวเลขของสื่อโฆษณาออนไลน์ในประเทศไทยจะแตะ1 หมื่นล้านบาทต่อปีครั้งแรกภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ทีวียังคงเป็นสื่อที่มีมูลค่าอันดับ 1 ในประเทศไทย ซึ่งก็มีโอกาสที่สื่อ Digital จะแซงหน้าสื่อทีวี โดยเกิดขึ้นแล้วที่สหรัฐฯ ดังนั้น สุดท้ายประเทศไทยก็ต้องไป Online Media และ e-Commerce ก็ต้องมา

ธนาวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยก็เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย อยู่ในพื้นที่ Mobile First Region คือคนส่วนใหญ่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากสมาร์ตโฟน อินเทอร์เน็ตเข้าถึงผู้บริโภคจนบางทีผู้ใช้แทบไม่รู้ตัวว่าใช้อยู่ อย่างเช่น LINE กลายเป็นอีกหนึ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานของคนในยุคนี้ นอกจากน้ำ ไฟฟ้า ช่วงแรกคนชอปปิงผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สุดท้ายก็หันมาชอปปิงผ่านมือถือมากกว่า เพราะมีเครื่องมือใกล้ตัวที่ทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่าย ทั้งในการค้นหาสินค้าหรือเปรียบเทียบราคาต่าง ๆ แต่เม็ดเงินยังไม่ไหลไปเต็มที่ ซึ่งมีโอกาสที่จะไหลไปอีกในระยะ 5-10 ปีนี้

 

เมื่อเทียบมูลค่าอีคอมเมิร์ซกับมูลค่าของค้าปลีกรวมในประเทศ ทั้งในไทยหรือในทวีปเอเชีย จะอยู่ที่ประมาณ 0.5-2% เท่านั้น แต่ถ้าเทียบกับประเทศที่อีคอมเมิร์ซพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ หรือจีน ก็ยังมีศักยภาพที่จะโตอีก 10-20 เท่าในอนาคต ดังนั้น คนค้าขายยุคนี้ที่จะไม่ไปออนไลน์ ก็จะตามไม่ทันคนอื่นถ้าเริ่มช้า และเนื่องจากอีคอมเมิร์ซเป็นธุรกิจออนไลน์ สามารถส่งสินค้าไปในประเทศไหนก็ได้ในโลก เพราะฉะนั้นอย่าคิดแค่จะขายของเฉพาะในประเทศ

สำหรับกลยุทธ์การตั้งราคาอย่างไร ถึงมัดใจผู้บริโภคได้ นั้น ธนาวัฒน์ ให้ข้อแนะนำว่า เมื่ออีคอมเมิร์ซจะกลายเป็นกระแสหลัก โลกการค้าออนไลน์กับออฟไลน์จะกลายเป็นสิ่งเดียวกัน ให้มองถึงคำว่า service หรือ value-added service คือสามารถเพิ่มอะไรเข้าไปนอกจากสินค้า และเป็นบริการที่คู่แข่งนั้นให้ไม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งราคาให้ไม่เหลือกำไร หรือตั้งให้ถูกกว่าคู่แข่งเสมอ แต่ต้องสมเหตุสมผลพร้อมกับ value-added service เช่น

  • Lazada (ที่ Alibaba เพิ่งซื้อไป) นอกจากจะตั้งราคาให้ได้ถูกที่สุด ได้พยายามเพิ่มเติมสิ่งที่เป็นบริการหลังการขาย มีการเก็บเงินปลายทาง ซึ่งนับเป็นเจ้าแรก ๆ ในประเทศไทยและทวีปเอเชีย และยังเป็นวิธีการชำระเงินอีคอมเมิร์ซที่มีสัดส่วนมากที่สุดในประเทศไทย เพราะว่าลูกค้าบางคนรู้สึกไม่มั่นใจ
  • JIB มีบริการส่งด่วน 6 ชั่วโมง เมื่อซื้อสินค้า 3,000 บาทขึ้นไป ซึ่งตอบโจทย์คนยุคนี้ที่ต้องการของเร็ว
  • Happy Fresh เป็น Startup ที่เข้ามาบุกในประเทศไทย โดยบริการรับจ้างซื้อของซูเปอร์ และมาส่งให้ภายใน 1 ชั่วโมง โดยใช้หลักการตลาดที่เรียกว่า Differentiation ให้แตกต่างจากคู่แข่ง
  • Shopat24 สิ่งที่เพิ่มคือการชำระเงินได้ที่ร้าน 7-eleven เพราะยังมีอีกหลายคนที่ไม่อยากจ่ายผ่านบัตรเครดิต แต่มีร้าน 7-eleven อยู่ใกล้บ้าน เดินไปจ่ายได้ ซึ่งคู่แข่งก็ให้ไม่ได้
  • Zalora เป็นสินค้าแฟชั่น เวลาสั่งไปแล้วไซส์ไม่พอดี ก็สามารถไปคืนที่ ร้าน 7-eleven ได้ ตอบโจทย์ลูกค้าที่ถ้าต้องไปไปรษณีย์และไปแพ็กส่งแล้วรู้สึกยุ่งยาก
  • Home Pro ซึ่งมีแบรนด์ที่แข็งแกร่งบนโลกออฟไลน์อยู่แล้ว อยากเข้ามาบนโลกออนไลน์ก็ตั้งแบรนด์ใหม่ชื่อ Direct to shop หลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาที่ไม่ตรงกัน เป็นกลยุทธ์การแตกแบรนด์เพื่อจะโตบนโลกของออนไลน์ที่น่าสนใจ
  • Advice ที่ขายสินค้าไอที คอมพิวเตอร์ บนห้างสรรพสินค้า ก็ตั้งแบรนด์ Headdaddy เช่นเดียวกับกลยุทธ์ของ Home Pro โดยมีอิสระในการตั้งราคาให้น่าสนใจ

ชมย้อนหลังการพูดคุยในหัวข้อ “Right Price and Nice Promotion for Modern Age” โดย ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ผู้ก่อตั้งบริษัท Priceza.com ในงาน Thailand e-Commerce Week 2016 ได้ที่ https://goo.gl/4q1xor